ครม.เห็นชอบหลักเกณฑ์ใหม่”บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ”

การเมือง ข่าว

 

ครม.เห็นชอบหลักเกณฑ์ใหม่”บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” ไม่เอาลดหย่อนภาษีบิดา-มารดา มาเป็นเงื่อนไข ไม่นับหนี้สินภาคเกษตร มาพิจารณา

 

 

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือ สศค. ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง แถลงข่าวมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เรื่อง ข้อเสนอโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ที่ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังที่กระทรวงการคลัง ได้นำเสนอ ที่ประชุม ครม. พิจารณาปรับปรุงหลักเกณฑ์การคัดกรองจำนวน 2 คือ การงดเว้นการนำหลักเกณฑ์เรื่องการหักค่าลดหย่อนบิดา – มารดา มาใช้เป็นเงื่อนไขในการพิจารณา และไม่นำเกณฑ์หนี้สินภาคเกษตรที่มีลักษณะพิเศษ มาพิจารณารวมกับหนี้สินปกติ

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หลังจากรัฐบาลได้สานต่อโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อดูแลประชาชนในกลุ่มเปราะบาง ซึ่งในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา มีการออกเกณฑ์เพิ่มเติม เพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง แต่ระหว่างทางที่ประกาศเกณฑ์ออกไป นายกรัฐมนตรีได้รับเสียงสะท้อน ว่า มีบางเกณฑ์ที่จะต้องปรับให้สอดรับกับสภาพความเป็นจริงมากกว่าหลักเกณฑ์ที่ออกมาในตอนแรก จึงสั่งการให้คณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ไปทบทวนหลักเกณฑ์ดังกล่าว พร้อมยืนยันว่า เรื่องดังกล่าวไม่ได้ยึดงบประมาณเป็นตัวตั้ง แต่ยึดความเดือดร้อนประชาชน จึงขอฝากฝ่ายการเมืองอย่าหยิบยกเรื่องนี้ อย่าใช้อคติมาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล ขอให้ดูกันที่วัตถุประสงค์ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่เหลือเดือดร้อนที่สุด ซึ่งการตั้งงบประมาณก็เป็นเรื่องปกติ ที่ต้องคาดการณ์บนพื้นฐานตัวเลขที่มีอยู่

 

 

โฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า วันนี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติอนุมัติหลักเกณฑ์ใหม่เรียบร้อยแล้ว คือ งดเว้นการนำหลักเกณฑ์เรื่องการหักค่าลดหย่อนบิดา – มารดา มาใช้เป็นเงื่อนไขในการพิจารณา และไม่นำเกณฑ์สินเชื่อภาคเกษตรที่มีลักษณะพิเศษ มาพิจารณารวมกับหนี้สินปกติ ซึ่งทั้งหมดนี้เพื่อให้เกิดความสบายใจกับประชาชน

นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ยังมีมติสำคัญ คือ การเปิดทางเพิ่มให้กลุ่มเปราะบางเข้าสู่ระบบการพิจารณา เพราะระบบสวัสดิการเดิม ที่เคยลงทะเบียนไว้แล้ว 2 ครั้ง เป็นลักษณะเปิดลงทะเบียนแบบทั่วไป ที่รู้ว่าตัวเองมีความลำบาก หรือ ยากจน ก็จะมาสมัคร และรัฐบาลก็จะคัดกรอง แต่ภาวะวิกฤตพลังงาน ปัญหาปากท้องเช่นนี้ รัฐบาลจึงต้องการมุ่งเป้าไปดูแลกลุ่มที่มีความยากจน ลำบาก และเปราะบางที่สุด จึงเป็นที่มาของการปรับหลักเกณฑ์นี้ ซึ่งในอดีต ที่เคยเปิดให้ลงทะเบียนก็พบข้อสังเกต ว่า บางครั้งกลุ่มเปราะบางจริงอาจจะเข้าไม่ถึงข้อมูล และไม่สามารถเข้าถึงวิธีการลงทะเบียนได้ด้วยตัวเอง เช่น ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ที่เข้าไม่ถึงสื่อ หรือ คนชายขอบ

 

 

โดยที่ผ่านมากระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ไปสำรวจว่ามีคนอยู่ประมาณ 1 ล้าน 5 หมื่นราย เป็นกลุ่มเปราะบาง ซึ่งหลังจากร่วมกันลงพื้นที่เข้าถึงประชาชน เพื่อสำรวจความเป็นอยู่ และความเดือดร้อน พบว่า ระหว่างทางสำรวจมีกลุ่มเปราะบางเพิ่ม และการแจ้งข้อมูลจากประชาคม ประมาณ 5 ล้าน 4 แสนราย ซึ่งเดิมไม่ได้กำหนดกลุ่มนี้ไว้ และวันนี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีก็มีมติ เห็นชอบให้นำกลุ่มดังกล่าว เข้าสู่การพิจารณาที่จะได้รับสิทธิ์ประชารัฐ ซึ่งความตั้งใจของรัฐบาลวันนี้จะทำอย่างไรก็ได้เพื่อช่วยเหลือคนที่เดือดร้อนจริง ไม่ต้องให้คนมาบอก แต่ก็ต้องเข้าถึงความเดือดร้อน และพาทุกคนเข้าสู่ระบบให้ภาครัฐดูแล

โดยจะมีการเปิดให้ลงทะเบียนในรูปแบบใหม่ ถือเป็นครั้งแรก ตั้งแต่มีกฎหมายเรื่องของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมา ซึ่งจะมีรายชื่อทั้งหมด 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่มีอยู่เดิม / กลุ่มที่อยู่ในรายชื่อของกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ / และกลุ่มที่ไปสำรวจเจอเพิ่มเติมเข้าสู่ที่ประชุมของคณะกรรมการสวัสดิการแห่งรัฐ ในวันที่ 16 กรกฎาคมนี้ จากนั้นจะนำข้อมูลมาดำเนินการ และประกาศ ให้ทุกคนทราบในวันที่ 17 กรกฎาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 06:00 น. เป็นต้นไป ผ่านทางเว็บไซต์ / แอปพลิเคชั่นเป๋าตัง และทางรัฐ / รวมถึง ธนาคารของรัฐทั้ง 5 แห่ง

 

 

ทั้งนี้ หากเป็นกลุ่มเดิมจะได้รับสิทธิ์ในวันที่ 1 สิงหาคม 2569 แต่หากเป็นกลุ่มใหม่จะได้รับสิทธิ์ในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ส่วนคนที่ไม่ได้รับสิทธิ์จะได้รับทราบ ว่า ติดเงื่อนไขหลักเกณฑ์อะไร ซึ่งจะมีรายละเอียดบอกพร้อมเบอร์ติดต่อให้ไปสอบถาม และตรวจสอบ ว่า ข้อมูลที่คณะกรรมการมีถูกต้องหรือไม่ หากไม่ตรงสามารถขอทบทวนใหม่ได้ โดยสามารถยื่นทบทวนได้ตั้งแต่วันที่ 17 – 31 กรกฎาคม 2569 และจะประกาศผลหลังการทบทวนอีกครั้ง

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่