“จุลพันธ์” ครม. เคาะสูตร”CARE” ปฏิรูปบำนาญชราภาพ ยึดฐานรายได้ตลอดชีวิตการทำงาน ย้ำ สร้างความเป็นธรรม ครอบคลุมผู้ประกันตน 6-8 แสน คน
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี ว่า ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงแรงงาน เสนอเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม จำนวน 2 เรื่อง ประกอบด้วย 1. เรื่องการต่ออายุใบอนุญาตทำงานให้กับคนต่างด้าวสัญชาติลาว เมียนมา และเวียดนาม ตามมติคณะรัฐมนตรีเดิม เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ที่การดำเนินการในเรื่องของการลงทะเบียนต่างๆยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ จึงได้ขยายระยะเวลาต่อไปอีก 1 ปี ไปจนถึงวันที่ 1 ธันวาคม ปี 2570 โดยการขยายกรอบก็เพื่อให้กระบวนการในการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างชาติทั้ง 3 ประเทศครบถ้วน และไม่ให้ใครหลุดออกไปเป็นแรงงานนอกระบบ ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรีก็ได้สั่งการเพิ่มเติม ว่ายังมีแรงงานอื่นๆในประเทศที่ยังคงค้างอยู่ จึงได้ให้ทางกระทรวงแรงงานเร่งรัดดำเนินการส่งเรื่องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อ เพื่อดำเนินการในกลุ่มดังกล่าวให้แล้วเสร็จ

ส่วนเรื่องที่ 2 นั้น นายจุลพันธ์ กล่าวว่า กระทรวงแรงงานได้ส่ง ร่างกฎกระทรวงการจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพรูปแบบใหม่ เข้ามายังที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อให้ความเห็นชอบ โดยเปลี่ยนการคิดคำนวณบำนาญชราภาพจากสูตรเก่าที่ใช้ระยะเวลา 5 ปีท้ายเป็นฐานคำนวณโดยเฉลี่ย ปรับเปลี่ยนมาเป็นระบบใหม่ที่ใช้การคำนวณโดยเฉลี่ยทุกเดือนของการส่งตลอดช่วงอายุการทำงาน หรือ สูตร Care
ฉะนั้นขั้นตอนต่อไปจะส่งไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อตรวจสอบร่างให้ครบถ้วน จากนั้นเมื่อคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจสอบเสร็จสิ้น ทางกระทรวงแรงงานก็จะดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ซึ่งคาดว่าน่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 8 – 10 เดือน จึงจะแล้วเสร็จ โดยเฉพาะกระบวนการพัฒนาระบบ เพื่อให้รองรับกับการคำนวณรูปแบบใหม่ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเข้า ครม.อีกครั้ง
ซึ่งการคิดคำนวณชุดแบบใหม่ยืนยันว่าจะเกิดความเป็นธรรมต่อผู้ประกันตนทุกคน หมายความว่าทุกเม็ดเงินที่ที่ส่งเข้าสู่สำนักงานประกันสังคมจะไม่เกิดผลที่ทำให้ผู้ประกันตนถูกลดเงินบำนาญ เช่นในกรณีที่เคยเป็นพนักงานประจำและออกไปเป็นมาตรา 39 ก่อนจะกลับเข้ามาเป็น พนักงานประจำใหม่

ก่อนจะกลับเข้ามาเป็น พนักงานประจำใหม่ ที่ผ่านมาการคิดคำนวณไม่สะท้อนการส่งจริง แต่การคิดคำนวณแบบใหม่จะเป็นการสะสมเพราะฉะนั้นคนที่ส่งเงินประกันสังคมเข้ามาก็จะทำให้เงินชราภาพเพิ่มขึ้นจึงเป็นสูตรที่เป็นธรรม
นอกจากนี้จะมีการเยียวยาให้กับผู้ที่รับผลกระทบสำหรับผู้ที่เกษียณไปแล้วและรับเงินบำนาญอยู่ในขณะนี้ โดยจะคิดคำนวณทั้งสองแบบเพื่อดูว่าแบบไหนที่ให้ผลประโยชน์กับผู้ประกันตนมากกว่าก็จะได้รับสิทธิ์แบบนั้น ส่วนกลุ่มคนที่กำลังจะเกษียณอายุในระยะเวลา 5 ปีข้างหน้าก็จะมีการเยียวยา โดยการชดเชยส่วนต่างให้ 100%
นายจุลพันธ์ ย้ำว่า การคำนวณแบบนี้จะเป็นกลไกที่จะเดินหน้าเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ประกันตนและสร้างความมั่นคงยั่งยืนให้กับกองทุนประกันสังคมด้วย ซึ่งโครงการนี้จะมีผู้ได้รับประโยชน์ประมาณ 600,000 ถึง 800,000 คนซึ่งจะได้รับเงิน สมทบเฉลี่ยลดหลั่นกันไปตามระยะระยะเวลาที่จ่ายเงินเข้า กองทุนประกันสังคม
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews