จากเหตุการณ์ความสูญเสียของนักท่องราตรี ที่ต้องเสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้ภายใน โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ที่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 28 ราย และบาดเจ็บกว่า 70 ราย กรณีดังกล่าว ทำให้ย้อนถึงเหตุการณ์ลักษณะเดียวกัน ที่เคยเกิดขึ้นในอดีต อย่างเหตุการณ์ไฟไหม้ ซานติก้าผับ
เหตุเกิดระหว่างงานเคานต์ดาวน์ปีใหม่ช่วงรอยต่อวันที่ 31 ธันวาคม 2551 และเข้าสู่ปีใหม่วันที่ 1 มกราคม 2552 มีการจุดพลุภายในอาคาร ในขณะที่นักท่องเที่ยวกำลังเฉลิมฉลองวาระขึ้นปีใหม่กันอย่างสนุกสนาน มีผู้พบเห็นแสงจากเพลิงที่ลุกไหม้บนเพดานก่อนไฟจะลุกลามอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะวัสดุตกแต่งภายในซึ่งกลายเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี เมื่อนักท่องเที่ยวพบเห็นเพลิงก็พากันกรูมาที่ประตู (มีประตูทางเข้า-ออกหลายจุด แต่นักท่องเที่ยวกรูกันมาที่ประตูจุดเดียวเป็นส่วนใหญ่) บางคนสามารถออกมาได้ แต่มีอีกจำนวนหนึ่งซึ่งไม่สามารถออกมาได้ทัน เหตุการณ์ครั้งนั้น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 67 ราย บาดเจ็บกว่า 100 คน นับเป็นโศกนาฏกรรมที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดจากเหตุการณ์ไฟไหม้สถานบันเทิงของไทย
เสี่ยขาว ผู้บริหารซานติก้าผับในขณะนั้น กับพวก รวมถึง กรรมการบริษัทติดตั้งเอฟเฟกต์ไฟถูกฟ้องดำเนินคดีรวม 7 คน ในปี 2558 ศาลฎีกาพิพากษาจำคุกนายวิสุขและผู้จัดทำเอฟเฟกต์ เป็นเวลา 3 ปีโดยไม่รอลงอาญา และให้จำเลยร่วมกันชดใช้เงินให้โจทก์ร่วมกลุ่มหนึ่งที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นเงิน 5.12 ล้านบาท
ขณะที่คดีแพ่ง ศาลมีคำสั่งให้จำเลยชดใช้ผู้เสียหาย 46 รายเป็นเงินตั้งแต่ 1 – 6 ล้านบาท ระยะเวลาในการต่อสู้คดีรวมแล้วเป็นระยะเวลากว่า 7 ปี และดำเนินมาถึงปี 2559 ซึ่งศาลปกครองสูงสุดพิพากษาให้กทม. เยียวยาผู้เสียหาย 12 ราย เป็นเงิน 5.79 ล้านบาท ฐานไม่ตรวจสอบอาคารให้อยู่ในสภาพปลอดภัย และดัดแปลงตัวอาคารมาเป็นสถานบันเทิง
บทเรียนสำคัญจากโศกนาฏกรรมครั้งนั้นไม่เพียงมีแค่เรื่องการดูแลควบคุมเอฟเฟกต์ และการควบคุมดูแลการใช้อาคารในวัตถุประสงค์ต่าง ๆ โดยภาครัฐ และหลายหน่วยงานต่างร่วมกัน เฝ้าระวังป้องกันและถอดบทเรียนเพื่อไม่ให้มีเหตุการณ์เกิดซ้ำรอย ซานติก้าผับ อีก
เวลาล่วงเลยผ่านมากว่า 1 ทศวรรษ จากกรณีซานติก้าผับ จวบจนมาเกิดเหตุการณ์ ไฟไหม้สถานบันเทิง เมาน์เทน บี (Mountain B) ที่ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เหตุเกิดขึ้นเมื่อเวลา 01.00 น. ของวันที่ 5 ส.ค. 2565 ขณะที่นักท่องเที่ยวกำลังดื่มกินกันอย่างสนุกสนาน ได้เกิดประกายไฟบนฝ้าเพดาน จากนั้น ไม่เกิน 5 นาที เพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากตัวหลังคามีการบุโฟมลมดูดซับเสียงที่เป็นวัตถุติดไฟได้ง่าย ระหว่างนั้น นักร้องในร้านก็ตะโกนว่ามีไฟไหม้ ทำให้นักท่องเที่ยวตกใจวิ่งกรูไปยังประตูทางออกเบียดเสียดเหยียบกันล้ม บางคนถูกไฟคลอก เหตุการณ์ครั้งนั้น คร่าชีวิตนักท่องเที่ยว 26 ราย บาดเจ็บกว่า 50 คน นับเป็นโศกนาฎกรรมที่สร้างความหดหู่และโศกเศร้าในสังคมไทยอีกเหตุการณ์หนึ่ง
เสี่ยบี เจ้าของผับ บิดาของเสี่ยบี และภรรยาของเสี่ยบี รวมถึงช่างไฟฟ้า กับพวก ถูกศาลจังหวัดพัทยาตัดสินจําคุกเมื่อเดือนมีนาคม 2568 ฐานประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โดยลงโทษจําคุกระหว่าง 5-10 ปี และผู้เสียหายมีการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งรวมกว่า 241 ล้านบาท ขณะนี้คดียังไม่ถึงที่สุด
ทั้ง 2 เหตุ การณ์ คงอาจไม่เพียงพอที่จะทำให้ผู้ประกอบการสถานบันเทิงบางราย ได้นำบทเรียน มาต่อยอดเพื่อความปลอดภัยให้กับ ประชาชนที่มาใช้บริการ จนเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยขึ้นกับสถานบันเทิง โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ในวันที่ 12 ก.ค.ต่อเนื่องคืนวันที่ 13 ก.ค.2569 ที่เกิดไฟไหม้โหมกระหน่ำ มีผู้เสียชีวิตแล้ว 28 รายและบาดเจ็บกว่า 70 ราย แม้ขณะนี้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่อาจสรุปสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ ได้อย่างชัดเจน
แต่ นายอมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย ตั้งข้อสันนิษฐานจากสภาพทางกายภาพของอาคาร ซึ่งเป็นอาคารลักษณะปิด มีอากาศถ่ายเทน้อย และเพดานค่อนข้างต่ำ รวมถึงมีเรื่องของการใช้วัสดุตกแต่งภายในอาคาร หากเป็นวัสดุประเภทโฟมที่ไม่ได้เคลือบสารหน่วงไฟ เมื่อเกิดเพลิงไหม้จะกลายเป็นเชื้อเพลิง ทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว พร้อมเกิดลูกไฟตกลงมาภายในอาคาร ประกอบกับสภาพอากาศปิด ทำให้เกิดควันจำนวนมาก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ลักษณะใกล้เคียงเหตุเพลิงไหม้ซานติก้าผับ และเมาน์เทน บี
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพชร ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ กล่าวว่า เหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่ควรใช้คำว่า “อุทาหรณ์” อีกต่อไป เพราะเกิดขึ้นซ้ำซากผู้ประกอบการทุกแห่งต้องตระหนักถึงมาตรการความปลอดภัย โดยเฉพาะการเตรียมเส้นทางอพยพ การชี้แจงทางหนีไฟ และการรับมือเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ซึ่งทั้งหมดเป็นอีกประเด็นที่ตำรวจจะตรวจสอบ
นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยของสถานบริการและสถานประกอบการในพื้นที่ทั้งหมด เพื่อจัดทำเป็นต้นแบบในการตรวจสอบทั่วประเทศ
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews