“สุชาติ” ร่วม DSI ตรวจตู้สินค้าต้องสงสัยลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ ขยะพลาสติก จากสหรัฐ พร้อมสั่งเอาผิดทางกฎหมาย ล้างบางทั้งขบวนการ
วันนี้ ( 10 มี.ค.69 ) ที่ สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพร้อมด้วย พ.ต.ต. ณฐพล ดิษยธรรม ผู้อำนวยการกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมสอบสวนคดีพิเศษ ( DSI) ร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกรมศุลกากรกรมควบคุมมลพิษ มูลนิธิบูรณะนิเวศ สำนักงานป้องกันยาเสพติดและปราบปรามอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ และเครือข่ายปฏิบัติการบาเซิล
ได้ร่วมตรวจสอบตู้สินค้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ ขยะเทศบาล และเศษพลาสติก จากประเทศต้นทาง สหรัฐอเมริกา ปลายทางประเทศไทย โดยกลุ่มขบวนการองค์กรอาชญากรรมลักลอบนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งวัตถุอันตรายหรือของต้องห้าม หรือสินค้าที่ต้องห้ามไม่ให้นำเข้ามาในราชอาณาจักร หรือนำผ่านราชอาณาจักร เช่น ขยะอิเล็กทรอนิกส์ ขยะเทศบาล เศษพลาสติก โดยมิชอบโดยกฎหมาย ณสำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง และท่าเทียบเรือฮัทชิสัน แหลมฉบัง เทอร์มินัล (D1)
โดยข้อมูลรายงานจัดทำโดย สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง กรมศุลกากร พบว่ามีการลักลอบนำขยะอิเล็กทรอนิกส์และขยะพลาสติกอย่างผิดกฎหมายจากประเทศสหรัฐอเมริกาประกอบด้วยตู้สินค้าต้องสงสัยว่าลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ และขยะพลาสติก ตั้งแต่เดือนเมษายน 2568 ถึงเดือนมีนาคม 2569 จึงได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนและแจ้งอายัดตู้สินค้าต้องสงสัยดังกล่าวไปยังกรมศุลกากร จำนวนทั้งสิ้น 714 ตู้

นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยพบการปนเปื้อนสารเคมีในดินและแหล่งน้ำในหลายพื้นที่ทั่วประเทศจังหวัดที่พบรายงานการลักลอบทิ้งขยะอันตรายและสารเคมี ได้แก่ จังหวัดระยอง ชลบุรี ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ลพบุรี บุรีรัมย์ และอยุธยา สาเหตุเกิดจากการลักลอบฝังกลบและการกำจัดขยะอันตรายอย่างไม่ถูกวิธีของเจ้าของกิจการโรงงานในไทย
นอกจากกรณีดังกล่าวแล้ว ยังพบว่ามีการตั้งโรงงานเถื่อนเพื่อรองรับขยะอันตรายที่เต็มไปด้วยสารพิษเพื่อรีไซเคิลขยะหรือสกัดเอาแร่ที่มีราคาแพงไว้ แต่ของเสียที่เกิดขึ้นจากการกระบวณการดังกล่าวกลับไม่ได้รับการกำจัดหรือบำบัดอย่างถูกวิธีก่อนที่จะทำการฝังกลบหรือปล่อยออกสู่ธรรมชาติ ทำให้เกิดมลพิษทั้งทางดิน ทางน้ำ และทางอากาศ เป็นอันตรายต่อทั้งคน พืช สัตว์ และสิ่งมีชีวิตทุกชนิดต้องใช้งบประมาณของรัฐจำนวนมหาศาลในการบำบัดฟื้นฟู อีกทั้งยังต้องใช้ระยะเวลานานและยากต่อการฟื้นฟูให้กลับสู่สภาพเดิม

ปัญหาดังกล่าวเกิดจากการที่เจ้าของกิจการที่เป็นต้นกำเนิดของขยะอันตรายเหล่านั้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ ต้องการลดค่าใช้จ่ายในการกำจัดขยะ เนื่องจากการจัดการกับขยะอันตรายและกากของเสียอย่างถูกวิธีนั้น จำเป็นต้องใช้ต้นทุนที่สูง จึงทำให้มีการการลักลอบทิ้งขยะอันตรายและกากของเสียอุตสาหกรรม
ดังนั้น รัฐบาลไทยจึงต้องมีนโยบายและแนวทางที่ชัดเจนในการจัดการกับปัญหาดังกล่าว โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควบคุม กำกับ ดูแล ไม่ให้มีการลักลอบกระทำการดังกล่าว ให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายดำเนินการอย่างเข้มงวด ไม่ใช่เพียงแค่โทษปรับ แต่ให้ดำเนินคดีอาญากับผู้ส่งออกซึ่งเป็นต้นทางของขยะอันตรายในต่างประเทศ และผู้นำเข้าขยะต้องห้ามตามกฎหมายไทยทุกรายที่นำขยะเข้ามาในประเทศไทยรวมถึงให้มีการส่งกลับสู่ประเทศต้นทางอย่างจริงจัง เพื่อให้ประเทศไทยเป็น”แหล่งอาหารสถานที่ท่องเที่ยว และแหล่งวัฒนธรรมของโลก มิใช่เป็นที่ทิ้งขยะของโลก
พ.ต.ต. ณฐพล ดิษยธรรม ผู้อำนวยการกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงบทบาทของ DSI ในคดีดังกล่าว โดยเน้นไปที่ตัวเนื้องานและการจัดการทั้งขบวนการ ดังนี้
1. รับเป็นคดีพิเศษ : จัดการขบวนการลักลอบนำเข้าขยะอันตรายข้ามชาติที่มีความซับซ้อน
2. กวาดล้างการสำแดงเท็จ : ตรวจสอบบริษัทที่แอบนำเข้าสารพิษโดยอ้างว่าเป็นขยะรีไซเคิล
3. ทลายโครงสร้างเครือข่าย : ขยายผลจับกุมกลุ่มทุนและผู้อยู่เบื้องหลังการลักลอบทั้งหมด
4. ประสานส่งขยะคืน : ผลักดันการส่งขยะพิษกลับสู่ประเทศต้นทางตามอนุสัญญาบาเซิล
5. พิทักษ์สิ่งแวดล้อม : ยับยั้งไม่ให้ประเทศไทยกลายเป็นแหล่งทิ้งขยะอันตรายของโลก
6. บังคับใช้กฎหมายเด็ดขาด : ฟ้องร้องดำเนินคดีอาญากับผู้กระทำผิดอย่างถึงที่สุด
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews