ผ่านไปเกือบ 2 ปีนับจากการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ชุดปัจจุบันตั้งแต่ ปี 2567 คดี “ฮั้วเลือก สว.” ยังคงเป็นหนึ่งในคดีการเมืองที่ถูกจับตาที่สุด เพราะเกี่ยวข้องกับความชอบธรรมของ สว. จำนวนมาก และอาจส่งผลต่อดุลอำนาจทางการเมืองในระยะยาวตลอด 2 ปีที่ผ่านมา คดีเดินอยู่ใน 3 แนวรบหลัก ได้แก่ การสอบสวนของ กกต., การสืบสวนของดีเอสไอ (DSI) และการเคลื่อนไหวทางกฎหมายของกลุ่ม สว.สำรอง
ในส่วนของ กกต. นั้นหลังจากชุดสืบสวนไต่สวนที่ 26 ทำการสืบสวนพบบุคคลที่เกี่ยวข้องและมีมติเสนอให้ดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหารวม 229 คน ประกอบด้วย สว. ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ 138 คน และบุคคลทางการเมืองรวมถึงเครือข่ายอีก 91 คน โดยเห็นว่ามีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินการต่อไป แต่ปัจจุบัน สำนวนถูกส่งขึ้นสู่ระดับ กกต. ชุดใหญ่แล้ว มาจนถึงขณะนี้ ยังไม่มีมติชี้ขาดขั้นสุดท้าย ทำให้ถูกวิจารณ์อย่างหนักว่ากระบวนการล่าช้าเกินควร และอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของสาธารณชน
ฟากฝั่งของ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เข้ามามีบทบาทในฐานะผู้สืบสวนข้อมูลพิเศษ โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับขบวนการจัดตั้งเครือข่าย การนัดหมาย และการเคลื่อนย้ายเงินก่อนหน้านี้ ดีเอสไอเปิดเผยข้อมูลการสืบสวนที่ระบุถึงรูปแบบการจัดการเลือกตั้งเป็นเครือข่าย รวมถึงข้อมูลการจ่ายเงินและการประสานงานระหว่างกลุ่มบุคคลหลายระดับ กระทั่งสรุปสำนวนกล่าวหาบุคคลที่เกี่ยวข้อง 8 ราย ไปยังพนักงานอัยการ แต่อัยการตีกลับสำนวน รอให้ กกต.ชุดใหญ่ มีความเห็นในคดีหลักก่อน
ขณะที่ กลุ่ม สว.สำรอง ตลอด 2 ปีที่ผ่านมายังคงเดินหน้าทวงถาม กกต. นำหลักฐานมามอบให้เพิ่มเติม เช่น ข้อความสนทนาในแอปพลิเคชันไลน์ และข้อมูลเส้นทางการเงิน เพื่อให้ กกต.นำไปประกอบสำนวนสอบสวนด้วยความ โปร่งใสในการเลือก สว. แต่ดูเหมือนคดีจะไม่มีความคืบหน้าไร้คำตอบที่ชัดเจน
เช่นเดียวกับวันนี้ ซึ่งถือว่าเป็นวันครบรอบ 2 ปีของการเลือก สว.ที่ถือว่ามีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของสังคมถึงความไม่โปร่งใส่ของการได้มา ซึ่ง สว. ทำให้กลุ่ม สว.สำรอง ภาคประชาชน และกลุ่ม ไอลอว์ ออกมารวมตัวทำกิจกรรม ทวงถามความคืบหน้าคดี และยื่นคำร้องต่อ กกต. ขอให้ กกต. พิจารณาวินิจฉัยคดีที่เกี่ยวข้องกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยย้ำถึงการดำเนินการภายใต้หลัก ความสุจริต เที่ยงธรรม และโปร่งใส และขอให้ส่งสำนวนคดี ฮั้ว สว. ให้ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง พิจารณาวินิจฉัยเพื่อให้เกิดความโปร่งใสในคดีนี้
ขณะที่กลุ่มสวสํารอง ออกแถลงการณ์ระบุว่า การจัดการเลือกสอวอต้องเป็นไปตามกฎหมายรัฐธรรมนูญที่ต้องถือเอาความสุจริตและเที่ยงธรรมเป็นที่ตั้ง แต่เมื่อมีการร้องคัดค้านว่าการเลือก สว ไม่เป็นไปโดยความสุจริตเที่ยงธรรม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่าง กกต. ต้องพิจารณาวินิจฉัย และส่งสํานวนให้ศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้ง วินิจฉัยชี้ขาด เกี่ยวกับคดีนี้เพื่อให้สังคมคลายความสงสัย หรือหากมีผู้กระทําผิดจริง ศาลจะเป็นผู้พิจารณาเอง
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews