พรรคการเมือง จุดยืนประชามติ คะแนนเสียงเลือกตั้งสส.?
8 ก.พ.69 วันประวัติศาสตร์ ที่มีความหมาย ความสำคัญ มากกว่าการเลือกตั้ง เพราะประชาชนคนไทย ยังมีอีก 1 ภาระกิจ ในคูหาเดียวกัน นั่นคือการทำประชามติ โดยมีคำถามว่า “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่” ซึ่งถือเป็นประตูบานแรก เนื่องจากจะต้องทำประชามติถึง 3 ครั้ง ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย
โดยประตูบานที่ 2 ประชามติเกี่ยวกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ว่า มีวิธีการและเนื้อหาที่สำคัญอย่างไร และประตูบานที่ 3 ภายหลังร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จแล้ว ประชามติว่าเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ซึ่งต้องติดตามว่าประตูบานแรกจะเปิดได้หรือไม่
คณะกรรมการการเลือกตั้ง ไฟเขียวให้พรรคการเมือง ผู้สมัครรับเลือกตั้งสส. สามารถรณรงค์ เห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบ คำถามประชามติแก้รัฐธรรมนูญได้ แต่ต้องไม่ทำผิดกฏหมาย พร้อมขู่มีโทษหนัก ทั้งคนและพรรค โดยหลายพรรคการเมือง แกนนำพรรค แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ได้แสดงท่าทีต่อการทำประชามติ ออกมาแล้ว แบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย โดย พรรคประชาชน,เพื่อไทย,ภูมิใจไทย,ประชาธิปัตย์,ไทยสร้างไทย,ประชาชาติ และไทยก้าวใหม่ เห็นชอบ ส่วนกลุ่มไม่เห็นชอบ ประกอบด้วย พรรครวมไทยสร้างชาติ,พลังประชารัฐ,รักชาติ,ไทยภักดี และกล้าธรรม
สอดรับกับข้อเรียกร้องของนักวิชาการ และภาคประชาชน ที่ต้องการให้พรรคการเมืองต่าง ๆ แสดงจุดยืนให้ชัดเจนต่อการทำประชามติ โดย “ศ.ดร.สิริพรรณ นกสวน สวัสดี” อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่า วันนี้เห็นบางพรรครณรงค์ “ไม่รับ”บางพรรค “เห็นด้วย”บางพรรคพูดเหมือนสนับสนุน แต่ไม่ได้ให้คำมั่นสัญญาที่ชัดเจน ก่อนย้ำทิ้งท้ายว่า การไม่เห็นชอบ ไม่ใช่เรื่องผิดบาป แต่ต้องแสดงจุดยืนให้ชัด และพรรคการเมืองควรรักษาคำสัญญาที่พูดเอาไว้
ขณะเดียวกัน “กลุ่มนักวิชาการเพื่อสังคม”ที่นำโดย “วิชา มหาคุณ-เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง -สมชาย แสวงการ-บรรเจิด สิงคะเนติ -ต่อตระกูล ยมนาค”เรียกร้องให้ประชาชน ในฐานะผู้มีสิทธิเลือกตั้ง คว่ำบาตรพรรคการเมือง ที่มีลักษณะ ทุจริต ซื้อเสียง พัวพันธุรกิจสีเทา ยาเสพติด เน้นนโยบายสัญญาว่าจะแจก และปรนเปรอ สนับสนุนบ่อน กาสิโน พนันออนไลน์ มีประวัติทุจริตเชิงนโยบาย เอื้อประโยชน์ทุนผูกขาด
และ พรรคที่เป็นแหล่งสุมหัวของอิทธิพลบ้านใหญ่ รวมตัวโดยไร้อุดมการณ์ มุ่งหวังตำแหน่ง อำนาจและผลประโยชน์ ตลอดจนแสดงความกังวลว่า ไม่มีหลักประกันใดที่จะรับรอง เมื่อเปิดประตูสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้แล้ว จะไม่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงฐานรากของรัฐและสถาบันพระมหากษัตริย์ หรือการแก้ไข หมวด1 และ 2 แม้บางพรรคจะประกาศชัด จะไม่แก้ไขก็ตาม จึงกลายมาเป็นการปลุกกระแส “คว่ำประชามติ”
ดังนั้นเมื่อมีกระแสคว่ำประชามติ จึงมีความน่าสนใจมากขึ้นไปอีกขั้นว่า การหาเสียงหลังจากนี้ พรรคที่ไม่เห็นชอบ และพรรคที่เห็นชอบคำถามประชามติจะใช้ยุทธวิธีในการหาเสียงแบบเดิมได้หรือไม่ และต้องชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชน และแฟนคลับอย่างไรต่อจุดยืน เพื่อไม่ให้ประเด็นข้อกังวลเรื่องหมวด 1 และ 2 กระทบต่อคะแนนเสียง ที่จะได้ในการเลือกตั้ง สส.
เพราะ หมวด 1 และ 2 คือหัวใจสำคัญ ที่พรรคการเมืองสายอนุรักษนิยม ใช้เป็นเครื่องมือในการต่อสู้กับกลุ่มหัวก้าวหน้ามาตลอด ดังนั้นเมื่อพรรคสีน้ำเงิน และสีฟ้า มีท่าทีไปเหมือนกับ สีแดง และสีส้ม คะแนนเสียงในการเลือกตั้ง สส.จะเกิดการสวิงไปตามจุดยืน”ประชามติ” ด้วยหรือไม่…
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews





