จะปรับ ครม. แล้วหรอ! ปฏิญญาแดง-เขียว เขย่าทัพน้ำเงิน

Video คลิปข่าวทั่วไป

 

จับสัญญาณความเคลื่อนไหวทางการเมืองช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงสิงหาคมนี้ ทวีความร้อนแรงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อรัฐบาลภายใต้การนำของ นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล กำลังเผชิญมรสุมรวดเดียวทั้งจากภายนอกและภายใน ทั้งกระแสข่าว ‘ปฏิญญาแดง-เขียว’ ที่โมนาโก ความนิยมของนายกรัฐมนตรีจากผลโพลที่ลดลง รวมถึงเสียงวิจารณ์ผลงานของรัฐมนตรีที่ไร้ประสิทธิภาพ จนนำมาสู่สัญญาณส่งเตือนเตรียมปรับคณะรัฐมนตรี และแผนล้างบางใหญ่ในกระทรวงมหาดไทย

 

ชนวนเหตุสำคัญที่ทำให้ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี ต้องออกมากระตุ้นเตือนและ ‘ขันน็อต’ รัฐมนตรีในรัฐบาล ‘อนุทิน 2’ เกิดขึ้นหลังการทำงานผ่านไปเพียง 2 เดือน แต่กลับถูกตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพการทำงานอย่างหนัก โดยเฉพาะผลสำรวจความคิดเห็นที่คะแนนนิยมลดลงถึงร้อยละ 5 กอปรกับเสียงวิจารณ์ต่อบรรดารัฐมนตรีกลุ่ม ‘ลูกเทพ’ จากโควตาบ้านใหญ่ และกลุ่มรัฐมนตรีที่ถูกมองว่า ‘โลกลืม’ ไร้ผลงานสร้างการรับรู้แก่ประชาชน

 

ความเคลื่อนไหว เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่นายกรัฐมนตรีเรียกบรรดารัฐมนตรีหลักทั้งจากพรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทยขึ้นหารือบนตึกไทยคู่ฟ้าก่อนการประชุม ครม. แม้จะถูกกลบกระแสด้วยคำว่า ‘ไปทานโจ๊ก’ แต่ในทางวิเคราะห์ นี่คือการส่งสัญญาณเร่งสปีดและอาจนำไปสู่การปรับ ครม. ก่อนกำหนด 1 ปี เพื่อจัดสมดุลอำนาจใหม่ และกำจัดจุดอ่อนที่จะฉุดรั้งเสถียรภาพของรัฐบาล

 

ขณะเดียวกัน บรรยากาศทางการเมืองยิ่งถูกจับตาเข้มข้นขึ้น จากกระแสข่าว ‘ปฏิญญาโมนาโก’ หรือ ‘ปฏิญญาแดง-เขียว’ หลังมีข่าวการเดินทางไปต่างประเทศของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ในช่วงเวลาใกล้เคียงกับ “ทักษิณ ชินวัตร” แม้ ร.อ.ธรรมนัส จะออกมาชี้แจงว่าเป็นการเดินทางไปพักผ่อนกับครอบครัวและปฏิเสธการพบปะ ส่วน “อนุทิน” เปรียบเปรยว่า ‘แดง-เขียวผสมกันก็กลายเป็นน้ำเงิน’

 

แต่มุมมองจากฝั่งฝ่ายค้าน โดย “ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์” สส.พรรคประชาชน กลับวิเคราะห์ว่า ภาพการพยายามเคลียร์ใจของแกนนำและการขยับตัวของพรรคร่วม คือสะท้อนรอยร้าวลึกในการจัดสรรอำนาจและผลประโยชน์ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยเร่งให้เกิดการปรับ ครม. “หนู 2” เพื่อบีบยึดคืนพื้นที่หรือเกลี่ยโควตาอำนาจกันใหม่ในเร็วๆ นี้

 

ไม่เพียงแต่ระดับรัฐมนตรีเท่านั้น ในระดับข้าราชการประจำ “อนุทิน” ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เตรียมเดินหน้านโยบาย ‘รีเซ็ต’ กระทรวงมหาดไทยครั้งใหญ่ในเดือนสิงหาคมนี้ เพื่อกอบกู้ภาพลักษณ์จากคดีทุจริตการสอบคัดเลือกข้าราชการส่วนท้องถิ่น ปัญหานอมินีต่างชาติ และคดีอาชญากรรมในพื้นที่ท่องเที่ยว

 

โดยเตรียมปรับย้ายข้าราชการระดับสูงล็อตใหญ่ ทั้งตำแหน่งรองปลัด อธิบดี และผู้ว่าราชการจังหวัด ทดแทนตำแหน่งที่ว่างและเกษียณอายุ 18 ตำแหน่ง โดยประกาศสลายระบบแบ่งสาย ‘สิงห์ดำ-สิงห์แดง’ ให้ยึดถือเพียงเป้าหมายการทำงานเพื่อประชาชน

 

ทั้งหมดนี้คือเกมการเมืองระลอกใหม่ที่ ‘ทัพน้ำเงิน’ ต้องเร่งจัดสมดุล ทั้งการขันน็อต ครม. การรับมือปฏิญญาต่างพรรค และการล้างบางมหาดไทย เพื่อพารัฐบาลฝ่ามรสุมความนิยมที่กำลังลดถอยอยู่ในขณะนี้

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่