สธ.ยังไม่พบไวรัสนิปาห์ในไทย คุมเข้มคัดกรองคนมาจากเวสต์เบงกอล
หลังจากมีการรายงานสถานการณ์ไวรัสนิปาห์ ที่พบผู้ป่วยติดเชื้อ 3 ราย ในเวสต์เบงกอล ประเทศอินเดีย ซึ่งไวรัสดังกล่าวยังไม่มียาต้านไวรัส และหากติดเชื้อ และเข้าสู่ระบบการรักษาที่ล่าช้าก็อาจจะทำให้ถึงขั้นเสียชีวิตได้
ล่าสุด นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ตั้งโต๊ะแถลงข่าวสถานการณ์เฝ้าระวังและป้องกัน ไวรัสนิปาห์ ว่าข้อมูลล่าสุดที่ กระทรวงสาธารณสุข ติดตามสถานการณ์ของโรคไวรัสนิปาห์ในอินเดียพบว่ายังอยู่ในระดับที่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากสัปดาห์ที่แล้วที่มีผู้ป่วยยืนยันเป็นบุคลากรทางการแพทย์ 2 ราย อย่างไรก็ดี หน่วยงานต่าง ๆ ของกระทรวงสาธารณสุขไทยได้มีการยกระดับความพร้อมและเตรียมการแนวทางการรักษาผู้ป่วยโรคนี้
นพ.โสภณ กล่าวว่าแม้โรคนี้อยู่ในข้อกำหนดว่าเป็น1 ใน 13 โรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายที่ต้องรายงาน เมื่อพบผู้ป่วยภายใน 3 ชม. แต่ยังไม่เคยมีผู้ป่วยโรคไวรัสนิปาห์ในประเทศไทย มีเพียงเฉพาะในต่างประเทศ โดยเหตุการณ์ล่าสุดพบผู้ป่วยในรัฐเบงกอลตะวันตกของอินเดียเท่านั้น
ส่วนมาตรการคัดกรองที่สนามบินด้วยว่าปัจจุบันมีเที่ยวบินที่บินตรงจากรัฐเบงกอลตะวันตกของอินเดียมายังประเทศไทย 3 แห่ง ได้แก่ ดอนเมือง สุวรรณภูมิ และภูเก็ต จึงเป็นที่มาที่กรมควบคุมโรค เริ่มต้นคัดกรองผู้เดินทางแบบจำกัดเฉพาะเที่ยวบินที่บินตรงมาตั้งแต่ช่วงเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา
รองปลัด สธ. ยืนยันถึงความพร้อมของประเทศไทยและขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลเป็นระยะ ๆ เพื่อให้ทราบสถานการณ์ล่าสุดและรับฟังคำแนะนำที่เป็นปัจจุบันมากที่สุด
ด้าน พญ.จุไร วงศ์สวัสดิ์ โฆษกกรมควบคุมโรค ระบุว่า จากข้อมูลล่าสุด “เชื้อนิปาห์” มีค่าอัตราการแพร่เชื้ออยู่ที่ประมาณ 0.2 – 0.8 ต่ำกว่าไข้หวัดใหญ่ที่อยู่ราว 1.2 – 2.0 และโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนที่สูงถึง 8 – 10 ทำให้โอกาสแพร่ระบาดในวงกว้างมีน้อยและมักเกิดจากการสัมผัสใกล้ชิดเท่านั้น
ทั้งนี้ ประเทศไทยมีระบบเฝ้าระวังครอบคลุมทั้งด้านการแพทย์ การตรวจทางห้องปฏิบัติการและการควบคุมโรคร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยืนยันประชาชนสามารถเดินทางและใช้ชีวิตได้ตามปกติแต่ขอให้ปฏิบัติตามคำแนะนำด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัดและติดตามข้อมูลจากทางราชการอย่างต่อเนื่องเพื่อความมั่นใจ
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews





