ฮั้ว สว. หลุมดำ ฉุดรั้งรัฐบาล ฝ่ายค้าน-ไอลอว์ ยังเดินหน้าเปิดแผล

Video คลิปข่าวทั่วไป

 

คดีฮั้ว สว.มหากาพย์ 2 ปี ที่ยังจบไม่ลง และเป็นหลุมดำ บั่นทอนภาพลักษณ์ของรัฐบาล หลังฝ่ายค้าน และภาคประชาชน เดินหน้ากดดันการตัดสินใจของ กกต.อย่างต่อเนื่อง ขณะที่รัฐบาลต้องแลกหมัดสู้ ด้วยการฟ้องกลับ จึงกลายเป็นประเด็นดราม่าซ้อนขึ้นมาอีกชั้นหนึ่ง จึงน่าสนใจว่า ระหว่าง พรรคสีน้ำเงิน กับพรรคฝ่ายค้าน และภาคประชาชน ใครจะยืนระยะได้นานกว่ากัน

 

 

กระดานการเมืองไทยไม่มีคำว่าบังเอิญ ทุกก้าวย่างของรัฐบาลสีน้ำเงิน และ”นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล” ถูกวางแผน จัดตั้ง จัดฉากมาเป็นอย่างดีแล้ว แม้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่อุปสรรคขวากหนาม ก็ใช่ว่าจะมาทิ่มแทงกล้ำกลายได้ง่าย ไม่ต้องมองอะไรมาก “คดีฮั้ว สว.” เดิมทีคนที่ผลักดันทำคดีนี้ เป็นคดีพิเศษ และน่าจะมีข้อมูลหลักฐานมากที่สุด คือพรรคเพื่อไทย ตัวละครที่เคยเร่งเกม กลับเงียบหายเข้ากลีบเมฆ คนทั้งพรรคแทบไม่พูดถึงคดีนี้เลย

ต่างจากพรรคฝ่ายค้าน โดยเฉพาะพรรคประชาชน ที่มี “พริษฐ์ วัชรสินธุ”เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก ในการชนกับระบบสีน้ำเงินเรื่องฮั้ว สว. ร่วมกับ “ยิ่งชีพ อัชฌานนท์” ผอ.ไอลอว์ ทยอยนำพยาน มาเปิดข้อมูล วิธีการ ขั้นตอนการฮั้ว ในระดับต่างๆ พาดพิงพรรคภูมิใจไทย และตัวบุคคลในพรรคอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางเสียงขู่ฟ้องหมิ่นประมาท มาจากขั้วสีน้ำเงินเป็นระยะ

ขณะเดียวกัน “ภัทรพงศ์ ศุภักษร” หรือ ทนายอั๋นบุรีรัมย์ ก็ยื่นหนังสือพร้อมหลักฐานโกง สว. ต่อ “พนิดา มงคลสวัสดิ์” สส.สมุทรปราการ พรรคประชาชน ให้นำเรื่องยื่นสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 กับกลุ่มฮั้ว สว.หรือไปใช้สิทธิแจ้งความดำเนินคดีกับพนักงานสอบสวนในเรื่องของความมั่นคง

“นายกฯอนุทิน”ค่อนข้างดุเดือดกับการตอบโต้ฝ่ายค้าน และภาคประชาชน ในคดีฮั้ว สว.เป็นพิเศษ ย้ำอีกครั้งว่า จะฟ้อง”ยิ่งชีพ-ไอลอว์” ตามสิทธิ เพราะตนเองไม่เกี่ยวข้องฮั้ว สว.ไม่มีอะไรในกอไผ่ และพรรคภูมิใจไทยไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เคยออกหนังสือแจ้งเตือนในฐานะหัวหน้าพรรค ไม่ให้ลูกพรรค เกี่ยวข้อง ใดๆ กับเรื่องการเลือกสว.ไม่ได้กังวลอะไรว่าจะเชื่อมโยงจนทำให้พรรคถูกยุบ เพราะไม่ได้ทำอะไร แต่รำคาญ และสมเพชมากกว่า

ฝั่ง กกต.ที่มี “ณรงค์ กลั่นวารินทร์” เป็นประธาน ซึ่งกำลังพิจารณาสำนวนคดีในขั้นตอนสุดท้าย ยืนยันมาโดยตลอด ไม่กังวลในการใช้ดุลยพินิจ ในคดีฮั้ว สว. และ คาดว่าคดีนี้ น่าจะมีข้อสรุปภายในเดือน ส.ค.หรืออย่างช้าต้นเดือน ก.ย. ว่าจะยกคำร้อง หรือจะส่งศาลฏีกาต่อไป ส่วน “แสวง บุญมี” เลขาฯ กกต. ซึ่งถูกพาดพิงจากฝ่ายค้าน และไอลอว์ ก็ไม่ได้หวั่นไหว และไม่ได้มองว่าฝ่ายค้านเล่นเกม หากมีการฟ้อง ม.157 แต่เป็นการต่างคนต่างทำหน้าที่เท่านั้น

คำตอบของเรื่องนี้ซ่อนอยู่ในเงื่อนเวลาที่ใกล้เข้ามาทุกขณะ กกต.จวนจะสรุปสำนวนคดีแล้ว การชิงจังหวะสาดโคลนออกมาในเวลานี้ และพุ่งเป้าไปที่รัฐมนตรีแกนหลักของพรรคน้ำเงิน จึงเป็นการสร้างแรงกดดันทางสังคมอย่างมหาศาล ที่บังคับให้องค์กรอิสระ ต้องคิดหนักเพื่อไม่ให้เกิด มวยล้มต้มคนดู หรือตัดตอนคดี ให้จบลงเพียงแค่การสังเวย หมาก สังเวยเบี้ยตัวเล็กๆเท่านั้น เพราะหากท้ายที่สุดสำนวนที่ส่งฟ้องศาลฎีกาไร้ชื่อบิ๊กเนม กกต.ย่อมตกเป็นเหยื่อของสังคม และต้องตอบคำถามต่อสาธารณชน เพื่อสร้างความกระจ่างต่อไป

ในทางการเมือง คดีฮั้ว สว.ที่เป็นอยู่ ณ เวลานี้ แทบไม่มีผลต่อกับใครเลย “ส้ม กับ น้ำเงิน” ฟัดกันหนัก ก็ฉุดรั้งโอกาสในการพัฒนาประเทศ ถ่วงเวลาในการแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนของรัฐบาล ดังนั้นทุกฝ่ายควรทำให้ทุกอย่างโปร่งใส ตามกลไก และขั้นตอนมากกว่า…

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่