“ดอนเชนโก” เตรียมศอกรับน้องใหม่ “เบิร์กเกร็น” ศึก UFC บากู คืนวันเสาร์นี้

ข่าว กีฬา
“ดานีล ดอนเชนโก” ลั่นเตรียมศอกมวยไทยรับน้องใหม่ “ธีโอดอร์ เบิร์กเกร็น” ในศึก UFC FIGHT NIGHT : FIZIEV VS TORRES คืนวันเสาร์นี้

 

ดานีล ดอนเชนโก นักสู้สายมวยไทยชาวยูเครนแห่งศึก UFC ประกาศกร้าวขอใช้วิชามวยไทย รับน้องใหม่ด้วยการพิชิต ธีโอดอร์ เบิร์กเกร็น นักสู้หน้าใหม่ชาวสวีเดน ก่อนขึ้นสังเวียนในศึก UFC FIGHT NIGHT : FIZIEV VS TORRES ณ สังเวียน National Gymnastics Arena ,กรุงบากู ,อาเซอร์ไบจาน ในคืนวันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน นี้

 

ดานีล ดอนเชนโก นักสู้สายมวยไทยชาวยูเครนวัย 24 ปีที่มีสถิติชนะ 13 แพ้ 2 กล่าวถึงถึงจุดเริ่มต้นในเส้นทางสายการต่อสู้ของตัวเอง ที่ใช้ประเทศไทยเป็นฐานที่มั่นในการเก็บตัวฝึกซ้อม โดยกล่าวเริ่มต้นว่า

 

“ย้อนกลับไปตอนผมอายุ 18 ผมย้ายมาเมืองไทย ตอนแรกกะว่าจะอยู่แค่ 3 เดือนเพื่อมาฝึกซ้อมและหาประสบการณ์ ยิมแรกที่ผมได้ซ้อมในไทยคือ Revolution Gym ผมซ้อมและชกที่นั่นได้ราวเดือนครึ่ง แต่ดันมาเกิดโควิดพอดี ตอนนั้นผมโดนล็อกดาวน์ยาวที่ภูเก็ต เงินก็ไม่มี แผนจะกลับยูเครนก็ล่ม ต้องพยายามดิ้นรนเอาชีวิตรอดกันสุดๆ”

 

“แต่พอถึงจุดหนึ่ง ผมเริ่มรู้สึกดีและผูกพันกับเมืองไทยมาก แม้ห้สถานการณ์เริ่มคลี่คลายจนกลับไปซ้อมที่ยูเครนได้ แต่ผมก็เลือกที่จะอยู่ไทยต่อ รวมๆแล้วรอบแรกผมอยู่ยาวถึง 1 ปี 3 เดือน จากที่ตั้งเป้าไว้แค่ 3 เดือนหลังจากโควิดเริ่มซาได้พัก ผมก็ย้ายไปซ้อมที่ค่าย ไทเกอร์ มวยไทย ต่ออีก 9 เดือนเต็ม ก่อนจะตัดสินใจกลับยูเครน เพื่อไปเยี่ยมครอบครัวและเคลียร์รายการแข่งขันที่นั่น”

 

“หลังจากกลับบ้านได้ราว 1 ปี ผมเริ่มเบนเข็มมาสู้ MMA อย่างจริงจัง เพราะมีโปรโมเตอร์ที่ยูเครน ยื่นข้อเสนอขึ้นสู้แบบ MMA ให้ผม แถมพวกเขาก็สนับสนุนเรื่องโค้ชมวยปล้ำและทีมงานทุกอย่าง ลังจากนั้นไม่นาน ยูเครน ก็เกิดภาวะสงครามอีก การซ้อมทุกอย่างต้องหยุดชะงัก ผมเลยตัดสินใจย้ายกลับมาเมืองไทยในปี 2022 และนับตั้งแต่นั้นมา ผมก็ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ที่ภูเก็ตตลอด”

 

ขณะเดียวกัน ดอนเชนโก ยังให้เหตุผลถึงการเบนเข็มจากสายมวยไทยและคิกบ็อกซิ่ง มาเอาดีทางด้าน MMA พร้อมกล่าวถึงเหตุผลที่เลือกประเทศไทย ในการเข้าแคมป์เก็บตัวว่า

 

“ผมเป็นคนชอบพัฒนาตัวเองและรักการแข่งขันมาตั้งแต่เด็ก ผมคิดว่า UFC เป็นเป้าหมายสูงสุดมาตลอด ส่วนที่ชก คิกบ็อกซิ่ง กับ มวยไทย ในตอนแรก ก็เพราะต้องการสร้างกระดูกมวย และผมมองว่ามวยไทยคือพื้นฐาน ที่ยอดเยี่ยมมากๆ ในการต่อยอดมาสู้ใน MMA และนั่นคือเหตุผลที่เปลี่ยนมาเล่น MMA ซึ่งผลลัพธ์ในวันนี้มันก็พิสูจน์แล้วว่าผมคิดถูก”

 

“ผมรักเมืองไทยมาก เหตุผลแรกเลยคือที่นี่เป็นสถานที่ที่ดีที่สุดในการอัปเกรดสไตล์การต่อสู้ของผม ผมเป็นคนชอบเตะเจาะยาง เตะลำตัว และสับศอกมาก ทุกไฟต์ที่ผ่านมาผมต้องสับศอกจนคู่ต่อสู้เลือดตกยางออกตลอด และครั้งนี้ผมก็เก็บตัวเต็มรูปแบบที่ไทยอีกครั้ง และเน้นลงลึกเรื่อง “การคลุกวงใน” เป็นพิเศษ เพราะใน UFC หรือใน MMA ปัจจุบัน หาคนที่มีเกมวงในและเหลี่ยมมวยไทยจัดๆ ยากมาก ส่วนใหญ่จะมีแค่มวยปล้ำหรือเกมป้องกัน เช่น คาลิล ราวน์ทรี ที่เคยมาซ้อมในไทย ดังนั้นนี่จึงเป็นอาวุธลับที่สำคัญมาก

 

“เหตุผลที่สองคือเรื่องของบรรยากาศในยิมและสภาพอากาศ ที่นี่แดดดีตลอด ถึงจะร้อนและชื้น แต่มันช่วยรีดพลังและทำให้คาร์ดิโอ ของเราดีขึ้นอย่างเหลือเชื่อ แถมอาหารไทยก็อร่อยมาก และเรื่องสำคัญก็คือค่าครองชีพ ผมสามารถเช่าบ้านหลังใหญ่ให้ทีมงานทั้งหมดอยู่ด้วยกันที่ภูเก็ตได้ในราคาที่สมเหตุสมผล ไม่เหมือนที่อเมริกา ผมเคยไปเก็บตัวที่อเมริการอบหนึ่ง หมดเงินไปกับค่าอพาร์ตเมนต์ที่ไม่ได้ดีเท่าไหร่แพงกว่าค่าเช่าบ้านหลังใหญ่ที่ไทยซะอีก ที่ภูเก็ต เราเข้าถึงการฟื้นฟูร่างกายได้ครบวงจร ทั้งซาวน่า ทั้งนวดแผนไทย”

 

“นอกจากนี้ เรายังมีคู่ซ้อม เก่งๆ จากหลากหลายประเทศแวะเวียนมาซ้อมที่ภูเก็ตตลอด ที่สำคัญคือผมสัมผัสได้ถึงแรงซัพพอร์ตที่ยิ่งใหญ่จากค่าย Tiger Muay Thai ไม่ว่าผมจะขอความช่วยเหลืออะไรในแคมป์ พวกเขาจัดให้เต็มที่ จนตอนนี้ผมรู้สึกเหมือนเมืองไทยเป็นบ้านหลังที่สองไปแล้ว”

 

สำหรับศึก UFC บากู จะเป็นการขึ้นสังเวียนไฟต์ที่ 3 ใน UFC ของนักสู้ชาวยูเครนรายนี้ ซึ่งเจ้าตัวก็กล่าวถึงความพร้อมจากการเก็บตัว ณ ไทเกอร์ มวยไทย ณ จังหวัดภูเก็ต รวมพูดถึงการเปลี่ยนแปลงคู่ต่อสู้จาก อันเดรียส กุสตาฟ์สัน มาเป็นนักสู้น้องใหม่จากสวีเดนอย่าง ธีโอดอร์ เบิร์กเกร็น โดยเปิดเผยว่า

 

“ก่อนหน้านี้ ผมเริ่มจากไปพักผ่อนกับครอบครัวที่ยุโรปนิดหน่อย ก่อนจะบินกลับมาไทยล่วงหน้า 8 สัปดาห์ก่อนขึ้นชก ตอนแรกคิดว่าจะค่อยเป็นค่อยไป เพราะกลัวเรื่องเจ็ทแล็กหรือป่วย แต่พอมาถึงจริง รู้สึกเหมือนได้กลับบ้าน พลังมาเต็ม เลยอัดหนักตั้งแต่เริ่มเลย”

 

“เดิมทีผมต้องเจอกับ อันเดรียส กุสตาฟสัน แต่เขาถอนตัวไปตอนประมาณ 3-4 สัปดาห์ก่อนไฟต์ ทาง UFC เลยเสนอคู่ชกใหม่จากสวีเดนเหมือนกัน ซึ่งเขาเป็นมวยยืนที่ถนัดซ้าย สำหรับผม ไม่มีปัญหาเลย ผมเตรียมตัวมาพร้อมมากที่จะชนะหมอนี่ เพราะถึงเขาจะเป็นมวยยืน แต่ผมมั่นใจว่าระดับการสไตรกิง ของผมเหนือกว่าเขาอยู่ก้าวหนึ่ง”

 

“ไฟต์นี้ผมมั่นใจมาก เพราะผ่านแคมป์ที่หนักหน่วงกับ Tiger Muay Thai ได้ดึงคู่ซ้อมเฉพาะทางมาร่วมแคมป์ รวมถึงพาโค้ชยืนสู้ส่วนตัวมาผสมโรงกับโค้ชของทาง Tiger พวกเราวางแผนแก้เกมมาอย่างละเอียด รู้หมดว่าจุดแข็งจุดอ่อนของเขาอยู่ตรงไหน เพราะศึกษามาจนขึ้นใจแล้วว่าต้องทำอะไรบนเวที แผนการชกของเราเป๊ะมาก”

 

นอกจากนี้ ดอนเชนโก ที่ชนะมา 2 ไฟต์รวดกับการเปิดตัวใน UFC ยังกล่าวถึงนักมวยไทย ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่ตัวเอง ยกให้เป็นต้นแบบและแรงบันดาลใจในการขึ้นสังเวียนว่า

 

“ถ้านักมวยไทยชาวไทย ผมชอบ แสนชัย เพราะเขายังคงโลดแล่นและขึ้นชกอยู่จนถึงตอนนี้ สไตล์การชกของเขา มันเหมือนเขากำลังเล่นเกมอย่างสนุกสนานบนเวที ซึ่งตัวผมเองเวลาเคลื่อนไหวในกรง ผมก็รู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน มันคือสิ่งที่ผมหลงรัก เขาอ่านจังหวะได้อัจฉริยะมาก แสนชัย คือที่หนึ่งในใจของผมเลย ส่วนนักมวยไทยชาวต่างชาติ ผมยกให้ รามอน เดกเกอร์ ยอดมวยชาวเนเธอร์แลนด์ 2 คนนี้คือไอดอลมวยไทยของผม ตอนเด็กๆ ผมเปิดดูคลิปไฮไลท์ สารคดี และภาพยนตร์ของทั้งคู่ซ้ำไปซ้ำมาตลอดเลย”

 

ดานีล ดอนเชนโก กล่าวถึงความภูมิใจส่วนตัว ที่ได้เป็นตัวแทนของ ยูเครน ในสังเวียนการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก พร้อมกับเปิดเผยถึงเป้าหมายที่ต้องการกลายเป็นที่จดจำของแฟนๆการต่อสู้ด้วยว่า

 

“ผมรู้สึกเป็นเกียรติและความภาคภูมิใจที่ยิ่งใหญ่มากที่ได้เป็นตัวแทนของประเทศยูเครน ผมรู้ดีว่าตอนนี้สปอตไลท์และความคาดหวังจากแฟนๆ ชาวไทยและชาวยูเครนจับจ้องมาที่ผม จากเดิมที่มีนักสู้ยูเครนแค่สองคน ตอนนี้เราเพิ่มเป็นสามคนแล้วใน UFC มันคือแรงผลักดันที่ทำให้ผมอยากเป็นสะพานช่วยเหลือนักสู้รุ่นใหม่ๆ จากยูเครนให้มีโอกาสก้าวเข้าสู่ UFC มากขึ้น ผมต้องการพิสูจน์ให้โลก และให้ผู้บริหาร UFC เห็นว่า นักสู้จากยูเครน หัวใจแกร่งและสามารถแข่งขันในระดับสูงสุดได้ เพื่อที่ในอนาคตพวกเขาจะเซ็นสัญญานักสู้ชาวยูเครนเข้ามาเพิ่มขึ้น”

 

“แน่นอนว่านักสู้ทุกคนก็ต้องตอบว่าอยากเป็นแชมป์โลก แต่สำหรับผม มันไม่ใช่แค่การคว้าเข็มขัดมาคาดเอวแล้วจบไป เป้าหมายสูงสุดของผมคือการมอบความบันเทิง ชกในสไตล์ที่สวยงาม ดุดัน มีการแลกอาวุธ มีเลือดตกยางออก และเป็นแชมป์โลกที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุด เพราะคุณอาจจะคว้าแชมป์มาแล้วก็เสียแชมป์ไปจนคนลืมชื่อคุณ แต่ผมต้องการเป็นแชมป์โลกที่แฟนๆจะไม่มีวันลืมผมไปตลอดกาล”

 

สุดท้ายนักสู้จากยูเครนก็ไม่ลืมที่ส่งข้อความมายังแฟนๆชาวไทยที่คอยเป็นกำลังใจในศึก UFC บากู คืนวันเสาร์ ด้วยการกล่าวทิ้งท้ายว่า

 

“ผมอยากขอบคุณแฟนๆชาวไทยทุกคน ที่คอยติดตามและซัพพอร์ต ไฟต์ต่อไปผมจะพยายามทำโชว์ออกมาให้ดีที่สุด จะขนทักษะมวยไทยที่ฝึกปรือมาไปปล่อยของบนเวทีให้ทุกคนได้สนุกและภูมิใจในตัวผม และขอขอบคุณอีกครั้งสำหรับการต้อนรับที่อบอุ่นตลอดเวลาที่ผมอาศัยและฝึกซ้อมในประเทศของคุณ ทุกคนใจดีและพร้อมช่วยเหลือเสมอ ขอบคุณมากๆ”

 

สำหรับการต่อสู้ภายใต้รายการ UFC FIGHT NIGHT : FIZIEV VS TORRES จะระเบิดศึก ณ สังเวียน National Gymnastics Arena ,กรุงบากู ,อาเซอร์ไบจาน ในคืนวันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน นี้ คู่หลักของรายการเริ่มเวลา 23.00 น. ตามเวลาประเทศไทย

 

แฟนหมัดมวยชาวไทยติดตามชมได้ทางช่อง TRUE SPORTS HD3 (668) และแอปพลิเคชั่น UFC Fight Pass https://www.ufc.com/event/ufc-fight-night-june-27-2026

 

ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของ UFC Thailand ได้ที่
Facebook : https//www.facebook.com/UFCThailand
Instragram : https//www.instagram.com/ufcthailand

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ปิดโหมดสีเทา