Home
|
คลิปข่าวทั่วไป

วาทกรรมพรรคน้ำเงิน “ปลุกรักชาติ-โหนชายแดน-ไม่เลือกเราเขามาแน่”

 

หนึ่งในวาทกรรมการเมืองที่กำลังถูกจับตาอย่างมากในสนามเลือกตั้งปี 2569 ที่ฝ่ายสีน้ำเงิน พรรคภูมิใจไทย หยิบประเด็นความมั่นคงและชายแดนไทย-กัมพูชา มาใช้เป็นเครื่องมือหาเสียงพร้อมการสื่อสารที่ชัดเจนว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ “มีแค่ 2 ฝ่าย ถ้าไม่เลือกเรา เขามาแน่”

 

การเลือกตั้งครั้งนี้มีเพียง “สองฝั่ง” ฝั่งซ้ายกับฝั่งขวา และส่งสารไปถึงประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งว่า ถ้าอยู่ฝั่งเราจะประกอบไปด้วยหลายสี เลือกสีอื่นไปคะแนนแตกเสียงหาย คะแนนทิ้งน้ำแน่นอน อย่าให้เสียงแตก และขอให้มาเลือกพรรคภูมิใจไทย เพื่อให้หัวหน้ามุมน้ำเงิน นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นแชมป์ต่อสู้

 

ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา พรรคภูมิใจไทย โดยเฉพาะแกนนำ ใช้วาทกรรมปลุกกระแสรักชาติอย่างต่อเนื่องผูกโยงสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา เข้ากับการตัดสินใจของประชาชนในคูหาเลือกตั้ง เริ่มที่หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย “อนุทิน ชาญวีรกูล” ได้พูดในหลายเวที ทั้งการลงพื้นที่ในภูมิภาคต่างๆ หรือแม้บนเวทีปราศรัย ที่มักจะพูดถึงความสำเร็จในการแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ในรัฐบาลของตนเองที่เข้ามาทำงาน 2 เดือน แต่จัดการปัญหาได้เรียบร้อย

 

จนประชาชนสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ และไม่ต้องกังวล เพราะรัฐบาลและกองทัพ สนับสนุนกัน และเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์หากมีเหตุการณ์ใดๆ
ก็พร้อม รวมทั้งย้ำไม่เปิดด่านแน่นอน

 

ส่วนแม่ทัพภาคใต้ “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” ในฐานะดูแลพื้นที่ภาคใต้พรรคภูมิใจไทย ที่พูดแนวคิด “ลุงตู่ไม่อยู่แล้ว ให้เลือกลุงหนู” ก่อนตามติดมาด้วย ในช่วงโค้งสุดท้าย ก็ส่งสัญญาณอีกว่า ปัจจุบันนี้การเมือง ควรจะเลือกฝ่าย คือ ฝ่ายที่รักชาติ กับฝ่ายที่ไม่รักชาติ และยังประกาศเพื่อให้คนไทยฟังชัดๆ ว่าพรรคไหนที่รักชาติ ขอให้ช่วยกันเลือก ฝ่ายไหนที่ไม่รักชาติ ก็ไม่จำเป็นต้องเลือกเขา หรือฝ่ายไหนที่มีการละเลยเมื่อเกิดสงคราม

 

เราก็ไม่ควรไปใส่ใจและผลักดันกับพรรคนั้น พร้อมฝากให้คนใต้ ตัดสินใจ ซึ่งในคำพูดของนายพิพัฒน์ ยังดึงเอาทหารมาใช้ในการหาเสียง โดยบอกว่า “เราทหารมีไว้ปกป้องอธิปไตยของประเทศไทยไม่ใช่มีทหารไว้ทำอะไร”

 

นอกจากนี้ ยังมีวาทกรรมอีกหนึ่งในประโยค คือ “ไม่เลือกเรา เขามาแน่” ที่”ศุภมาส อิศรภักดี” แม่ทัพเมืองหลวง กทม.พรรคภูมิใจไทย ระบุว่า เลือกตั้งรอบนี้มีแค่สองฝั่ง ฝั่งซ้ายกับฝั่งขวาฝั่งมุมน้ำเงิน กับอีกมุมนึงเท่านั้น ดังนั้น “ไม่เลือกเราเขามาแน่” ถ้าอยู่ฝั่งเรา ซึ่งประกอบไปด้วยหลายสี เลือกสีอื่นไปคะแนนแตก เสียงหาย และคะแนนทิ้งน้ำแน่นอน ถ้าฝั่งน้ำเงินแพ้ อีกฝั่งหนึ่งเป็น “ตาอยู่” ก็จะเอาไปกิน

 

ซึ่งปฏิเสธการถูกตีความไม่ได้ว่าวาทกรรมหาเสียงของพรรคภูมิไทย เป็นการสื่อสารเชิงข่มขวัญทางการเมือง และชี้นำว่า หากพรรคภูมิใจไทย ไม่เป็นแกนนำรัฐบาล อาจเกิดความเสี่ยงต่ออธิปไตยความมั่นคง และผลประโยชน์ของชาติ พร้อมทั้งยังถูกขยายไปสู่การแบ่งขั้วทางการเมืองอย่างชัดเจนโดยมีการสื่อสารว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเลือกพรรคแต่คือการเลือกระหว่าง “ฝ่ายซ้าย” กับ “ฝ่ายขวา”ระหว่าง “ฝ่ายที่ยืนข้างชาติ” กับ “ฝ่ายที่อาจนำความเสี่ยงมาสู่ประเทศ”

 

โดยนักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ มองว่า วาทกรรมลักษณะนี้เป็นการใช้ภัยคุกคามภายนอก เพื่อสร้างความชอบธรรมทางการเมือง และลดทอนพื้นที่ของการถกเถียงเชิงนโยบายด้านเศรษฐกิจ ปากท้อง และความเหลื่อมล้ำ

 

ขณะที่ฝ่ายวิจารณ์ตั้งคำถามว่าการหยิบประเด็นชายแดนมาใช้หาเสียง อาจยิ่งซ้ำเติมความตึงเครียดในระดับภูมิภาคและสร้างความเข้าใจผิดในหมู่ประชาชน มากกว่าสร้างความมั่นคงที่แท้จริง

 

สุดท้ายแล้ว วาทกรรม “ไม่เลือกเรา เขามาแน่” อาจได้ผลในแง่การปลุกอารมณ์ และการรวมฐานเสียง แต่ก็เป็นดาบสองคม ที่ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้กลายเป็นสนามของความหวาดกลัว มากกว่าการแข่งขันเชิงนโยบายแต่สุดท้ายแล้วประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจ….

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

 

  • Tiktok
  • Youtube
  • Youtube