บุกจับหมอเถื่อน!! คาคลินิกเสริมความงาม

อาชญากรรม ข่าว
สบส. ร่วมมือ ปคบ. บุกจับ “หมอเถื่อน” คลินิกเสริมความงาม ย่านรามอินทรา พบจบ ปวช. แต่อ้างตัวเป็นหมอ

 

วันนี้(29 พ.ย. 65 ) นพ.สุระ วิเศษศักดิ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เผยได้รับเบาะแสจาก กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค( บก.ปคบ.) ว่าพบหมอเถื่อนรายหนึ่งแอบอ้างเป็นแพทย์ไปสมัครงาน และลักลอบให้บริการเสริมความงามแก่ประชาชนในคลินิกเสริมความงามแห่งหนึ่งย่านรามอินทรา จึงสั่งการให้พนักงานเจ้าหน้าที่กองกฎหมาย ประสานงานกับตำรวจ บก.ปคบ. และพนักงานเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ติดตามผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยในช่วงบ่ายวานนี้ 28 พ.ย. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ของ สบส.และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้นำหมายศาลเข้าตรวจสอบคลินิกย่านรามอินทรา ซึ่งมีที่ตั้งเป็นอาคาร 1 ชั้น โดยคลินิกดังกล่าวมีการขึ้นทะเบียนและขออนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่กลับเปิดให้บริการฉีดสารเสริมความงามนอกเวลาที่ขออนุญาต

 

ตรวจสอบทราบว่า แพทย์ผู้ให้บริการเป็น หญิง อายุ 36 ปี จบการศึกษาในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ไม่มีใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม อีกทั้งหมอเถื่อนรายนี้ไม่ได้ประจำที่คลินิก แต่เดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อมาให้บริการฉีดสารเสริมความงามโดยเฉพาะ

 

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้ง 5 ข้อหา 1.ประกอบกิจการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต มีความผิดตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สถานพยาบาล พ.ศ.2541 2.ดำเนินการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต มีความผิดตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 3.ประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต มีความผิดตาม พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2525 4.จำหน่ายยาที่ไม่ขึ้นทะเบียนตำรับยา มีความผิดตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 และ 5.จำหน่ายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต มีความผิดตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 หลังจากนั้นนำตัวผู้ต้องหาส่งต่อไปยังพนักงานงานสอบสวนเพื่อดำเนินการต่อไป โดยกรณีหมอเถื่อนรายนี้ถือเป็นภัยร้ายแรงต่อประชาชน สบส.จะออกคำสั่งปิดสถานพยาบาลชั่วคราวเป็นระยะเวลา 30 วัน พร้อมเรียกผู้ประกอบกิจการ และแพทย์ผู้ดำเนินการสถานพยาบาลมาให้ถ้อยคำเพิ่มเติมกับ สบส.ต่อไป

ด้าน นพ.ภานุวัฒน์ ปานเกตุ รองอธิบดี สบส. กล่าวว่า กรณีที่ สบส.ตรวจสอบพบว่าสถานพยาบาลใดปล่อยให้หมอเถื่อนมาลักลอบให้บริการทางการแพทย์แก่ประชาชน นอกจากหมอเถื่อนรายดังกล่าวจะมีโทษตาม พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2525 แล้ว ผู้ดำเนินการสถานพยาบาลก็จะต้องถูกดำเนินคดีในความผิดตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 ฐานปล่อยปละละเลยให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่ผู้ประกอบวิชาชีพทำการประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาล ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และผู้อนุญาต (สบส.หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด) อาจจะมีคำสั่งทางปกครองให้ปิดสถานพยาบาลเป็นการชั่วคราว หรืออาจถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลอีกด้วย

 

จึงขอกำชับให้ผู้ดำเนินการสถานพยาบาลทุกแห่งระมัดระวัง และรอบคอบในการเปิดรับบุคลากร และตรวจสอบเอกสารหลักฐานให้ชัดเจนก่อนรับบุคคลดังกล่าวเข้ามาปฏิบัติงานในสถานพยาบาล เพราะหากตรวจพบหมอเถื่อนในสถานพยาบาลใด ผู้ดำเนินการสถานพยาบาลก็มิอาจปฏิเสธความรับผิดชอบได้ และจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายเฉกเช่นหมอเถื่อนด้วย

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

';

ประเด็นที่คุณอาจสนใจ

';