แฉหลักฐานเด็ด! คลิปโพยฮั้ว สว.จี้ กกต.ส่งคดีไปศาลชี้ขาด เลี่ยงข้อหาฟอกขาว

Video คลิปข่าวทั่วไป

 

อุณหภูมิการเมืองระดับชาติทวีความร้อนแรงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อคดีทุจริตและฮั้วเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. ครั้งประวัติศาสตร์ เดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนที่ใกล้จะได้บทสรุป

 

 

วันนี้ (14 มิถุนายน 2569) “ไอติม พริษฐ์ วัชรสินธุ” รองหัวหน้าพรรคประชาชน ออกมาขยับเกมรุกตั้งข้อสังเกตและกาง 4 เหตุผลเหล็ก จี้ตรงไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ทั้ง 7 คน ให้ทำหน้าที่ส่งคดีฮั้ว สว. ไปให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาด เพื่อพิสูจน์ความโปร่งใสและหลีกเลี่ยงข้อครหาล้มกระดานฟอกขาวให้กลุ่มผู้ทรงอิทธิพล

“พริษฐ์” เปิดเผยเบื้องหลังสำคัญว่า ก่อนหน้านี้คณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ซึ่งเป็นคณะทำงานร่วมกันระหว่าง กกต. และดีเอสไอ (DSI) ได้ชี้มูลความผิดบุคคลอย่างน้อย 229 คน ซึ่งแบ่งเป็น สว. ชุดปัจจุบันถึง 138 คน และเครือข่ายฝ่ายการเมือง ทั้ง สส. และบุคคลใน ครม. อีก 91 คน โดยคณะไต่สวนเห็นควรส่งฟ้องศาล

เรื่องกลับหักมุม เมื่อ กกต. ใหญ่กลับแต่งตั้ง “คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชุดที่ 36” ขึ้นมากลั่นกรองเพิ่มเติม และคณะอนุฯ ชุดนี้กลับมีมติสวนทางให้ “ยกคำร้องทั้งหมด” ทำให้นับจากนี้ กกต. ทั้ง 7 คน มีทางเลือก 3 ทาง คือ ส่งฟ้องทั้งหมด, ยกคำร้องทั้งหมด หรือเลือกฟ้องแค่บางคน ซึ่งแนวทางสุดท้ายอาจถูกสังคมกังขาว่าเป็นการ “สละบางคนเพื่ออุ้มคนสำคัญ” หรือไม่ โดยกระบวนการทั้งหมดนี้ตามระเบียบ 90 วัน คาดว่าจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนภายใน เดือนกันยายน 2569 นี้

สำหรับ 4 เหตุผลสำคัญที่พรรคประชาชนจี้ให้ กกต. ต้องส่งเรื่องให้ศาลชี้ขาด ประกอบด้วย

เหตุผลแรก : พยานหลักฐานในสำนวนแน่นหนาและชัดเจนมาก มีทั้งสถิติคะแนนที่เป็นกลุ่มตัวเลขเดียวกันอย่างผิดธรรมชาติ สอดคล้องกับโพยเลือกตั้งหลุด มีหลักฐานการนัดหมายขนคนไปนอนโรงแรม มีใบเสร็จตั๋วเครื่องบินที่แกนนำออกให้เครือข่าย คลิปเสียงแจกผลประโยชน์ และเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงชัดเจน ซึ่งหนักแน่นกว่าคดีในอดีตที่ชลบุรีและโคราชที่มีเพียงแชตไลน์แต่ กกต. ก็ยังส่งศาลจนตัดสิทธิ์ สว. ไปได้ 10 ปี

เหตุผลที่สอง : คณะอนุฯ ชุดที่ 36 ที่ตั้งขึ้นมาเฉพาะกิจ ขาดความชอบธรรมและเสี่ยงเป็นเครื่องมือฟอกขาว เพราะไม่เคยเรียก DSI หรือคณะไต่สวนชุดที่ 26 ไปชี้แจงเลย

เหตุผลที่สาม และสี่ : คือประเด็นเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน และข้อหาการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. เอง

นอกจากนี้ “พริษฐ์” ยังโยนคำถามคาใจกลับไปยัง กกต. ชวนสังคมตั้งข้อสังเกตถึงปมอนุญาตให้นำโพยตัวเลขเข้าไปในสถานที่เลือกตั้งตั้งแต่วันแรก ว่าเหตุใดจึงปล่อยให้เกิดความผิดปกติเช่นนั้น

สงครามกฎหมายและบทพิสูจน์ความศักดิ์สิทธิ์ขององค์กรอิสระรอบนี้ พรรคประชาชนยืนยันจะเกาะติดอย่างใกล้ชิด คำเตือนจากฝั่งฝ่ายค้านส่งสัญญาณชัดเจนว่า กกต. ต้องส่งเรื่องให้ศาลเป็นผู้ตรวจสอบตามพยานหลักฐาน เพื่อหลุดพ้นจากข้อครหาปฏิบัติตาม “ใบสั่ง” หรือทำตัวเป็นผู้ “ปิดตาข้างเดียว” อนาคตของระบบตรวจสอบไทยและโฉมหน้าของสภาบนจะเปลี่ยนไปในทิศทางใด เดือนกันยายนนี้ ประชาชนทั้งประเทศกำลังรอฟังคำวินิจฉัยที่โปร่งใส

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

ปิดโหมดสีเทา