กต.จี้เขมรขอโทษยิงช่องบก -ลต.นอกราชอาณาจักร 1.39แสนคน

Video คลิปข่าวทั่วไป

 

 

 กต.จี้เขมรขอโทษยิงช่องบก -ลต.นอกราชอาณาจักร 1.39แสนคน

 

กระทรวงการต่างประเทศ ออกแถลงการณ์ประณามกรณีกองกำลังกัมพูชายิงเข้ามาในพื้นที่ช่องบก จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 6 มกราคมที่ผ่านมา ส่งผลให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บ 1 นาย
พร้อมส่งหนังสือประท้วงอย่างเป็นทางการ เรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชาแสดงความรับผิดชอบและขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

 

 

โดยนายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า ฝ่ายไทยใช้ความอดทนอดกลั้นอย่างเต็มที่ ไม่ตอบโต้ด้วยอาวุธ แต่ดำเนินการผ่านช่องทางการสื่อสาร
ตามถ้อยแถลงร่วมของคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา (GBC) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้ส่งข้อความถึงรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา
เพื่อย้ำให้ปฏิบัติตามข้อตกลงอย่างเคร่งครัด

 

ทั้งนี้ ฝ่ายกัมพูชาได้ชี้แจงว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากกระสุนตกค้างระเบิดในกองขยะระหว่างการจัดระเบียบพื้นที่ พร้อมแสดงความเสียใจต่อเหตุที่ทหารไทยได้รับบาดเจ็บ และอยู่ระหว่าง
สอบสวนเพิ่มเติม รวมถึงดำเนินมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ

 

ขณะเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศปฏิเสธข้อกล่าวหาจากฝ่ายกัมพูชาที่อ้างว่าไทยรุกล้ำหรือยึดครองดินแดน โดยยืนยันว่า การคงกำลังทหารในพื้นที่เป็นไปตามถ้อยแถลงร่วมลงนาม
เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 หลังการหยุดยิง และเป็นมาตรการลดความตึงเครียด ไม่ใช่การยึดครองดินแดนแต่อย่างใด

 

 

นายนิกรเดช เรียกร้องให้กัมพูชายุติการเผยแพร่ข้อกล่าวอ้างที่ไม่มีมูล เนื่องจากเป็นการบ่อนทำลายบรรยากาศการเจรจาโดยสันติ พร้อมย้ำว่า ฝ่ายไทยปฏิบัติตามข้อตกลงทุกข้อ รวมถึง
การหลีกเลี่ยงการยั่วยุ หรือปฏิบัติการทางทหาร ที่อาจเพิ่มความตึงเครียด และขอยืนยันว่า ไทยยังคงยึดมั่นในกลไกคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC) เพื่อสำรวจและจัดทำ
หลักเขตแดนอย่างสันติ พร้อมเรียกร้องให้กัมพูชาดำเนินมาตรการลดความตึงเครียด โดยเฉพาะการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อความปลอดภัยของประชาชน และย้ำความพร้อมในการเดินหน้าเจรจา
หลังการจัดตั้งรัฐบาลใหม่แล้วเสร็จ เพื่อสร้างสันติภาพและความมั่นคงอย่างยั่งยืนร่วมกันของทั้งสองประเทศ

 

 

ขณะเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยยอดคนไทยลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์เลือกตั้งและออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักรล่วงหน้า รวม 139,535 คน เพิ่มขึ้นจากปี 2566
กว่า 21% นับเป็นหนึ่งในครั้งที่มีผู้ลงทะเบียนสูงสุด

 

 

นายนิกรเดช ระบุว่า ประเทศที่มียอดลงทะเบียนสูงสุด ได้แก่ ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น ขณะที่ผู้ลงทะเบียนออกเสียงประชามติมี 95,660 คน โดย กกต. กำหนดให้ใช้สิทธิ์
ระหว่างวันที่ 19–30 ม.ค. 2569 พร้อมขอให้ผู้ลงทะเบียนติดตามข้อมูลจากสถานทูตและสถานกงสุลอย่างใกล้ชิด

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

 

 

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews