ได้เวลาสวนกลับ! สว. อัดคืนฝ่ายค้าน ชี้นำสังคมคดีฮั้ว แฉกลับจัดฉาก ทำเป็นขบวนการ

Video คลิปข่าวทั่วไป

 

ตอบโต้อย่างดุเดือดในสนามการเมือง หลังพรรคร่วมฝ่ายค้านและภาคประชาชนจัดกิจกรรมเปิดหลักฐานคดีฮั้วเลือก สว. ต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 2 ล่าสุด ตัวแทนวุฒิสภาออกมาชี้แจงสวนกลับ ติงฝ่ายค้านว่ากำลังชี้นำสังคม ด้อยค่า สว. และแทรกแซงการทำงานของ กกต. พร้อมแฉกลับว่าหลักฐานของฝ่ายค้านอาจได้มาโดยไม่ชอบ และเข้าข่ายทำเป็นขบวนการเพื่อดิสเครดิต ก่อนเปิด ‘ใบเสร็จทางการเมือง’ ย้อนถามเรื่องการแต่งตั้งผู้ช่วย สว. ว่าเข้าข่ายผิดมาตรา 77 หรือไม่ ขณะที่ฝ่ายค้านยังคงเดินหน้าแฉเส้นทางการเงินในหลายจังหวัดอย่างต่อเนื่อง

“พิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์”สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา ออกมาตอบโต้พรรคร่วมฝ่ายค้านและกลุ่มภาคประชาชน โดยระบุว่า การออกมาจัดกิจกรรมไล่เลี้ยนกัน 2 สัปดาห์ติด เป็นความพยายามใช้คำว่า ‘ฮั้ว โกง ทุจริต’ เพื่อชี้นำสังคม ด้อยค่า สว. ชุดปัจจุบัน และเป็นการแทรกแซง กดดันการทำงานของ กกต. ที่กำลังพิจารณาคดีอยู่

 

“พิสิษฐ์” ตั้งข้อสังเกต 5 ประเด็นหลัก โดยระบุว่า พฤติกรรมของฝ่ายค้านทำเป็นขบวนการ นำหลักฐานคลิปหรือตั๋วบินที่ไม่แน่ชัดว่า ได้มาอย่างถูกต้องหรือไม่ มาเปิดเผย พร้อมโต้กลับเรื่อง ‘ใบเสร็จทางการเมือง’ โดยจี้ให้ กกต. ตรวจสอบคำสั่งแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญและผู้ช่วย สว. ว่ามีการสัญญาว่าจะให้หรือตกลงแลกเปลี่ยนกันล่วงหน้า ซึ่งเข้าข่ายผิดมาตรา 77 หรือไม่

 

ดังนั้น สิ่งที่เราจะให้เห็นชัดๆ อาจจะต้องเรียกว่าใบเสร็จทางการเมือง คือคำสั่งแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการ ผู้ช่วยของ สว. โดยเฉพาะที่เป็นอดีตผู้สมัคร สว. ตนคิดว่า กกต. ควรจะตั้งกรรมการมาสอบด้วยซ้ำว่า มีการตกลงกันหรือไม่ มีการสัญญาว่าจะให้หรือไม่ตามมาตรา 77 แบบนี้ชัดเจนสุดแล้ว

 

ขณะที่ฝั่งพรรคร่วมฝ่ายค้าน นำโดย “พริษฐ์ วัชรสินธุ” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ยังคงเดินหน้าเจาะลึกหลักฐานเส้นทางการเงิน โดยล่าสุดเปิดข้อมูลการโอนเงินจากบัญชีของ สว. และผู้เกี่ยวข้อง ไปยังอดีตผู้สมัคร สว. ในจังหวัดหนองบัวลำภู 7 ราย และในพื้นที่สุราษฎร์ธานี ซึ่งมองว่าเป็นร่องรอยสำคัญของการจ้างลงสมัครเพื่อล็อกผลตามโพย พร้อมเรียกร้องให้บุคคลและนักการเมืองที่ถูกพาดพิงออกมาชี้แจงต่อสาธารณะอย่างตรงไปตรงมา

 

พริษฐ์ ระบุด้วยว่า ขบวนการที่กำลังถูกกล่าวหา ไม่ได้หมายถึงเพียงการจัดตั้งเครือข่ายผู้สมัครเพื่อแลกคะแนนกัน แต่ยังรวมถึงพฤติกรรมในการจ้างคนมาลงสมัคร เพื่อให้มาลงคะแนนให้กับผู้สมัครตัวจริงที่ถูกล็อกตัวไว้ผ่านโพย ซึ่งเส้นทางการเงินที่เปิดเผยนี้สอดรับกับคำให้การของพยานบุคคลอย่างชัดเจน

 

ท่ามกลางกระแสโต้แย้งอย่างหนัก สังคมต่างจับตาไปที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชุดใหญ่ หลังมีรายงานการเห็นแย้งระหว่างอนุกรรมการชุดที่ 26 ที่เห็นควรสั่งฟ้อง สว. 138 คน กับอนุกรรมการชุดที่ 36 ที่เห็นควรสั่งไม่ฟ้อง ด้านนักวิเคราะห์การเมืองอย่าง “เทพไท เสนพงศ์” ระบุว่า นี่คือจุดพิสูจน์การทำหน้าที่ของ กกต. ว่าจะยึดตามพยานหลักฐานในสำนวนและส่งเรื่องให้ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งวินิจฉัยเพื่อสร้างความโปร่งใสหรือไม่

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่