กระทรวงมหาดไทย กำลังเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อครั้งสำคัญ ภายใต้รัฐบาล “อนุทิน 2” เพราะนอกจากต้องเร่งแก้ปัญหาปากท้องและเศรษฐกิจของประชาชนแล้ว ยังต้องเผชิญกับภารกิจใหญ่ในการฟื้นความเชื่อมั่นของระบบราชการ หลังเกิดปัญหาทุจริตสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่นครั้งใหญ่ รวมถึงการปรับโครงสร้างอำนาจภายในกระทรวง ที่ถูกจับตาว่าอาจเป็นการจัดระเบียบครั้งสำคัญที่สุดในรอบหลายปี
แม้จะมีภาพของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ถ่ายภาพร่วมกับนายเนวิน ชิดชอบ ครูใหญ่บุรีรัมย์ รวมถึงนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำพรรคภูมิใจไทย ที่กำกับดูแลพื้นที่ภาคใต้ เพื่อสะท้อนภาพความเป็นเอกภาพของพรรค แต่แรงกระเพื่อมทางการเมืองก็ยังไม่จางหาย
เมื่อ “ซ้อต่าย” นางกรุณา ชิดชอบ ภรรยาของนายเนวิน โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า “เหลี่ยมจัดก็ตัดทิ้ง ดีก็คบ ทรยศก็ตัดทิ้ง โตแล้วอย่าซับซ้อน” ทำให้หลายฝ่ายตีความว่า อาจเป็นสัญญาณสะท้อนความไม่ลงตัวของดุลอำนาจภายในพรรค และความสัมพันธ์ของกลุ่มการเมืองที่ยังต้องจับตา
ขณะเดียวกัน ภายในกระทรวงมหาดไทย เอง ก็มีข่าวลือเรื่องการจัดวางบุคลากรและการแข่งขันของกลุ่มอำนาจเดิม จนถูกเชื่อมโยงกับปัญหาความขัดแย้งระหว่างสาย “สิงห์ดำ” และ “สิงห์แดง” ที่ถูกพูดถึงมาอย่างต่อเนื่อง
แต่ประเด็นที่สร้างแรงสั่นสะเทือนมากที่สุด คือ คดีทุจริตสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่น ซึ่งมีผู้เกี่ยวข้องกว่า 5,900 คน ถูกตัดสิทธิ์และต้องจัดลำดับผลสอบใหม่ แม้รัฐบาลประกาศเดินหน้าจัดการอย่างเด็ดขาด แต่กระบวนการยังไม่แล้วเสร็จ เพราะต้องรอการพิจารณาจากคณะกรรมการ ก.กลาง ซึ่งถูกเลื่อนออกไปโดยไม่มีกำหนด
ล่าสุด นายอนุทิน ยืนยันว่า เดือนสิงหาคมนี้ จะมีการปรับเปลี่ยนภายในกระทรวงมหาดไทย แต่ไม่อยากใช้คำว่า “รีเซ็ต” เพราะสิ่งที่ดำเนินการ คือการปรับให้เหมาะสมกับสถานการณ์ พร้อมยอมรับว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในกระทรวงมหาดไทย เป็นเรื่องน่าเสียใจ และสร้างความกังวลให้กับประชาชน
พร้อมยังย้ำว่า การปราบปรามการโกงสอบท้องถิ่น จะใช้มาตรฐานเดียวกับการทวงคืนที่ดินของรัฐที่ถูกบุกรุก คือ เมื่อหลักฐานชัดเจน ก็ต้องดำเนินการทันที ไม่ปล่อยให้กระบวนการล่าช้า พร้อมระบุว่า ใช้เวลาเพียง 2 สัปดาห์ ก็สามารถขยายผลจนพบผู้เกี่ยวข้อง และเดินหน้าดำเนินคดีทั้งทางอาญา ทางแพ่ง และทางวินัย
พร้อมย้ำหลักการบริหารว่า “ใครทำดีก็สนับสนุน ใครทำผิดก็ต้องถูกปราบปราม” และต้องสร้างระบบป้องกันไม่ให้การทุจริตเกิดขึ้นซ้ำอีก
ส่วนกระแสข่าวการโยกย้ายครั้งใหญ่ในเดือนสิงหาคม นายอนุทิน มองว่า ไม่ควรแบ่งว่าเล็กหรือใหญ่ แต่ต้องเป็นการปรับให้เหมาะสมกับภารกิจ เพราะบางช่วงเวลา คนหนึ่งอาจเหมาะสมกับงาน แต่เมื่อสถานการณ์เปลี่ยน ก็อาจต้องเปลี่ยนคนให้สอดคล้องกับภารกิจ
และเมื่อถูกถามว่า จะยึดสาย “สิงห์แดง” หรือ “สิงห์ดำ” เป็นหลักในการแต่งตั้งหรือไม่ นายอนุทิน ตอบสั้น ๆ แต่ชัดเจนว่า รัฐบาลนี้ไม่มีการแบ่งสี เพราะมีเพียง “สีแดง สีขาว และสีน้ำเงิน” เท่านั้น
ทั้งหมดจึงทำให้การปรับทัพกระทรวงมหาดไทยในเดือนสิงหาคม ไม่ใช่เพียงการโยกย้ายข้าราชการตามวาระ แต่เป็นบทพิสูจน์สำคัญว่า รัฐบาลจะสามารถล้างภาพปัญหาการทุจริต สร้างความเชื่อมั่นให้ระบบราชการ และรักษาสมดุลทางการเมืองภายในพรรคภูมิใจไทยไปพร้อมกันได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญที่สังคมกำลังจับตาอย่างใกล้ชิด
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news