ผลพวงคดี “ชั้น 14” แม้ว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะพ้นโทษไปแล้ว แต่บทพิสูจน์ความรับผิดของผู้เกี่ยวข้องยังไม่จบ เพราะคำถามต่อกระบวนการบังคับโทษและการรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลตำรวจ ชั้น 14 ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในคดีที่ถูกจับตามองมากที่สุดของสังคม เพราะไม่เพียงเกี่ยวข้องกับอดีตนายกรัฐมนตรี แต่ยังอาจส่งผลต่อข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐหลายหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจในช่วงเวลานั้น
โดยในฟากฝั่งของ สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ซึ่งมีการตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงที่มี พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ประธานคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ได้มีมติว่า พล.ต.ท.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ อดีตแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตํารวจ ถูกแพทยสภาชี้ผิดจริยธรรม กรณีที่เกี่ยวข้องกับชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ
ซึ่งต่อมา พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้ลงนามคำสั่งให้ช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) ชั้น 20 โดยขาดจากตำแหน่งเดิมมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึง 31 มีนาคม 2569 เพื่อเปิดทางให้มีการสอบสวนทางวินัย ต่อมาเดือนมีนาคม 2569 มีคำสั่งขยายเวลาช่วยราชการที่ ศปก.ตร. ออกไปอีก 3 เดือน จากสาเหตุ พล.ต.ท.ทวีศิลป์ ขอยื่นเอกสารเพิ่มเติมต่อเนื่องตลอดมา จนได้ยื่นหนังสือขอลาออกขอให้มีผลวันที่ 1 ส.ค.นี้
ล่าสุดมีรายงานว่า พล.ต.อ.กรไชย ประธานคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จริงเรียกประชุมคณะกรรมการ และมีมติเป็นเอกฉันท์ ว่าเข้าข่ายกระทำความผิดจริยธรรมตามที่แพทยสภาสั่งลงโทษฯ จึงเสนอให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนจริยธรรมผิดวินัยร้ายแรง ซึ่งได้เสนอไปยังกองวินัย เพื่อประมวลเรื่องให้ ผบ.ตร.ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงเมื่อวันที่ 27 ก.ค.ที่ผ่านมา โดย ผบ.ตร.ได้มีคำสั่งแต่งตั้งให้ พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) เป็นประธาน พร้อมด้วยคณะกรรมการฯ
ทั้งนี้การทำหนังสือลาออกของ พล.ต.ท.ทวีศิลป์ ที่ระบุไว้วัน 1 ส.ค.นั้น กฏหมายตาม พ.ร.บ.ตำรวจฯ จะไม่สามารถลาออกได้ สาเหตุเพราะกฏหมายระบุไว้ ข้าราชการตำรวจรายใดอยู่ระหว่างถูกตั้งกรรมการวินัยร้ายแรงจะไม่สามารถลาออกได้ ชึ่งถ้าหาก พล.ต.ท.ทวีศิลป์ ถูกคณะกรรมการฯ มีมติว่าผิดจริยธรรม ก็ถูกปลดออกกับไล่ออกเท่านั่น อย่างไรก็ตาม ต้องรอคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง จะมีมติออกมาอย่างไร โดย พล.ต.ท.ทวีศิลป์ จะเกษียณราชการ 30 ก.ย.2569 นี้
ทางด้าน นายพิชิต ไชยมงคล แกนนํากลุ่ม คปท. ที่ไปทวงถาม ที่ สำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อติดตาม เรื่องร้องเรียนให้ดำเนินการกับกลุ่มข้าราชการที่ร่วมกันช่วยเหลือ สนับสนุน ให้ นายทักษิณ ไม่ได้ถูกขังตามหมายศาล ด้วยการอ้างอาการป่วยวิกฤตจนต้องนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ ชั้น 14 ตลอดเวลาที่ต้องโทษจำคุก
โดยทาง ป.ป.ช. แจ้งข้อมูลคืบหน้า ว่า ทาง ป.ป.ช. สืบพยาน 30 กว่าคน ตอนนี้อยู่ในระหว่างการไต่สวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติม 3 ท่าน ประกอบด้วย พันตํารวจเอกทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม, ปลัดกระทรวงยุติธรรม และ ตัวของนายทักษิณ ชินวัตร
ดังนั้น ป.ป.ช. อยู่ระหว่างไต่สวนข้อเท็จจริงเพื่อจะชี้มูลความผิด ก็ถือว่ามีความคืบหน้าไปพอสมควร ซึ่งคดีนี้จะสิ้นสุดกรอบการทำงานของ ป.ป.ช. ภายในเดือนธันวาคม ปีนี้ อยู่ที่ว่าจะขยายข้อเท็จจริงไปเพิ่มเติมหรือไม่อย่างไร ที่จริงก็มีข้อเท็จจริงที่คืบหน้าไปมากกว่านี้ เพียงแต่ว่าไม่สามารถที่จะเปิดเผยได้ เรื่องชั้น 14 ถือว่า ป.ป.ช. ได้ทำงานอย่างเต็มที่ และคปท. จะติดตามเรื่องนี้ อย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญ ที่ต้องถูกตั้งคำถามเลยก็ คือ การอนุญาตให้นายทักษิณเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ ตั้งแต่คืนแรกที่ถูกส่งตัวเข้าเรือนจำ และพักรักษาตัวต่อเนื่องเป็นเวลานาน เป็นการดำเนินการที่เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ทางการแพทย์หรือไม่
หากผลการตรวจสอบพบว่า ทุกขั้นตอนเป็นไปตามระเบียบ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องก็ย่อมได้รับความชัดเจน แต่หากพบว่ามีการใช้อำนาจโดยมิชอบ หรือมีการเอื้อประโยชน์ให้บุคคลใดบุคคลหนึ่ง ก็อาจนำไปสู่ความรับผิดทั้งทางวินัย ทางอาญา และทางปกครองได้
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news