อดีตนายกรัฐมนตรี 3-4 คน ก่อนหน้านี้ ล้วนเคยประกาศปราบปรามทจุริตคอร์รัปชั่น เป็นวาระแห่งชาติ แต่ผลการดำเนินงานกลับตรงกันข้าม โดยผลคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริตของประเทศไทย ปี 2568 ได้เพียง 33 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 รั้งอันดับ 116 จากทั้งหมด 182 ประเทศ ถือว่าค่อนข้างต่ำ และมีการตีความว่าไทย อาจเป็นประเทศที่มีการทุจริตสูง และมีความโปร่งใสต่ำ
นายกฯอนุทิน ชาญวีรกุล เคยประกาศว่า รับไม่ได้ไทยสอบตกคอร์รัปชั่น เคยสั่งเร่งสังคายนากฏหมาย เพื่อทำการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันมีประสิทธิภาพสูงสุด และชูเป็นวาระแห่งชาติ ล้างบางคนโกงมาแล้ว แต่รัฐบาลสีน้ำเงินของ”นายกฯหนู” กลับถูกตบหน้าอย่างจัง เมื่อ ปปป. และ ปปช. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จับกุมเครือข่ายทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ร่วม 10 คน ที่บ้านหลังหนึ่งใน จ.นนทบุรี พบหลักฐานในระบบอิเล็กทรอนิกส์แก้คะแนนสอบ สร้างความเสียหายกว่า 4,500 ล้านบาท
ที่มาของคดีนี้ เพราะมีผู้ร้องเรียนมอบหลักฐานและคลิปเสียง ระบุว่ามีกลุ่มบุคคลและติวเตอร์บางกลุ่ม แอบอ้างว่าสามารถใช้เส้นสายภายใน ช่วยเหลือผู้สมัครสอบให้ผ่านการคัดเลือกเข้ารับราชการท้องถิ่นได้ โดยเรียกรับเงินตั้งแต่ 3.5 แสนบาท สำหรับตำแหน่งทั่วไป และสูงถึง 7 หรือ 8 แสนบาท ในพื้นที่ที่มีการแข่งขันสูง ในการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ประจำปี 2568 ซึ่งเปิดรับสมัครรวม 87 ตำแหน่ง จำนวน 6,669 อัตรา และทำการสอบเมื่อเดือน ธ.ค.2568 ประกาศผลเมื่อเดือน ก.พ.2569
ทันทีที่ขบวนการโกงสอบท้องถิ่น ถูกเปิดแผลออกมา “อรรษิษฐ์ สัมพันธ์รัตน์”ปลัดมหาดไทย สั่งเด้ง “ธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล” อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ทันที เป็นเครื่องสังเวยการจับทุจริตสอบท้องถิ่น ต่อมามีการพาดพิง มีคลิปเสียงเชื่อมโยงถึง “รมช.มหาดไทย” มีส่วนเกี่ยวข้อง จน “เดชอิศม์ ขาวทอง”อดีต รมช.มหาดไทย ในยุค”รัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร” ออกมาชี้แจงไทม์ไลน์แบบชัดเจน
ทั้งตอนเข้ารับตำแหน่ง และพ้นตำแหน่งว่า กระบวนการเตรียมสอบท้องถิ่นเป็นอย่างไร พร้อม ระบุ “นฤชา โฆษาศิวิไลซ์” อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ที่ปัจจุบันเป็นอธิบดีกรมการปกครอง เป็นคนลงนาม ประกาศรายชื่อผู้ชนะการเสนอราคาในการจัดสอบ
ต่อมา “นฤชา” ชี้แจงว่า ลงนามจริง และก็โดนย้าย ก่อนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ได้ยื่นอุทธรณ์ ซึ่งสอดรับกับคำชี้แจงของ “เดชอิศม์” ซึ่งพ้นหน้าที่ไปก่อนที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และข้อร้องเรียน กรมบัญชีกลาง จะวินิจฉัยชี้ขาด เมื่อวันที่ 29 ก.ย.2568 ว่าอุทธรณ์ฟังไม่ขึ้น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สามารถดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างในขั้นตอนต่อไปได้ และการสอบเกิดขึ้นในยุคของรัฐบาล “อนุทิน 1” ซึ่ง “เสี่ยหนู” ควบตำแหน่งนายกฯ และรัฐมนตรีมหาดไทย มี รมช.3คน จากพรรคภูมิใจไทยทั้งหมด ประกอบด้วย “ทรงศักดิ์ ทองศรี-ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์-ศศิธร กิติธรกุล” ส่วนเรื่องคลิปเสียงผลตรวจสอบ และสอบสวนจะเป็นอย่างไร เป็นหน้าที่ของทางตำรวจดำเนินการ โดย “ทรงศักดิ์” ก็ปฏิเสธแล้ว ว่าตนเอง ไม่น่าใช่คนที่คลิปเสียงกล่าวอ้าง
“อนุทิน” สั่งเด็ดขาด จัดการโกงสอบท้องถิ่น พร้อมกับประณามเป็นพวกชายชาติ ชั่วที่สุดคือข้าราชการผู้ใหญ่ที่ร่วมขบวนการ และจะยกเลิกผลสอบ จนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ต้องชลอคำสั่งบรรจุข้าราชการ ส่วนมหาดไทย ก็ตั้งกรรมการสอบขีดส้นต้องรู้ผลภายใน 7 วัน “วรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์” มท.4 ในฐานกำกับดูแลกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ยืนยันจะสอบสวนโกงสอบครั้งนี้ให้ถึงที่สุด และพร้อมรื้อคดีเก่าด้วย หากมีหลักฐานเชื่อมโยงไปถึง จนหลายคนจับตาไปยังคดีเก่า “โกงสอบนายอำเภอ”ในยุครัฐบาล”อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ซึ่งมี “ชวรัตน์ ชาญวีรกุล” พ่อของนายกฯ เป็นมท. 1 ด้วย
อย่างไรก็ตาม จากคดีโกงสอบท้องถิ่นครั้งนี้ แม้จะเป็นคดีใหญ่โตแล้ว แต่ผู้หลักผู้ใหญ่ ผู้บริหารบ้านเมือง ซึ่งมีอาจกำกับโดยตรงในกระทรวงมหาดไทย ยังสร้างความสับสน ทำแบบขอไปทีในเรื่องนี้ อย่างต่อเนื่อง เริ่มจากตัว”อนุทิน” ทีแรกขึงขัง สั่งตรวจสอบทั้งหมดเอาคนผิดมาลงโทษ จะยกเลิกผลสอบทั้งหมด อ้างเป็นผลไม้พิษ ต่อมาก็บอกว่าไม่สามารถยกเลิกทั้งหมดได้ต้องให้ความเป็นธรรมกับคนดี แยกคนโกงออกจากคนสอบได้โดยสุจริต หรือแม้แต่เรื่องคลิปเสียงที่เป็นหลักฐานก็บอกว่า คลิปเสียงไม่สำคัญ รวมถึงกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ที่ออกเอกสารแจ้งชลอบรรจุข้าราชการ แต่สุดท้ายก็กลับลำเป็นไฟเขียวกระบวนการไปต่อตามปกติ ค่อยสอยทีหลัง
จะว่าไปแล้ว ขบวนการโกงสอบท้องถิ่น ครั้งนี้ นอกจากเป็นการตบหน้ารัฐบาล ที่ประกาศยกระดับปราบปรามทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นวาระแห่งชาติมาหลายรัฐบาลแล้ว คดีนี้ยังจะเป็น”ตราบาป”ของกระบวนการคัดเลือกบุคคลเข้าสู่ระบบราชการไทยด้วย เพราะหากจุดเริ่มต้นของการเข้าไปทำงานเพื่อประชาชน ยังมีการโกง ไม่สุจริต และการทำงานจะซื่อสัตย์สุจริตเพื่อประชาชน และประเทศชาติได้อย่างไร…
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews