ดราม่า! แก้บัตรทอง “หมอเสียงแตก” ยืนยันไม่ใช่ล้ม 30 บาท

Hot Clips Video

 

 “บัตรทอง” หรือสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (30 บาทรักษาทุกโรค)เป็นสิทธิรักษาพยาบาลของรัฐสำหรับคนไทย โดยครอบคลุม การรักษาพยาบาลทั่วไป,การป้องกันโรค และค่ายา โดยใช้เพียงบัตรประชาชนใบเดียวเพื่อให้คนไทยเข้าถึงการรักษาพยาบาลฟรี เริ่มใช้ตั้งแต่ปี 2544 ในสมัยรัฐบาล”ทักษิณ ชินวัตร” มีที่มาจาก แนวคิดของ “นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์” และถือเป็นผลงานช่วยเหลือคนจนที่จับต้องได้ ระดับมาสเตอร์พีซ และทำให้ “ทักษิณ” เป็นนายกรัฐมนตรีขวัญใจคนจนมาจนถึงทุกวันนี้ อีกทั้งประเทศไทยยังได้รับการยกย่องจากนานาชาติว่าระบบสาธารณสุข อยู่ในแถวหน้าของโลก และมีการปรับปรุงพัฒนาระบบมาอย่างต่อเนื่อง จาก 30 บาท รักษาทุกโรคมาเป็น 30 บาทรักษาทุกที่ในปัจจุบัน

 

จนล่าสุด เกิดดราม่า”บัตรทอง” เมื่อ”พัฒนา พร้อมพัฒน์” รัฐมนตรีสาธารณสุข ระบุ พร้อมรับพิจารณา หากมีการเสนอประเด็นที่สมควรแก้ไข ใน พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบัตรทอง โดยพรรคประชาชน เสนอแนวทาง
แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ บัตรทอง จนถูกบางฝ่ายโจมตีว่าเป็นการ “ล้มโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค” ส่งผลให้เกิดวิวาทะ ระหว่างนักการเมือง และบุคลากรทางการแพทย์ในวงกว้าง มีการเรียกร้อง
ในพรรคประชาชนแสดงจุดยืน จน “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” ออกมายืนยันว่า เป็นการแก้ไข เพื่อพัฒนาระบบ ไม่ใช่การล้มเลิก

 

ชมรมแพทย์ชนบท ออกแถลงการณ์คัดค้านการแก้ไข พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ขณะ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ อดีตผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน และอดีตประธานชมรมแพทย์ชนบท ก็ตั้งคำถามถึงการใช้งบประมาณ
ของกระทรวงสาธารณสุข โดยโยงถึงการจัดงบอีเวนต์จำนวนมากว่า มีการโยกงบ ที่ สปสช.จัดสรรให้แล้วโอนคืนส่วนหนึ่งให้กระทรวง โดยระบุว่า นี่คือสาเหตุงบไม่พอ ไม่เกี่ยวกับสปสช.และไม่ควรแก้พ.ร.บ.บัตรทอง
เพราะจะกระทบสิทธิประชาชน

 

ด้าน “นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย”สมาชิกวุฒิสภา กลุ่มสาธารณสุข ซึ่งเคยเตือนเกี่ยวกับ วิกฤตการเงินโรงพยาบาลรัฐ มีโรงพยาบาลบัญชีติดลบกว่า 400 แห่ง และจี้ให้รัฐบาลเร่งแก้ไขโครงสร้างงบประมาณ ระบุ รพ.ขาดสภาพคล่อง
ทางการเงินจริงหรือไม่ ปัญหาไม่ได้เกิดแค่ รพ.สธ. แต่รพ.อื่นๆ ก็ประสบปัญหาเช่นกัน เรายอมรับหรือไม่ หากไม่ยอมก็ปล่อยให้เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ พร้อมกับโต้แย้ง “หมอสุภัทร” และชมรมแพทย์ชนบท ว่า “ขาวเป็นดำ ดำเป็นขาว!ชมรมหนึ่งให้ข่าวว่า รพ.เอาเงิน 30 บาทไปใช้จ่ายอย่างอื่น ข้อเท็จจริง คือ รพ.ต้องเอาเงินอย่างอื่นมาอุด 30 บาท รวมถึงยังแสดงจุดยืนแต่เห็นต่างในเรื่องบัตรทอง โดยระบุว่า “อย่าสับสน!การแก้ พ.ร.บ.บัตรทอง ไม่ใช่การล้ม 30 บาทรักษาทุกโรคยืนยันจะทำทุกทางไม่ให้ล้ม และต้องดีขึ้น “รพ.อยู่ได้ ประชาชนเป็นสุข”

 

โดยประเด็นที่มีการถกเถียงกันมาก คือ “การร่วมจ่าย หรือ “Co-payment” โดยหลายฝ่ายกังวลว่า การเปิดให้มีระบบร่วมจ่ายใน “สิทธิประโยชน์เสริม”จะสร้างภาระให้คนจน และเป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงการรักษา แม้ผู้เสนอแนวคิดนี้
จะชี้แจงว่าจะเน้นเฉพาะบริการส่วนเกิน หรือการดึงงบจากภาคส่วนอื่น และไม่มีนโยบายเก็บเงินจากผู้ยากไร้ในสิทธิพื้นฐานก็ตาม

 

“สุชาติ ธาดาธำรงเวช” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีคลัง ระบุ การที่มีผู้เสนอให้ นำระบบประชาชนร่วมจ่ายกลับมาใช้ อาจกลายเป็นอุปสรรคต่อคนจน ผู้มีรายได้ไม่แน่นอน ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเรื้อรัง เพราะไม่มีเงินจ่าย
นอกจากนี้ ยังมีค่าใช้จ่ายแฝงอื่นๆ เช่น ค่าเดินทางและการสูญเสียรายได้ จึงไม่เห็นด้วยกับการให้ผู้ป่วยร่วมจ่าย เพราะจะกลายเป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงการรักษาได้ อีกทั้งหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ไม่ใช่ของขวัญ ไม่ใช่การสงเคราะห์
แต่คือ สิทธิพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ ที่เงินซื้อไม่ได้

 

ด้าน นพ.อนุกูล ไทยถานันดร์ ประธานคณะทำงานจัดทำร่างพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ยืนยัน การแก้ไข พ.ร.บ. บัตรทอง ไม่ได้ล้ม “30 บาท” ประชาชนได้ประโยชน์ ปรับปรุงให้ทันสมัยขึ้น ส่วนประเด็น “ร่วมจ่าย”
ไม่ได้มีการแก้ไข เพราะกฎหมายเดิมดีอยู่แล้ว ส่วนการวิพากษ์วิจารณ์ถือเป็นเรื่องดี เพราะแสดงให้เห็นว่า มีประชาชนให้ความสนใจ จริง ๆ แต่อยากให้ศึกษาตัวร่าง พ.ร.บ. ให้ชัดเจน ว่ามีประเด็นอะไรบ้าง และไม่ควรวิตกกังวลมากเกินไป
มั่นใจ คนไทยจะไม่เสียประโยชน์แน่นอน

 

ทั้งนี้ ต้องติดตามกันต่อไปว่า การแก้ไข พรบ.บัตรทอง จะเป็นไปในทิศทางใด แต่การพัฒนาสิทธิประโยชน์ของบัตรทอง มีความจำเป็นต้องทำ และต้องหาสมดุลระหว่างความจำเป็นของประชาชน หลักฐานทางวิชาการ ความเป็นธรรม
และความยั่งยืนของระบบหลักประกันสุขภาพ ดังนั้นการเปิดให้หลายภาคส่วนเสนอหัวข้อ และมีการประเมินอย่างเป็นระบบ จึงเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยให้สิทธิประโยชน์บัตรทองพัฒนาต่อเนื่อง และตอบโจทย์สุขภาพของประชาชนมากที่สุด

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่