“ภคมน”ชวนย้อนไทม์ไลน์โกงสอบท้องถิ่น40 วัน ไม่คืบหน้า

การเมือง ข่าว
“ภคมน”ตั้งข้อสังเกต หลังโกงสอบท้องถิ่นผ่าน 40 วัน ไม่คืบหน้า ชวนย้อนไทม์ไลน์จะพบว่า เป็นการ ‘สั่งตั้งแต่เมื่อวาน’ ฮั้วตั้งแต่เริ่มต้น

น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่า นับตั้งแต่วันแรกที่เจ้าหน้าที่บุกเข้าไปยังอาคารแห่งหนึ่งที่นนทบุรี จนถึงขณะนี้ ผ่านมากว่า 40 วันแล้ว แต่ “มหากาพย์ทุจริตสอบท้องถิ่น” มูลค่าทุจริต 5,000 ล้านบาท ที่ควรจะมีความคืบหน้ามากกว่านี้

จนถึงวันนี้ กลับยังไม่มีอะไรมากไปกว่าข่าวการ “จ่อ” ออกหมายเรียก หรือ “จ่อ” ออกหมายจับ โดยยังไม่มีท่าทีว่าจะขยายผลไปตรวจเส้นทางการเงินของใครเลยแม้แต่รายเดียว

ทั้งที่มีข้อมูลหลายจุดที่ทำให้น่าสงสัยว่า ขบวนการโกงสอบท้องถิ่นนั้นมีการเตรียมการฮั้วกันตั้งแต่เริ่มแรกในระดับ TOR

จากการติดตามซักถามในคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ทั้งทางกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ก็ยืนยันความบริสุทธิ์ของตนเองว่าทำถูกต้องทุกขั้นตอน ขณะที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ก็ยืนยันว่าดำเนินการตามข้อตกลงและขอบเขตของงาน (TOR) อย่างเคร่งครัด

น.ส.ภคมน ในฐานะประธาน กมธ.การพัฒนาการเมืองฯ ตั้งข้อสังเกตตั้งแต่แรกว่าการทุจริตสอบท้องถิ่น 2568 ไม่มีทาง “สั่งวันนี้เสร็จเมื่อวาน” แน่ๆ แต่เป็นการ “สั่งไว้ตั้งแต่เมื่อวาน” มากกว่า มีการวางแผนทำกันเป็นขบวนการ ซึ่งจะเห็นได้ชัดหากย้อนไทม์ไลน์กระบวนการทั้งหมดว่ามีร่องรอยความไม่ชอบมาพากลตั้งแต่ปี 2566

“จุดเริ่มต้นของการ “รู้เห็นเป็นใจ” ระหว่าง สถ. และ มศว จนนำไปสู่ความเสียหายมากมายขนาดนี้ ไม่ใช่เรื่องของการแอบทุจริตกันกลางทาง แต่มีข้อสังเกตว่า เป็นการจัดวางและวางแผนกันมาตั้งแต่แรก” ภคมนกล่าว

น.ส.ภคมน กางให้เห็นเส้นเรื่องว่า การโกงระดับมหากาพย์ระดับนี้ ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่สามารถทำเพียงลำพังได้ และไม่ใช่เป็นการร่วมมือกันของระดับผู้ปฏิบัติการเล็กๆ ที่เตรียมการไว้ก่อนเท่านั้น แต่เป็นระดับหัวหน้าที่มีอำนาจตัดสินใจ เริ่มตั้งแต่กระบวนการเลือกผู้รับจ้าง ว่าทำไมสุดท้ายจึงกลายเป็น มศว ทั้งที่คิดราคาจ้างแพงกว่ามหาวิทยาลัยอื่นอย่างมหาวิทยาลัยบูรพา (ม.บูรพา) หรือมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์

 

“ความจริงแล้ว งานนี้ ม.บูรพา เป็นผู้ชนะการเสนอราคาตั้งแต่แรก แต่กลับมีการเปลี่ยนตัวผู้รับจ้างเป็น มศว ในภายหลัง โดยอ้างว่า ม.บูรพา มีประวัติการทุจริต ซึ่งในเวลาต่อมา ม.บูรพา ได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งเปลี่ยนแปลงดังกล่าวและเป็นฝ่ายชนะอุทธรณ์”

[ลำดับเหตุการณ์การจ้างเหมาจัดสอบ]
– ธันวาคม 2566: เมื่อ ม.บูรพา ชนะการอุทธรณ์ สถ. ได้ต่อรองขอลดราคา ซึ่งทาง ม.บูรพา ยินยอมลดราคาลงเหลือ 82,500,000 บาท (เฉลี่ย 275 บาท/คน)

– 28 ธันวาคม 2566: สถ. ออกประกาศให้ ม.บูรพา เป็นผู้ชนะการเสนอราคาอย่างเป็นทางการ

– 16 มกราคม 2567: ม.บูรพา เข้าลงนามในสัญญาจ้างเหมาจัดสอบกับ สถ. ตามขั้นตอนปกติ

– 22 มกราคม 2567: สถ. ออกหนังสือขอชะลอกระบวนการลงนามสัญญา โดยอ้างว่ามีข้อร้องเรียนเรื่อง ม.บูรพา มีประวัติการจัดสอบที่ทุจริต

– 25 มกราคม 2567: ม.บูรพา เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ร่วมกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.), สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และ กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เพื่อชี้แจงมาตรการป้องกันการทุจริตที่ถูกกล่าวหา

– พฤษภาคม 2567: ม.บูรพา เข้าร่วมประชุม กสถ. อีกครั้ง เพื่อนำเสนอแผนงานและแนวทางปฏิบัติเพิ่มเติมตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง

– กุมภาพันธ์ 2568: สถ. ออกประกาศและหนังสือลงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568 ยกเลิกประกาศรายชื่อผู้ชนะการเสนอราคา ซึ่งก็คือยกเลิกสัญญากับ ม.บูรพา

[ข้อเท็จจริงและข้อสังเกตเรื่อง TOR]
ในเวลาต่อมา เมื่อมีการสอบถาม สถ. ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมว่า ไม่พบข้อร้องเรียนเรื่องการทุจริตของ ม.บูรพา แต่อย่างใด อีกทั้ง สถ. ก็ไม่เคยแจ้งผลการยุติการตรวจสอบข้อร้องเรียนให้ ม.บูรพา ทราบตามที่เคยระบุไว้

นอกจากนี้ หนึ่งในเหตุผลหลักที่ สถ. นำมาอ้างในการยกเลิกสัญญากับ ม.บูรพา คือการระบุว่า “ขอบเขตของงาน (TOR) เดิมไม่รัดกุม และเปิดช่องไม่ให้ผู้ว่าจ้างเข้าไปตรวจสังเกตการณ์ได้ทุกขั้นตอน”

 

“ข้ออ้างนี้ฟังไม่ขึ้นและไม่สมเหตุสมผลอย่างยิ่ง เพราะ TOR ดังกล่าวมาจากคณะกรรมการกำหนด TOR ที่แต่งตั้งโดย นฤชา โฆษาศิวิไลซ์ (อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น) เอง ซึ่งผู้รับจ้างอย่าง ม.บูรพา ไม่มีสิทธิ์เข้าไปเขียนหรือกำหนด TOR ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว” ภคมนกล่าว

[ข้อสงสัยเรื่องการ ‘ล็อกสเปก’]

หลังจากยกเลิก ม.บูรพา แล้ว สถ. ได้จัดหาผู้จัดสอบรายใหม่ จนได้ มศว เข้ามาเป็นผู้จัดสอบ พร้อมกับมีการปรับแก้ TOR ขึ้นมาใหม่

ข้อสังเกตของภคมนคือ TOR ฉบับใหม่ แม้จะไม่ได้เขียนชื่อผู้ชนะออกมาตรงๆ แต่เป็นการเปลี่ยนกติกาหลายจุดพร้อมๆ กัน ซึ่งส่งผลให้ผู้เสนอราคารายใดรายหนึ่งได้เปรียบอย่างเห็นได้ชัด

“การไล่เรียงเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ ไม่ได้กำลังบอกว่าหาก ม.บูรพา ได้รับจัดสอบแล้วจะไม่เกิดการโกง เพราะเรื่องนี้ไม่มีใครทราบ แต่กำลังชี้ให้เห็นว่า กระบวนการเลือกผู้รับจ้างมีความตั้งใจที่จะ ‘ล็อกเป้า’ หรือ ‘ฮั้ว’ มาตั้งแต่แรกเริ่ม”

น.ส.ภคมน เปิดเผยข้อมูลเพิ่มว่า มีแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือบอกว่า ก่อนที่จะมีการล็อกเป้า มีการพูดคุยถึงเงื่อนไขบางอย่างที่จะเกิดขึ้นไว้ก่อนแล้ว ซึ่งตัวแทนของผู้ชนะการประกวดราคาก็ยอมรับเงื่อนไขนั้น สุดท้ายผลประโยชน์จึงลงตัวเพราะ ‘มีผู้ยื่นเงื่อนไข และมีผู้ตอบสนองเงื่อนไข’ นั่นเอง

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่