มหาดไทยฉาว & รอยร้าวภายใน ระบอบสีน้ำเงิน

Hot Clips Video

 

ตลอดระยะเวลาที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล เข้ามากำกับดูแลกระทรวงมหาดไทย หน่วยงานที่ถูกมองว่าเป็นกระทรวงเกรดเอของฝ่ายปกครอง กลับต้องเผชิญกับปัญหาข่าวฉาว และข้อครหาหลายด้านจนเกิดคำถามถึงประสิทธิภาพในการกำกับดูแล และการตรวจสอบภายในองค์กร

 

เริ่มตั้งแต่กรณีการให้สัญชาติไทยแก่ชาวต่างชาติ ซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตว่ามีบุคคลในเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติและขบวนการสแกมเมอร์ได้รับประโยชน์จากกระบวนการดังกล่าว จนนำไปสู่การตรวจสอบ และการทบทวนขั้นตอนการอนุมัติสัญชาติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 

ต่อมาคือปัญหาที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นข้อพิพาทยืดเยื้อมานาน แม้จะมีคำพิพากษาและคำวินิจฉัยจากหลายหน่วยงาน แต่การดำเนินการของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทยยังถูกจับตามองอย่างต่อเนื่องว่าเป็นไปอย่างล่าช้า และมีแรงกดดันทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่

 

อีกหนึ่งประเด็นที่สร้างแรงสั่นสะเทือนไม่น้อย คือปัญหาอิทธิพลและกลุ่มทุนในจังหวัดภูเก็ต หลังเกิดข้อร้องเรียนเกี่ยวกับมาเฟียต่างชาติ การบุกรุกพื้นที่ และปัญหาความมั่นคงในพื้นที่ จนรัฐบาลต้องเร่งเครื่องจัดการปัญหาด้วยตัดสินใจ สั่งย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมรองผู้ว่าราชการจังหวัดทั้งคณะ ถือเป็นการปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่จำเป็นต้องฟื้นความเชื่อมั่นต่อการบริหารราชการ

 

แต่ประเด็นที่กำลังเป็นแรงกดดันล่าสุด กลับเป็นเรื่องที่กระทบต่อความน่าเชื่อถือของระบบราชการไทยโดยตรง นั่นคือข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่นซึ่งถูกประเมินว่ามีมูลค่าความเสียหาย 4,500 ล้านบาท

 

โดยความร้อนแรงของคดีเพิ่มขึ้น เมื่อเพจ CSI LA เผยแพร่คลิปเสียง พร้อมกล่าวอ้างว่ามีบุคคลระดับสูงในกระทรวงมหาดไทย รวมถึงอ้างว่าภรรยาของปลัดกระทรวงมหาดไทย เข้าไปเกี่ยวข้องกับกระบวนการทุจริตดังกล่าว

และทันทีที่สื่อสอบถามข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ นายอนุทิน ได้ระบุว่า “เพ้อเจ้อไปเรื่อย” และนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่ถูกกล่าวหา ก็ไม่ต้องชี้แจง ไม่มีสาระ เพราะเป็นคลิปอะไรก็ไม่รู้ พร้อมบอกผู้สื่อข่าวว่า ต้องแยกแยะ

 

ด้านปลัดกระทรวงมหาดไทย ปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยระบุว่า หากไม่ใช่เรื่องจริง ก็ไม่รู้จะชี้แจงอะไร พร้อมยืนยันว่าภรรยาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง ประวัติของทุกคน สามารถตรวจสอบได้ ส่วนข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้นเป็นเพียงการกล่าวหาลอย ๆ จึงไม่ให้ความสำคัญ

 

แต่อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายยังจับตาการตรวจสอบในคดีนี้ พร้อมยังการตั้งข้อสังเกตถึงความขัดแย้งภายในกระทรวงมหาดไทย เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นสังคมต่างรับรู้รับทราบว่ามีการทุจริตเช่นนี้มานานหลายสิบปีแล้ว แต่ทำไมถึงมีการเปิดเผยขบวนการนี้ขึ้นมา ที่อาจมาจากรอยร้าวเล็กๆ ที่ขยายใหญ่ขึ้นจากฝ่ายการเมืองใน “ระบอบสีน้ำเงิน” จากเข้มกลายเป็นจางหรือไม่

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

ปิดโหมดสีเทา