ผลตรวจ DNA พลิก! “สส.กาย” จับมือไบโอไทย แฉปลากระป๋องพบ “ปลาหมอคางดำ” สวนทางกรมประมง จ่อฟัน กรมประมง-เกษตรฯ-อย. ปมยืนยันข้อมูลคลาดเคลื่อน
นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน พร้อมคณะ แถลงผลการจับมือมูลนิธิชีววิถี (BIOTHAI) เปิดผลตรวจดีเอ็นเอปลากระป๋อง ซึ่งเป็นประเด็นถกเถียงในสังคมก่อนหน้านี้ โดยผลตรวจจากห้องปฏิบัติการอิสระยืนยันว่า ปลากระป๋องจากโรงงานแห่งหนึ่งใน จ.สมุทรสาคร เป็น “ปลาหมอคางดำ” ขัดแย้งกับผลตรวจของกรมประมงที่เคยยืนยันว่าเป็น “ปลานิล” พร้อมประกาศเตรียมดำเนินคดีกับกรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ฐานบกพร่องหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และอาจเข้าข่ายให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ
นายณัฐชา เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้นำตัวอย่างปลากระป๋องที่ได้รับจากประชาชน ส่งตรวจไปยังหน่วยงานภาครัฐหลายแห่งที่อยู่ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) แต่กลับได้รับการประสานว่าไม่สามารถรับตรวจได้ เนื่องจากผู้บริหารบางแห่งมองว่าเป็นประเด็นทางการเมือง จึงประสานความร่วมมือกับมูลนิธิชีววิถี (BIOTHAI) เพื่อส่งตรวจโดยห้องปฏิบัติการของ ศูนย์ความเป็นเลิศนานาชาติวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมอาหารทะเล คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ผลการตรวจด้วยเทคนิค DNA Mini-barcoding พบว่า ตัวอย่างปลากระป๋องจากโรงงานในจังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งไม่เคยตกเป็นข่าวมาก่อน เป็น “ปลานิล” มีระดับความเชื่อมั่น 99.03-99.35% ขณะที่ตัวอย่างจากโรงงานในจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งเคยถูกกรมประมงและสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) อายัดไว้ก่อนหน้านี้ กลับตรวจพบว่าเป็น ปลาหมอคางดำ โดยมีการนำชิ้นปลา 3 ชิ้นมาตรวจด้วย 3 วิธี ยืนยันผลซ้ำรวม 8 ครั้ง และเปรียบเทียบกับฐานข้อมูล DNA Bank ของกรมประมง จนพบว่าตรงกับข้อมูลพันธุกรรมของปลาหมอคางดำอย่างชัดเจน
นายณัฐชา ระบุว่า ผลตรวจครั้งนี้ถือเป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่หักล้างคำชี้แจงของกรมประมง ซึ่งก่อนหน้านี้ยืนยันต่อสาธารณะว่าเป็นปลานิล พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าการตรวจสอบของกรมประมงไม่ได้ใช้วิธีตรวจดีเอ็นเอ แต่เป็นเพียงการตรวจสอบลักษณะภายนอกของปลา เช่น ก้าง หนัง และเนื้อ ก่อนจะรีบแถลงยืนยันผล ทำให้เกิดข้อสงสัยว่ามีความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ หรือจงใจให้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนแก่ประชาชน

สส.พรรคประชาชน ระบุว่า หลังจากนี้จะส่งผลการตรวจทั้งหมดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อให้ตรวจสอบการดำเนินงานของกรมประมง พร้อมติดตามเรื่องเข้าสู่การพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎรและคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเตรียมดำเนินคดีกับกรมประมง กระทรวงเกษตรฯ และ อย. ซึ่งเคยร่วมแถลงข่าวยืนยันว่าปลากระป๋องดังกล่าวเป็นปลานิล
นายณัฐชา ยังกล่าวถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำว่า ปัจจุบันรุนแรงกว่าปีก่อนถึง 2-3 เท่า ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างหนัก แต่กลับไม่พบว่ากรมประมงจัดสรรงบประมาณปี 2570 เพื่อแก้ไขปัญหานี้ แม้ในปี 2569 จะใช้งบประมาณกว่า 1.3 ล้านบาทในการกำจัดปลาหมอคางดำก็ตาม พร้อมตั้งคำถามว่าเหตุใดรัฐบาลจึงไม่ให้ความสำคัญกับปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง
ด้าน น.ส.ปรกชล อู๋ทรัพย์ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี เปิดเผยว่า ผลตรวจด้วยเทคนิค DNA Mini-barcoding ยืนยันชัดเจนว่า ปลากระป๋องตัวอย่างจากจังหวัดสมุทรสาครเป็นปลาหมอคางดำ ส่วนตัวอย่างจากสมุทรสงครามเป็นปลานิล
ขณะที่ นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ เลขาธิการมูลนิธิชีววิถี ระบุว่า การตรวจสอบครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค และทำให้เกิดความชัดเจนเกี่ยวกับการนำปลาหมอคางดำ ซึ่งเป็นชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกราน มาใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมอาหาร
ไบโอไทยเสนอให้กรมประมงและสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ตรวจสอบปลากระป๋องที่อายัดไว้กว่า 10,000 กระป๋อง ซ้ำด้วยวิธีตรวจดีเอ็นเอ พร้อมเปิดเผยผลตรวจทางวิทยาศาสตร์อย่างโปร่งใส และขยายการตรวจสอบไปยังโรงงานผลิตปลากระป๋องและผลิตภัณฑ์อาหารอื่น ๆ ที่อาจใช้ปลาหมอคางดำเป็นวัตถุดิบ รวมถึงกำหนดมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของปลาชนิดนี้อย่างจริงจัง แทนการส่งเสริมการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์เพียงอย่างเดียว

ด้าน นางสาวบุญยืน ศิริธรรม ประธานสภาองค์กรของผู้บริโภค ระบุว่า ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่ปลาหมอคางดำสามารถรับประทานได้หรือไม่ แต่เป็นเรื่องของการแสดงฉลากสินค้าให้ตรงกับวัตถุดิบจริง หากฉลากระบุว่าเป็นปลาซาร์ดีน แต่กลับใช้ปลาชนิดอื่น ไม่ว่าจะเป็นปลานิลหรือปลาหมอคางดำ ก็ถือเป็นการหลอกลวงผู้บริโภค พร้อมตั้งคำถามว่าเหตุใด อย. และกรมประมงจึงไม่ตรวจสอบปลากระป๋องที่อายัดไว้ตั้งแต่แรก ทั้งที่มีตัวอย่างมากกว่า 10,000 กระป๋อง
นอกจากนี้ สภาองค์กรของผู้บริโภคยังเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งผลักดันการแก้ไข พระราชบัญญัติอาหาร ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเพิ่มระบบตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาของวัตถุดิบ และเพิ่มบทลงโทษผู้ประกอบการที่กระทำผิด เพื่อสร้างความปลอดภัยด้านอาหารและความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในระยะยาว
ส่วนกรณีที่ผลตรวจของกรมประมงกับผลตรวจจากห้องปฏิบัติการอิสระไม่ตรงกัน นายณัฐชา ระบุว่า ปลากระป๋องที่ถูกอายัดไว้กว่า 13,000 กระป๋อง ยังสามารถนำมาตรวจซ้ำด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์ได้ทุกเมื่อ พร้อมยืนยันว่าประเด็นสำคัญคือการตรวจสอบต้องใช้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช่อาศัยเพียงการประเมินจากลักษณะภายนอก ก่อนตั้งคำถามถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า หลังได้รับข้อมูลทั้งหมดแล้ว จะดำเนินการอย่างไรกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และจะเรียกคืนความเชื่อมั่นของประชาชนได้อย่างไร หลังผลตรวจล่าสุดขัดแย้งกับคำยืนยันของหน่วยงานรัฐอย่างชัดเจน
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews