ไทย-มาเลย์ สัมพันธ์แน่น ข้อมูลข่าว”โจรใต้” เลื่อนพูดคุยสันติสุข BRN

Hot Clips Video

 

จากสถานการณ์ความไม่สงบที่ปะทุขึ้นอย่างต่อเนื่องในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนเท่านั้น แต่ยังทำให้รัฐบาลไทยต้องเร่งขยับในมิติความสัมพันธ์ระหว่างประเทศโดยเฉพาะกับ “มาเลเซีย” ประเทศเพื่อนบ้านที่มีบทบาทสำคัญต่อกระบวนการสันติสุขในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง

 

โดยความเคลื่อนไหว ล่าสุด พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางเยือนประเทศมาเลเซีย เพื่อหารือทวิภาคีกับ ดาโตะ เซอรี โมฮัมหมัด คาเลด นอร์ดิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมาเลเซีย
โดยมีเป้าหมายสำคัญ คือ การยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคง การป้องกันประเทศ และติดตามความคืบหน้าความร่วมมือระหว่างทั้งสองประเทศ

 

 

แม้การหารือจะครอบคลุมหลายมิติด้านความมั่นคง แต่ประเด็นที่ได้รับความสนใจมากที่สุด คือ การแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย ซึ่งฝ่ายไทยได้รายงานความคืบหน้าการดำเนินงาน
พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้ากระบวนการสันติภาพ ควบคู่กับการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน การพัฒนาคุณภาพชีวิต และการสร้างความเชื่อมั่นระหว่างทุกภาคส่วน

 

รัฐมนตรีกลาโหมของทั้งสองประเทศยังเห็นพ้องว่า ความร่วมมือด้านข่าวกรอง การแลกเปลี่ยนข้อมูล การดูแลพื้นที่ชายแดน และการสนับสนุนความพยายามสร้างสันติภาพ จะเป็นกลไกสำคัญในการลดความรุนแรง
และสร้างเสถียรภาพร่วมกันในระยะยาว

 

 

พลโทอดุลย์ ย้ำว่า ไทยให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับมาเลเซียในฐานะประเทศเพื่อนบ้านและหุ้นส่วนด้านความมั่นคง พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลไทยพร้อมทำงานร่วมกับมาเลเซียบนพื้นฐานของความไว้วางใจ
การเคารพซึ่งกันและกัน และผลประโยชน์ร่วมกัน เพื่อผลักดันให้พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดสันติสุขอย่างยั่งยืน

 

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางการเดินหน้าความร่วมมือกับมาเลเซีย กลับมีอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวสำคัญ นั่นคือ การเลื่อนการพูดคุยสันติสุขกับกลุ่มBRN ซึ่งเดิมกำหนดไว้ในเดือนกันยายน ออกไปอย่างไม่มีกำหนด

 

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุว่า สิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการ คือ การแสวงหาสันติภาพและความสงบสุขให้เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนของทั้งสองประเทศ พร้อมย้ำว่า ไทยและมาเลเซียมีความสัมพันธ์อันดีมายาวนาน หากสามารถเปิดวงหารือได้เมื่อใด ก็พร้อมใช้การพูดคุยเป็นเครื่องมือป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งขยายตัว

 

แต่เมื่อถูกถามถึงสาเหตุของการเลื่อนวงพูดคุยสันติสุข กับกลุ่ม BRN แต่กลับไม่ตอบในรายละเอียด โดยระบุว่า เป็นเรื่องละเอียดอ่อน และมอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นผู้ชี้แจงในรายละเอียด ขณะที่ตนเองจะกล่าวเฉพาะในส่วนของนโยบายรัฐบาล

 

ด้านนายสีหศักดิ์ศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ยอมรับว่า เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นถือเป็นเรื่องใหญ่ จำเป็นต้องประเมินสถานการณ์ใหม่ทั้งหมด จึงต้องชะลอการพูดคุยสันติสุขไว้ก่อน

 

 

อย่างไรก็ตาม เขายืนยันว่า มาเลเซีย ยังคงให้ความร่วมมือกับไทยเป็นอย่างดี ทั้งการประสานข้อมูลและการติดตามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยรัฐบาลไทยต้องการตรวจสอบให้ชัดเจนว่า เหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือของกลุ่มใด ก่อนกำหนดแนวทางเดินหน้ากระบวนการสันติภาพในระยะต่อไป

 

ส่วนกระแสข่าวที่มีการอ้างถึงความเป็นไปได้ของการแทรกซึมจากกลุ่มต่างชาติในพื้นที่ รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุป และจากข้อมูลเบื้องต้น เหตุการณ์ยังเป็นการปฏิบัติการของกลุ่มผู้ก่อความรุนแรงภายในประเทศ ไม่ได้เชื่อมโยงกับกลุ่มต่างชาติแต่อย่างใด

 

ขณะที่รัฐบาลเตรียมยกระดับการติดตามสถานการณ์ โดยในวันพรุ่งนี้ นายกรัฐมนตรีได้เรียกประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ เพื่อประเมินภาพรวมสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมกำหนดมาตรการด้านความมั่นคงและความปลอดภัยให้มีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น

 

ท่ามกลางเหตุการณ์ความรุนแรงที่ยังเกิดขึ้นเป็นระยะ ภารกิจของรัฐบาลในเวลานี้ จึงไม่ได้มีเพียงการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่เท่านั้น แต่ยังต้องรักษาความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ควบคู่กับการทบทวนกระบวนการสันติสุข เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเดินหน้าอย่างรอบคอบ และนำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่