2 วันที่ผ่านมา มีดราม่าเกี่ยวกับ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” หรือบัตรคนจน เป็นจำนวนมาก โดยมีสาเหตุมาจาก การทบทวนสิทธิ หลัง”ไทยช่วยไทยพลัส60/40″ ของรัฐบาล”อนุทิน ชาญวีรกุล” ถูกวิพากษ์วิจารณ์ ว่าคนที่ได้สิทธิ์บางคนจนไม่จริง และคนจนจริงๆ ถูกตัดสิทธิ์เพราะไม่มีสมาร์ทโฟน ทำให้ต้องรื้อระบบ คัดกรองใหม่ และหลักเกณฑ์ใหม่ กลายเป็นประเด็นร้อน “ลูกใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเลี้ยงดูพ่อแม่” ซึ่งพ่อแม่ จะถูกตัดสิทธิบัตรคนจนทันที หรือกรณีมีรถยนต์ มีที่ดินเกินเกณฑ์ถูกตัดสิทธิ หรือแม้แต่มีหนี้เกินเกณฑ์ ก็ไม่นับเป็นคนจน
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ”บัตรคนจน”มีที่มาจากการริเริ่มในสมัยรัฐบาล”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ในยุคของ คสช.เต็มขั้น ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่า เป็นหนึ่งในนโยบายประชานิยม ที่หวังผลทางการเมือง เริ่มประกาศใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2560 โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ในการลดภาระค่าครองชีพ และจัดสวัสดิการสังคมให้เข้าถึงประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้โครงการ”ประชารัฐสวัสดิการ” ที่สอดคล้องกับชื่อพรรคการเมือง
โดยกำหนดคุณสมบัติกว้างๆเอาไว้ คือ ผู้มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อปี จะได้รับเงิน 300 บาทต่อเดือน ขณะที่ผู้มีรายได้ 30,001-100,000 บาทต่อปี จะได้รับเงิน 200 บาทต่อเดือน แจกบัตรเพื่อใช้ซื้อของอุปโภคบริโภค จ่ายค่าก๊าซหุงต้ม และค่าเดินทาง จากนั้นในปี 2561 มีการขยายสิทธิผู้ถือบัตรคนจน ให้แก่กลุ่มผู้พิการ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง ทำให้มีผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่มขึ้นจาก 11.4 ล้านคน เป็น 14.5 ล้านคน ต่อมาในปี 2565 มีการคัดกรองใหม่ มีการกำหนดคุณสมบัติใหม่อีกครั้ง ทำให้ มีผู้ถือบัตร เหลือประมาณ 13.2 ล้านคน
แต่เมื่อรัฐบาล”อนุทิน” มีการทบทวนสิทธิใหม่ หลังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ จาก”ไทยช่วยไทยพลัส” และมีการกำหนดหลักเกณฑ์ใหม่ แบบเข้มข้น เพิ่ม 5 กลุ่มต้องห้าม เปลี่ยนแนวคิดในการคัดกรอง”รายได้”จากคำว่าครัวเรือน มาเป็นรายได้ส่วนบุคคล รวมถึงเรื่องการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ กรรมสิทธิ์ในรถยนต์ หรือยานพาหนะอื่น
และห้ามมีบัตรเครดิต เพื่อคัดคนจนจริงๆ ในการถือบัตร รับความช่วยเหลือของรัฐ รวมถึงหนี้สิน ที่กำหนดไม่เกิน 1 แสน ซึ่งก็มีคำถาม และเสียงสะท้อนจำนวนมากว่า คนเป็นหนี้จำนวนมากไม่ใช่คนจนเหรอ และประเด็นร้อนสุดใครเอาชื่อพ่อ-แม่ ไปลดหย่อนภาษีเงินได้ พ่อ-แม่จะโดนตัดสิทธิ์ ก่อนปลัดกระทรวงการคลัง จะมาชี้แจง สามารถอุทธรณ์ได้ ถ้าพ่อแม่ไม่ได้รับการดูแลจริง จะคืนสิทธิให้ และไปตัดสิทธิ์ลดหย่อนภาษีของลูกแทน
“นายกฯอนุทิน” ก็ยืนยันว่าจะไม่ทบทวน หรือยกเลิกกฏเกณฑ์ใหม่ เมื่อประกาศไปแล้ว ก็ต้องใช้ไปก่อน แต่พร้อมรับคำติชมไปปรับปรุงในอนาคต จะเห็นได้ว่า เมื่อคุณสมบัติเปลี่ยนไป บริบทของคำว่า “คนจน” ย่อมเปลี่ยนไปด้วย เมื่อนิยามคำว่า “คนจน” ไม่เหมือนเดิม ก็ต้องมีคน”หลุด”ออกจากระบบ ซึ่งสอดรับกับคำพูดของ “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกฯ และรมว.คลัง ที่ระบุ ต้องการสำรวจสิทธิเพื่อที่จะช่วยดูแลผู้ที่เดือดร้อนจริง ๆ ขณะนี้กระทรวงการคลัง ได้ให้กระทรวงมหาดไทยเข้าไปสำรวจ เพื่อหาประชาชนที่เดือดร้อนจริงๆ และไม่ได้อยู่ในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้เจอ อยากช่วยกลุ่มที่เดือดร้อนจริงๆก่อน เพราะไม่ได้ทบทวนสิทธิมานาน
อย่างไรก็ตาม คำว่า “คนจน” ในสังคมไทย ถูกนิยามความหมาย หรือหลักเกณฑ์แตกต่างกันไป และมักมีคำถามว่า แค่ไหนถึงเรียกว่า”จน” ดังนั้นเมื่อนิยามไม่ตรงกัน ก็จะมีคน “หลุด” ออกจากระบบ หรือกรอบนิยามของหน่วยงานนั้นๆ ดังนั้น “คนจน”คนที่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในยุค”ลุงตู่” อาจไม่ใช่คนจนในยุค”อนุทิน”ก็ได้ เพราะคนจนของเราต่างกัน คนจนของเราไม่เท่ากัน
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews