ความคืบหน้าการติดตามตัว สองพี่น้องชาวรัสเซีย ที่หายตัวไปพร้อมรถจักรยานยนต์ฮอนด้าตั้งแต่ช่วงเช้ามืดวันที่ 26 กรกฎาคม 2569 โดยแม่ของทั้งสองคนไปแจ้งความคนหายไว้
จากการสืบสวนสอบสวนและแกะรอยเส้นทางคนร้าย กระทั่งล่าสุด สามารถติดตามจับกุม ตัวนาย ธง อายุ 39 ปี และนายป๋อง อายุ 43 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะ หรือรับของโจรโดยจับกุมได้ที่ จังหวัดสระแก้ว ขณะเตรียมหลบหนีไปประเทศเพื่อนบ้าน
พฤติกรรมสุดโหดของ นายป๋อง และ นายธง สองฆาตกรที่ก่อเหตุสะเทือนขวัญฆาตกรรมฝังดิน 2 พี่น้องชาวรัสเซีย (นายโรมัน อายุ 17 ปี และ น.ส.ไดอานา) ที่บริเวณเขาชีจรรย์ จังหวัดชลบุรี
โดยคำให้การของ นายธงฯ ผู้ต้องหา ระบุว่า ในวันเกิดเหตุ “นายป๋อง” ขี่รถมารับตนที่บ้าน เวลาประมาณ 02:00 น. เพื่อไปหา “นายติ๊ก” แต่ไม่เจอระหว่างขี่รถกลับได้บังเอิญเจอ 2 พี่น้องชาวรัสเซีย จอดรถอยู่ริมทาง นายป๋องแต่งกายคล้าย เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำทีเข้าไปแสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น
ขณะเกิดเหตุนายป๋องใช้ปืนขู่และใส่กุญแจมือผู้ชายไว้ข้างหลัง จากนั้นนายป๋องขี่รถจักรยานยนต์ของผู้เสียชีวิตโดยให้ผู้ชายซ้อนท้าย ส่วน นายธงฯ ผู้ต้องหาให้ผู้หญิงซ้อนท้ายรถของตน พาไปยังจุดเกิดเหตุแถว “ยางใหญ่”
เมื่อถึงจุดเกิดเหตุ นายป๋องเดินคุมผู้เสียชีวิตทั้งสองเข้าไปในป่า นายป๋อง ใช้ปืนยิงผู้ชายที่ท้องก่อนโดยไม่มีการโต้เถียงกัน จากนั้นสั่งให้ นายธง กลับไปเอาจอบที่รถ
ระหว่างนั้นนายธง อ้างว่าได้ยินเสียงปืนนัดที่สอง เมื่อนายธง กลับมาพบว่าผู้ชายเสียชีวิตแล้ว ส่วนผู้หญิงนอนนิ่งอยู่ ไม่แน่ใจว่าเสียชีวิตแล้วหรือไม่ จากนั้น นายป๋องสั่งให้ นายธง ขุดหลุมลึกประมาณอกและฝังทั้งสองพี่น้องไว้รวมกัน
ภายหลังเกิดเหตุได้นำรถจักรยานยนต์ไปซุกซ่อนไว้ในป่า ก่อนจะนำมาชำแหละที่บ้านของนายธงฯ เพื่อนำอะไหล่ (เครื่องและล้อ) ไปขายให้ “ช่างเหน่ง” แต่ช่างเหน่งไม่รับซื้อเพราะไม่มีที่มาที่ไปชัดเจน จึงนำอะไหล่รถไปฝังดิน
พลตำรวจโท ฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ระบุว่า ผู้ต้องหา พาไปชี้จุดที่ฝังร่างของ 2 พี่น้องชาวรัสเซีย บริเวณป่าชากแง้ว เขาชีจรรย์ โดยฝังอยู่ในหลุมเดียวกันที่ค่อนข้างลึกประมาณ 1 เมตรร่างของพี่สาวอยู่ด้านล่าง และน้องชายอยู่ด้านบน จากสภาพศพผู้ชาย โดนยิง 2 นัดเข้าที่ท้องและศรีษะ ส่วนผู้หญิงถูกทำร้ายจนถึงชีวิต สภาพยังสวมเสื้อผ้าครบ
ส่วนสาเหตุที่ลงมือทำร้าย 2 พี่น้อง ผู้ต้องหาอ้างว่า ต้องการชิงรถมอเตอร์ไซค์เพียงอย่างเดียว และไม่เคยรู้จักกันมาก่อนหน้านี้ แต่บังเอิญมาเจอกันกลางทางหลังเกิดเหตุที่ต้องนำรถไปฝังดิน เพราะเริ่มรู้ว่ามีข่าวแล้ว เขาก็เลยต้องทำลายหลักฐาน ด้วยการนำรถไปฝังดินไว้
สำหรับครอบครัว 3 พ่อแม่ลูก ซึ่งญาติเข้าแจ้งความตำรวจ สภ.ห้วยใหญ่ เมื่อวันที่ 7 ก.ค.2569 ระบุว่าเมื่อวันที่ 27 มิ.ย.2569 เวลา 15.39 น. ครอบครัวพ่อแม่ลูก 3 คน ได้หายตัวไป พร้อมรถเชฟโรเลต
ผบช.ภ.2 กล่าวว่า สำหรับคดีดังกล่าวมีผู้ต้องหา 4 ราย ได้บุกเข้าไปในบ้าน โดยอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยมุ่งหวังเข้าไปชิงทรัพย์สิน จับตัว พ่อ-แม่ ใส่กุญแจมือ ก่อนที่ลูกสาว ซึ่งกลับจากทำงานร้านสะดวกซื้อจะเข้ามาพบ
จึงจับตัวทั้ง 3 คนขึ้นรถ ก่อนนำตัวมาทำร้ายจนเสียชีวิต และฝังศพไว้ บริเวณป่า ตรงข้ามกับจุดที่ฝังร่างของ 2 พี่น้องชาวรัสเซีย อยู่คนละฝากถนนกัน
ทั้งนี้ ตามรายงานการสอบปากคำ นายธง อ้างว่า หลังจากพาตัว 3 พ่อ แม่ ลูกเข้ามาในป่า นายป๋อง สั่ง ให้ช่วยกันขุดหลุม ตนเองได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 3-4 นัด
หลังก่อเหตุ นายป๋อง ได้นำเอารถกระบะเอาไปใช้และก็บโทรศัพท์ของผู้เสียชีวิตไป 3-4 เครื่อง ส่วน นายธงฯ อ้างว่าตนเองไม่ได้รับเงินหรือค่าตอบแทนใดๆ และทำไปเพราะความกลัวว่านายป๋องจะทำอันตรายครอบครัว
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบบริเวณ ป่ามะพร้าว หมู่ 10 ตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง ซึ่งอยู่ห่างจากจุดพบศพ 2 พี่น้องชาวรัสเซีย ประมาณ 2 กิโลเมตร
เมื่อขุดดินลงไป เจ้าหน้าที่พบร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 3 รายถูกฝังอยู่ภายในหลุมเดียวกัน ตรงตามจุดที่ผู้ต้องหาให้ข้อมูล เบื้องต้นตำรวจอยู่ระหว่างตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์และรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียด
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังสามารถติดตามควบคุมตัวผู้ต้องหาเพิ่มเติมอีก 2 ราย ได้แก่ นายชัชนันท์ หรือ “ฟลุ๊ก” และนายอัษฎางค์ หรือ “บอล” ซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีส่วนร่วมในเหตุปล้นทรัพย์และทำให้สมาชิกครอบครัวดังกล่าวเสียชีวิตด้วย
นางตุ๊กตา น้องสาวของผู้เสียชีวิต เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ครอบครัวพยายามติดตามหาพี่สาว พี่เขย และหลานสาวมาเป็นเวลานานกว่าหนึ่งเดือน หลังทั้งสามคนขาดการติดต่ออย่างผิดปกติ แม้ญาติจะพยายามโทรศัพท์และประสานขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานต่าง ๆ แต่ไม่พบเบาะแส และ หากไม่มีคดีของสองพี่น้องชาวรัสเซีย ซึ่งนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาและการขยายผลสอบสวน ครอบครัวคงอาจไม่มีโอกาสได้ทราบชะตากรรมของญาติทั้งสามคน พร้อมกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ช่วยติดตามและคลี่คลายคดี
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง ตรวจสอบพยานหลักฐาน และขยายผลว่ามีบุคคลอื่นร่วมก่อเหตุหรือเกี่ยวข้องกับคดีอีกหรือไม่ ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news