สถานการณ์การเมืองของรัฐบาลสีน้ำเงิน ของนายกฯอนุทิน ชาญวีรกุล ที่มีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำ แม้จะมีความมั่นคงในเชิงกายภาพ เพราะมีจำนวนเสียงในสภากว่า 300 ที่นั่ง ทั้งพรรคร่วมรัฐบาลตัวจริง และพรรครอร่วมรัฐบาล คอยสนับสนุน แต่หากดูผลงาน 2 เดือนที่ผ่านมา อาการของรัฐบาล กลับเสียทรง เสียเหลี่ยม เสียรังวัด เสียแต้มไม่น้อย ทั้งจากประเด็นน้ำมัน สมัยเป็นรักษาการ เขากระโดงที่เยื้อเยื้อมาหลายรุ่น ,รวมถึงไทย เอไอ พาสสปอร์ต และต่อเนื่องมาถึงบัตรคนจนล่าสุด
บางเรื่องบางประเด็นไม่เป็นคดีความ แต่เสียแต้ม เสียคะแนนนิยม เพราะไม่ถูกใจแฟนคลับ ที่เลือกสีน้ำเงินมาเป็นรัฐบาล เช่น ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ยังคาราคาซัง และดูหน่อมแน้ม แถมยังถูกลากไปสู่นานาชาติ หลังยกเลิก MOU44 ซึ่งไม่รู้จะได้เปรียบหรือเสียเปรียบ ในการใช้ UNCLOSS เจรจาประนอมภาคบังคับ จนทำให้หลายคนหวั่นใจ
เอาเป็นว่า ประเด็นร้อนใหม่ และคดีค้างเก่า ตอนนี้ รวมๆแล้ว เกือบ 10 ประเด็น ที่จะมาสั่นคลอนอนาคตของระบอบสีน้ำเงิน เริ่มด้วยประเด็นแรก พรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ที่ ฝ่ายค้านเข้าชื่อยื่นศาล รัฐธรรมนูญตีความ ว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ กระบวนการของศาล เดินหน้าอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลส่งคำชี้แจงแล้ว ศาลขอความเห็นผู้เชี่ยวชาญแล้ว น่าจะใกล้มีคำตอบแล้ว เพราะศาลถูกขีดกรอบเวลาไม่เกิน 60 วัน เดี่ยวก็คงรู้กันว่าจะออกหัวหรือก้อย
ต่อด้วยคดี “เลือกตั้งโมฆะ” บัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด คิวอาร์โค้ด ศาลรัฐธรรมนูญเรียกหลักฐานและคำชี้แจงไปแล้ว ทำให้เกิดกระแสคาดการณ์ว่า คดีนี้อาจมีการล้มกระดานได้ เพราะบัตรเลือกตั้ง “ไม่เป็นความลับ”สามารถตรวจสอบย้อนกลับไปถึงตัวคนลงคะแนน ขัดหรือแย้งกับหลักการ เลือกตั้งโดยตรงและลับ ที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญทุกฉบับอย่างชัดเจน
ต่อด้วย “ไลน์อธิบดี ช่วยน้ำเงินด้วย” กลายเป็นอีกประเด็นที่สั่นคลอนระบอบสีน้ำเงิน เพราะ”ทนายอั๋น บุรีรัมย์”บุกแจ้งความดำเนินคดี แล้ว แถมก่อนหน้านี้ก็ไปยื่นเรื่องให้ กกต.ตรวจสอบมาแล้วเช่นกัน นอกจากนั้น ยังมี “พรรคส้ม” โดย “พริษฐ์ วัชรสินธุ” ประธานวิปฝ่ายค้าน กระทู้ตั้งคำถามกลางสภาฯ ขยี้ในประเด็นนี้ ซึ่งกระทบต่อความน่าเชื่อถือไปพอสมควร และหากขยายความ โยงไปโยงมา อาจไปบรรจบกับบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด คิวอาร์โค้ด อีกชั้นก็เป็นได้ ซึ่งล่าสุดได้ยื่น กกต. และ ปปช.สอบด้วยอีกทาง
เรื่องที่ 4 “ฮั้ว สว.” คดีมหากาพย์ ที่เชื่อมโยงระหว่าง สว. และผู้บริหารพรรคภูมิใจไทยหลายคนตกเป็นผู้ถูกกล่าวหา ซึ่ง กกต.ต้องเร่งทำให้กระจ่าง ในชั้นอนุฯสรุปมาแล้วว่า ไม่มีคนผิด แต่สังคมยังกังขา และจับต่อในชั้นของชุดใหญ่ ส่วนผู้สมัคร สว.เองก็ไม่ยอมจบ เดินหน้าทวงถาม และตรวจสอบ มีคดีทั้งใน กกต. และศาลอาญาคดีทุจริต ล่าสุด ประธาน กกต.ยืนยันแล้วจะไต่สวนอย่างรอบคอบ จะใช้เวลา “12 จันทร์” ก่อนจะลงมติชี้ขาด
ต่อด้วย ที่ดินเขากระโดง กลายเป็นเรื่องร้อนขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อ “พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวช” จับมือกับ ทนายคนดัง บุกไปยังบุรีรัมย์ ร้องทุกกล่าวโทษ ผู้นำจิตวิญญาณสีน้ำเงิน และเครือข่าย ซึ่งรวมถึง “อนุทิน” บุกรุกครอบที่หลวงของการรถไฟ รวมถึงการละเว้นปฏิบัติหน้าที่ และผิดจริยธรรมร้ายแรง แถมมีม็อบคนดีเริ่มเคลื่อนไหว ทำให้คดีนี้ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
ต่อกันที่ “TH-AI Passport” ของกระทรวงดีอี ที่มี”ไชยชนก ชิดชอบ” เป็นหัวเรือใหญ่ มีการเปิดข้อมูลความไม่ชอบมาพากลออกมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด “สมาคมส่งเสริมการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐภาคประชาชน” ยื่นสอบ 3 ข้อ ต่อ กมธ.กฎหมายฯ สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมี “รังสิมันต์ โรม” เป็นประธาน และประเด็นนี้ อาจถูก กมธ.ติดตามงบประมาณ ที่มี “รักชนก ศรีนอก” เป็นประธานอีกคณะยื่นมือเข้ามาตรวจสอบด้วย และหากเชื่อมโยงไปถึงการฟอกเงิน ก็อาจจะมี กมธ. ปปง. ของ”พิทักษ์เดช เดชเดโช” จากพรรคประชาธิปัตย์ ลับมีดรออยู่ด้วยเช่นกัน ท้ายที่สุดประเด็นนี้ อาจลามไปถึงการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจเลยทีเดียว
ปิดท้ายที่”คดีศักดิ์สยาม ชิดชอบ”ซุกหุ้น ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดแล้วว่าผิด แต่ ป.ป.ชกลับยกคำร้อง จนฝ่ายค้าน รวมถึง สว. ต้องยื่นต่อประธานรัฐสภา ส่งต่อให้ศาลฏีกา ตั้งคณะไต่สวนเอาผิดการทำหน้าที่ของ กรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งคดีนี้ งานอาจเข้า ป.ป.ช. เหมือนคดี”นาฬิกาเพื่อน” และสั่นสะเทือนไปถึงรัฐบาล และเครือข่ายสีน้ำเงินเต็มๆ
ทั้งหมดนี้ คือประเด็นร้อนๆ และคดีเก่าๆ ที่ใกล้จะถึงวันชี้ขาด และอาจะส่งผลกระทบต่อรัฐบาลสีน้ำเงิน ที่มีคะแนนเสียงในสภาท่วมท้น และเกจิการเมืองหลายคนฟันธงว่าจะอยู่อยู่ครบเทอม แต่หลายๆคดี กลับมีความหมิ่นเหม่ และสุ่มเสี่ยงที่ผลลัพธ์จะทำให้เกิดอุบัติเหตุทางการเมืองได้เช่นกัน…
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews