“ป๋อ ณัฐวุฒิ” อัปเดต “เอ๋” ต้องหาหมอทุก 6 เดือน วอนหยุดเฟคนิวส์เสียชีวิต

Hot News บันเทิงไทย ข่าว บันเทิง
“ป๋อ ณัฐวุฒิ” อัปเดตสุขภาพ “เอ๋ พรทิพย์” หลังป่วยมะเร็งปอด ต้องหาหมอทุก 6 เดือน วอนหยุดปล่อยเฟคนิวส์เสียชีวิต ซึ้งคนให้กำลังใจเยอะ

 

หลายคนยังคงเป็นห่วงอาการป่วยของ “เอ๋ พรทิพย์” ภรรยา “ป๋อ ณัฐวุฒิ” ที่หลังจากป่วยมะเร็งปอดและตัดเนื้อร้ายทิ้งแล้วแต่ก็ต้องเฝ้าดูอยู่เรื่อย ๆ เพราะมะเร็งอาจกลับมาอีก วันนี้ที่งาน เก็บภาพบรรยากาศ และสัมภาษณ์นักแสดงในงาน “THE WICKED GAME PREMIERE OF THE FIRST EPISODE” จึงได้จ่อไมค์สัมภาษณ์ “ป๋อ” ว่า

 

เรื่องสุขภาพของ “เอ๋” เผยว่าก็เหมือนเดิม อย่างที่บอกว่าคือ คนที่เป็นมะเร็ง คนที่มีครอบครัวที่เป็นมะเร็งจะทราบดีว่ามันยังไม่มีวันหาย ต้องเช็คไปทุกๆ หกเดือน จะทำอย่างนี้ไปครบห้าปี ใกล้จะธันวาคมแล้ว หัวใจพวกเราก็ตุ้ม ๆ ต่อม ๆ กันอีก ว่ากลัวจะเจออีกหรือเปล่า เพราะคุณหมอบอกว่า ความเสี่ยงที่จะกลับมาก็จะเป็นช่วงสองปีแรก หกเดือนสี่รอบ ก็ต้องมานั่งลุ้น แต่ไม่เป็นไร ถ้าเจออีกก็ตัดอีก ไม่ต้องคิดอะไรมาก ไม่งั้นก็จะอยู่กับมันไม่ได้

 

ในเมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว ก็ปล่อยให้มันเกิดไปเลย ไม่เป็นไรหรอก ซึ่งไม่ว่ามันจะเกิดขึ้นกับใครด้วยนะ เกิดขึ้นแล้วก็อยู่กับมัน ก็รักษาสู้ คือก้าวข้ามความกังวลไปแล้ว ตอนนั้นมันหนักตรงที่ว่า ตอนแรกกลัวจะเสีย กลัวจะเป็นเยอะ กลัวมันจะไปที่น้ำเหลือง แล้วสองก็เริ่มวิตก ซึ่งตอนเนี่ยมันก้าวข้ามพวกนั้นมาหมดแล้ว

 

 

สิ่งหนึ่งที่ต้องทำตอนนี้คือดูแลจิตใจ “เอ๋” อย่างเดียว ให้ไม่เป็นไร เราช่วยกันเดี๋ยวเราก็สู้ไปด้วยกัน ก็เริ่มจะพาไปวิ่ง ซึ่งเมื่อก่อนเขาไม่วิ่ง ตนก็จะพยายามไปวิ่ง ซึ่งวิธีที่ชวนเขาก็คือ พี่จะต้องออกไปวิ่งก่อนประมาณสองสามเดือน คือเขาก็จะเริ่มรู้สึกว่าตนออกกำลังกาย เขาก็จะเริ่มอยากออกบ้าง แต่ถ้าไปชวนเขาเลย เขาก็จะไม่ ฉันไม่วิ่ง เหนื่อย ซึ่งตอนนี้เขาเริ่มวิ่งได้แล้ว

 

การระวังจริง ๆ มันไม่เกี่ยวกับอาหารการกิน สิ่งที่ “เอ๋” เป็นคือมะเร็งปอดมันก็จะไปเกี่ยวกับอากาศที่หายใจเข้าไป เพราะฉะนั้นก็แค่ ถ้าเกิดอะไรในพื้นที่มี PM เยอะ หรือคนที่เป็นโรคหวัดเยอะ หรือเรื่องไข้หวัดใหญ่ ก็จะให้เขาใส่หน้ากากหน่อย ระวังหน่อย เพราะเหมือนตอนนี้ปอดยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่ คือตอนนี้วิ่งได้แล้วประมาณ 4-5 กิโลเมตร วิ่งไปก็ด่าสามีไป เขาก็มีความสงสัยว่าอะไรกันนักกันหนา ทำไมต้องออกมาวิ่งด้วย ก็เลยบอกวิ่งเถอะ เพราะว่าปอดถูกตัดไปนิดนึง คือถ้าปอดแข็งแรงก็จะดีขึ้นมาก

 

ส่วนเด็ก ๆ เขายังไม่รู้ถึงการสูญเสีย แต่เขารู้ว่าเป็นโรคร้าย เหมือนก็อยู่ในใจ หน้าที่พ่อแม่ก็คือต้องอธิบาย คือบ้านเราจะพยายามไม่ปิด จะอธิบายในมุมที่เด็กจะพอเข้าใจได้ว่ามันเกิดโรคนี้ เพราะฉะนั้นเด็ก ๆ ต้องพยายามอย่าดื้อกับแม่ อะไรที่แม่อยากได้ แม่ขอ ก็ช่วยแม่หน่อย อย่าให้แม่ต้องเหนื่อยกับการมาดูแลเรามากเกินไป เขาก็จะทำได้สักอาทิตย์เดียว กลับมาเหมือนเดิม ดื้อเหมือนเดิม เราต้องให้ความรู้เขาว่าแม่ป่วย

 

คือเด็กยุคนี้เขาฉลาด แค่พูดว่ามะเร็งเขารู้เลย คือจริง ๆ เรื่องนี้รู้มาจากโรงเรียน คือคุณครูเขาต้องมาให้คำปรึกษาลูกว่าเด็กคนโตโอเคไหม คนเล็กมีอะไรให้ช่วยหรือเปล่า ครูก็ทำงานกันเยอะมาก เหมือนที่โรงเรียนก็มาคุยกับพี่ว่าลูกสองคนโอเคไหม คุณครูก็ช่วยดูแลให้ เพราะเขากลัวว่าเขาจะมีปัญหาเวลาที่อยู่ตัวคนเดียว หรืออยู่กับเพื่อนจะเป็นอีกแบบ ซึ่งไม่เป็น

 

 

ก่อนหน้านี้ที่มีข่าว “เอ๋” เสียชีวิตคือพี่ก็ไม่เข้าใจ มันเหมือนผ่านไปแล้วด้วยซ้ำ แต่มันก็เหมือนตอนนั้นน่ะ มี TikTok มีเพจมาพูดว่า “เอ๋” เขาตุย ก็รู้สึกว่าทำไมใจร้ายจังเลย ทำไปเพื่ออะไร เลยคุยกับ”เอ๋” ว่างั้นเราไลฟ์สดให้คนเห็นไปเลยว่าเรียลไทม์ เอ๋ยังมีชีวิตอยู่ ตนว่าวิธีการทำแบบเนี่ย พูดว่าดาราคนโน้นตาย ทั้ง ๆ ที่เขามีชีวิตอยู่ มันคือเรื่องที่อาจจะได้เอ็นเกจฯ อาจจะได้ยอดวิว หรืออาจจะได้เงิน แต่ว่ามันเป็นวิธีการที่ใจร้ายพอสมควรนะ

 

ในมุมของคนที่ได้รับผลกระทบ ตนไม่รู้ว่ามันดูสนุกหรือเปล่า แต่ในมุมนึงคุณอาจจะอะไรก็ตามแต่ แม้กระทั่งคนทำขึ้นมาก็มีครอบครัว มีพ่อ มีแม่ มีลูก ผมเองที่คุณลงข่าวว่าภรรยาตนตุย แล้วสุขภาพใจเขาก็ยังไม่ได้ดีมาก คนเป็นมะเร็งเขาก็กลัวที่จะตุย ลึก ๆ เขาก็กลัว เพราะว่ามันไม่ใช่ว่าตัดแล้วหายขาด เพราะฉะนั้นก็จะขอร้องเขาว่าอย่าทำเลย มันใจร้ายไปนะ แต่มันไม่เป็นประโยชน์หรอก เพราะว่าเราพูดอย่างนี้ไป พรุ่งนี้เขาก็ทำอีกแล้ว มันเพิ่มมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ เพราะว่ามันเป็นเรื่องที่เราคุมไม่ได้แล้ว สิ่งที่สำคัญคือเราคุมตัวเรา ว่าถ้าโกรธก็ไลฟ์สดไป แล้วก็พูดจบ แล้วก็จบกัน

 

คนให้กำลังใจเยอะมาก วันนั้นคนดูหลายพัน ส่วนมากคนบอกไม่ให้สนใจ “เอ๋” ก็เสียใจที่เป็นมะเร็งทำไมต้องมาขยี้กัน ไม่มีความเมตตา คนที่กลัวก็กลัวที่จะตุย สิ่งเหล่านี้ไม่หายไป ธันวาคมนี้ก็ต้องไปตรวจอีก ปีหน้ากผ้ต้องไปอีก ถามว่ายิ้มเต็มปากไหมคง 90 %

 

สุดท้ายก็ต้องขอขอบคุณกำลังใจที่ส่งมาให้ การที่เขาพิมพ์ข้อความมาให้ หมายความว่าบางครอบครัวเขาก็มีประสบการณ์แบบนี้ บางครอบครัวเขาก็เคยมีพ่อแม่ มีเพื่อน มีสามีเป็นมะเร็งแล้วเสียชีวิตไปก็มี เขาก็ส่งกำลังใจมา “เอ๋” ก็ได้กำลังใจตรงนี้ ไม่งั้นเขาก็ไปต่อไม่ได้ เรื่องทั้งหมดมันต้องอุ้มใจกันขึ้นมา ไม่งั้นมันจะดิ่งลงไป”

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

 

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews