ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังคงเป็นหนึ่งในความท้าทายด้านความมั่นคงที่รัฐบาลไทยทุกยุคต้องเผชิญ แม้จะผ่านการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลมาแล้วหลายชุด และมีการปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ควบคู่กับการเจรจาสันติสุขอย่างต่อเนื่อง แต่จนถึงวันนี้ เหตุความรุนแรงก็ยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง หนทางสู่สันติภาพยังอีกยาวไกล
หากย้อนดูตลอดเวลากว่า 13 ปี นับตั้งแต่ไทยเปิดโต๊ะพูดคุยอย่างเป็นทางการในปี 2556 จนถึงปัจจุบัน จะพบว่ามีการเปลี่ยนตัวหัวหน้าคณะพูดคุยสันติภาพและสันติสุขมาแล้วถึง 7 คน
เริ่มจากรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่แต่งตั้ง พลโทภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นหัวหน้าคณะพูดคุยสันติภาพ ก่อนที่รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จะปรับชื่อเป็น “คณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้” และมี พลเอกอักษรา เกิดผล เป็นหัวหน้าคณะพูดคุยกับกลุ่มมาราปาตานี
ต่อมามีการเปลี่ยนเป็น พลเอกอุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ ก่อนส่งต่อให้ พลเอกวัลลภ รักเสนาะ ซึ่งถือเป็นผู้เริ่มต้นการพูดคุยโดยตรงกับกลุ่มBRN
เมื่อเปลี่ยนรัฐบาลในยุคนายเศรษฐา ทวีสิน ได้แต่งตั้งนายฉัตรชัย บางชวด เลขา สมช. เป็นหัวหน้าคณะพูดคุยฯ นับเป็นพลเรือนคนแรกที่รับหน้าที่นี้
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการปรับตัวบุคคลและยุทธศาสตร์ แต่สถานการณ์ในพื้นที่กลับยังเปราะบาง เหตุลอบวางระเบิดสถานที่ราชการ การซุ่มโจมตี และการลอบยิงเจ้าหน้าที่ ยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะกรณี เหตุลอบยิงและขว้างไปป์บอมใส่จุดตรวจบูเก๊ะซามี จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นจุดตรวจความปลอดภัย เป็นเหตุให้ทหารพรานเสียชีวิต 5 นาย ในช่วงที่กระบวนการพูดคุยสันติสุขกำลังดำเนินอยู่
โดย นายฐนัตถ์ ยอมรับว่า เดิมทั้งสองฝ่ายมีนัดหมายที่จะเดินหน้าพูดคุยกันในเดือนกันยายน แต่หลังเกิดเหตุความรุนแรงครั้งล่าสุดในจังหวัดนราธิวาส ทำให้การพูดคุยต้องหยุดลงชั่วคราว
แม้ก่อนหน้านี้บรรยากาศการพูดคุยเริ่มเป็นไปในทิศทางที่ดี แต่การก่อเหตุรุนแรงระหว่างที่ทั้งสองฝ่ายกำลังเปิดช่องทางสื่อสาร เป็นสิ่งที่ยากจะยอมรับ พร้อมตั้งคำถามกลับไปยังผู้เห็นต่างว่า เหตุใดจึงตัดสินใจก่อเหตุ ทั้งที่กระบวนการพูดคุยได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว และยอมรับว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับคำตอบจากอีกฝ่าย
นอกจากนี้ ยังมีอีกปัจจัยสำคัญ คือ บทบาทของประเทศมาเลเซีย ในฐานะผู้อำนวยความสะดวก ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเปลี่ยนตัวผู้ประสานงาน ทำให้เกิดภาวะสุญญากาศ และไทยยังต้องรอความชัดเจนจากฝ่ายมาเลเซียว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป
แม้หลายฝ่ายจะจับตาว่า การใช้มาตรการด้านความมั่นคงที่เข้มข้นขึ้น อาจกระทบต่อบรรยากาศการเจรจา แต่นายฐนัตถ์ยืนยันว่า ไม่ใช่อุปสรรค เพราะแต่ละหน่วยงานมีบทบาทต่างกัน ฝ่ายทหารดำเนินการตามภารกิจด้านความมั่นคง ขณะที่ฝ่ายพูดคุยเดินหน้าด้วยแนวทางสันติวิธี โดยทั้งสองฝ่ายยังต้องเดินไปในทิศทางเดียวกัน
สำหรับการข่าว นายฐนัตถ์ มองว่า เหตุรุนแรงครั้งล่าสุดยังมีหลายประเด็นที่ต้องตรวจสอบ แต่ไม่ต้องการด่วนสรุปหรือสร้างสมมุติฐาน พร้อมย้ำว่า การแก้ไขปัญหาชายแดนใต้ด้วยการพูดคุย เป็นกระบวนการระยะยาว ไม่ใช่ทางออกที่จะเห็นผลทันทีหลังเกิดเหตุการณ์ความรุนแรง
ตลอดเวลากว่า 13 ปีที่ผ่านมา ไทยเปลี่ยนหัวหน้าคณะพูดคุยมาแล้วถึง 7 คน เปลี่ยนทั้งตัวบุคคล เปลี่ยนทั้งยุทธศาสตร์ และเปลี่ยนรูปแบบการเจรจาหลายครั้ง แต่สิ่งที่ยังไม่เปลี่ยน คือ ความท้าทายในการสร้างความไว้วางใจระหว่างทุกฝ่าย และการทำให้การพูดคุยเดินหน้าควบคู่กับการลดความรุนแรงในพื้นที่ เพื่อเอื้อต่อสันติภาพ จนทำให้การเจรจาเกิดผลเป็นรูปธรรม และยุติวัฏจักรความรุนแรงที่ยืดเยื้อมานานกว่าทศวรรษให้ได้
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news