“ณัฐพงษ์”ผิดหวังแต่ไม่ผิดคาด ศาลรธน.ไฟเขียว พ.ร.ก.กู้ 4 แสนล้าน

การเมือง ข่าว

 

“ณัฐพงษ์”ผิดหวังแต่ไม่ผิดคาด ศาล รธน.ไฟเขียว พ.ร.ก.กู้ 4 แสนล้าน ซัดรัฐบาลยัดไส้โครงการ – โต้ปมโพสต์นิรโทษฯ ยันไม่ใช่เฟคนิวส์ ถามกลับ สว.ปิดช่องเยาวชนคดี 112 ทำไม

 

 

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วยนางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน แถลงภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 ว่า พ.ร.ก.กู้เงิน 2 แสนล้านบาทเพื่อเยียวยาวิกฤตพลังงาน และมติ 7 ต่อ 2 ว่า พ.ร.ก.กู้เงินอีก 2 แสนล้านบาทเพื่อการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ

โดยนายณัฐพงษ์ กล่าวว่า แม้ผลคำวินิจฉัยจะไม่เหนือความคาดหมาย แต่พรรคยังยืนยันว่ารัฐบาลไม่มีความจำเป็นต้องใช้อำนาจออกพระราชกำหนด เพราะโครงการส่วนใหญ่สามารถบรรจุในร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีได้ตามปกติ โดยเฉพาะโครงการที่กำลังทยอยเข้าสู่การพิจารณาของกรรมาธิการงบประมาณปี 2570 พร้อมยกตัวอย่างโครงการที่เสนอใช้งบกู้ เช่น ลานกีฬาโซลาร์เซลล์ รถขยะพลังงานไฟฟ้า และโครงการลักษณะเดียวกัน ซึ่งเห็นว่าเป็นโครงการปกติที่ไม่จำเป็นต้องใช้อำนาจพิเศษตาม พ.ร.ก.กู้เงิน พร้อมย้ำว่ารัฐธรรมนูญมาตรา 172 เปิดช่องให้รัฐบาลเรียกประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญได้ หากมีเหตุเร่งด่วนจริง

 

 

ด้านนางสาวศิริกัญญา เปิดเผยว่า พรรคได้รับข้อมูลว่ามีการส่งเอกสารลักษณะเป็น “แคตตาล็อกโครงการ” ไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้เลือกเสนอขอใช้งบกู้ 4 แสนล้านบาท โดยหลายโครงการ เช่น รถขยะ EV ลานกีฬาโซลาร์ เครื่องผลิตออกซิเจนพลังงานแสงอาทิตย์ และโซลาร์รูฟท็อป ไม่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างแท้จริง จึงตั้งข้อสงสัยว่าอาจมีการเตรียมผู้รับจ้างหรือผู้ขายไว้ล่วงหน้า

นอกจากนี้ ยังพบว่าโครงการด้านพลังงานหลายรายการมีการของบในร่างงบประมาณปี 2570 อยู่แล้ว รวมวงเงินกว่า 7,000 ล้านบาท และยังมีงบกลางอีก 12,000 ล้านบาท ทำให้กังวลว่าจะเกิดความซ้ำซ้อนกับวงเงินกู้ 2 แสนล้านบาท จึงเตรียมใช้กลไกกรรมาธิการตรวจสอบอย่างเข้มข้น

 

ส่วนกรณีที่นายกรัฐมนตรีระบุว่า “ไม่รู้จักนายณัฐพงษ์” หลังถูกถามเรื่องการแสดงความรับผิดชอบกรณี พ.ร.ก.กู้เงินนั้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีอาจไม่ค่อยเข้าสภา จึงจำหน้าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่ค่อยได้ พร้อมแนะนำให้มาตอบกระทู้ในสภาบ่อยขึ้นเพื่อจะได้คุ้นเคยกับสมาชิก

สำหรับข้อเสนอให้ยุบ กอ.รมน. นายณัฐพงษ์ ระบุว่า ทุกหน่วยงานของรัฐควรทบทวนบทบาทและภารกิจ หากมีความซ้ำซ้อนก็ควรพิจารณายุบหรือควบรวม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประหยัดงบประมาณ เช่นเดียวกับหลายประเทศที่มีการปฏิรูประบบราชการอย่างจริงจัง

ขณะเดียวกัน ในประเด็นร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข หรือกฎหมายนิรโทษกรรม ที่พรรคประชาชนโพสต์ข้อความเกี่ยวกับการนิรโทษกรรมคดีฮั้วเลือก สว. ก่อนจะแก้ไขข้อความภายหลัง นางสาวศิริกัญญา ชี้แจงว่า บัญชีแนบท้ายของร่างกฎหมายมีการอ้างถึงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา แม้จะระบุยกเว้นคดีทุจริตและคุณสมบัติ แต่ยังไม่มีคำอธิบายที่ชัดเจนว่าคดีฮั้วเลือก สว. จะเข้าข่ายหรือไม่ จึงเห็นว่ามีความคลุมเครือและแก้ไขข้อความออกเพื่อไม่ให้เกิดความสับสน พร้อมยืนยันว่าไม่ใช่การเผยแพร่เฟคนิวส์

 

 

ส่วนนายณัฐพงษ์ ยังตอบโต้นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. กรณีอ้างเหตุผลไม่ต้องการเปิดช่องให้เยาวชนคดีมาตรา 112 ว่า ข้อเท็จจริงคือร่างของ สส. เดิมไม่ได้มีการนิรโทษกรรมคดีมาตรา 112 อยู่แล้ว แต่เพียงกำหนดให้มีคณะกรรมการจัดทำแผนประกอบการพิจารณาของศาลเยาวชน ก่อนที่ สว. จะเพิ่มข้อความตัดช่องทางดังกล่าวออก

นายณัฐพงษ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า การปิดช่องช่วยเหลือเยาวชนที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ทั้งที่หลายคนเป็นเพียงผู้โพสต์ข้อความหรือไม่มีเจตนาร้าย เป็นเรื่องที่น่าตั้งคำถามอย่างยิ่ง พร้อมระบุว่า “คนที่ออกมาปิดช่องตรงนี้ ตัดอนาคตของเยาวชน ผมมองว่าเป็นคนที่อำมหิตมาก คุณทำแบบนี้เพื่ออะไร”

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่