“รัล” ดารานักแสดง ร้องขอความเป็นธรรม คุณแม่เคลียดมากทุกวันหลังจากตกเป็นข่าวถูกกล่าวหาฉ้อโกง ขณะทั้งสองฝ่ายเคลียร์ใจกันแล้ว ยืนยันไม่ติดใจต่อกัน
จากกรณีที่ น.ส.ณ้อง-พิมรดา กีรติภิญโญพัชร์ อายุ 34 ปี ผู้เสียหาย ได้เข้าร้องเรียนต่อ กองบังคับการปราบปราม ว่าถูกดาราหญิงยุค 90 แนะนำให้ร่วมลงทุนในโปรเจกต์ซีรีส์วายเรื่อง “รักสุดท้ายนายไม่ยิ้ม” ตั้งแต่ปี 2565 โดยร่วมลงทุนเป็นเงินเกือบ 10 ล้านบาท แต่ผ่านมานานกว่า 3 ปี โครงการยังถ่ายทำไม่เสร็จ
วันนี้ (13 มี.ค. 2569) ที่บริเวณด้านหน้าแดนเนรมิตเก่า ริมฟุตบาทย่านสะพานใหม่ น.ส.ณัทธมนกาญจน์ ศรีนิกรโชติ หรือ “รัล” อายุ 41 ปี ดาราสาวช่องดัง ได้เดินทางเข้าร้องขอความเป็นธรรมกับ จ่าคิงส์ แตงทิม หลังถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการหลอกลงทุนในโปรเจกต์ซีรีส์วายมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท โดยมี น.ส.พิมรดา ผู้เสียหาย เดินทางมาด้วย
น.ส.ณัทธมนกาญจน์ เปิดเผยว่า การออกมาชี้แจงครั้งนี้เพื่อยืนยันว่าตนเองไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหลอกลงทุน โดยเล่าย้อนว่าเมื่อปี 2565 มีทีมงานที่เคยร่วมงานถ่ายทำละครมาก่อน ชักชวนให้ไปพูดคุย กับผู้จัดรายหนึ่ง ซึ่งอ้างว่าจะทำโปรเจกต์ซีรีส์วาย และต้องการให้ตนมาร่วมแคสบทแสดงซีรี่ย์ อีกทั้งผู้จัดยังระบุว่าทราบว่าตนมีอาชีพพิธีกรและรีวิวสินค้า รู้จักลูกค้าหลายราย หากมีสินค้าใดต้องการนำมาโปรโมต ในซีรีส์ก็สามารถแนะนำได้ และจะมีค่าคอมมิชชั่นตอบแทน
ต่อมาตนจึงได้แนะนำ น.ส.พิมรดา ซึ่งรู้จักกันและมีสินค้าของตนเอง ให้เข้าไปพูดคุยกับผู้จัดเพื่อโปรโมตสินค้าในซีรีส์ กระทั่ง น.ส.พิมรดา เกิดความสนใจและตัดสินใจร่วมลงทุน โดยในเงินลงทุนก้อนแรกจำนวน 1 ล้านบาท ตนได้รับค่าคอมมิชชั่นตอบแทน หลังจากนั้นก็ไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับโปรเจกต์ดังกล่าวอีก
น.ส.ณัทธมนกาญจน์ ระบุด้วยว่า สาเหตุที่เชื่อใจจนแนะนำให้รู้จัก เพราะตนรู้จักทีมงานของผู้จัดและเคยทำงานร่วมกันมาก่อนโดยไม่เคยมีปัญหา จึงเกิดความไว้วางใจ แม้จะไม่เคยรู้จักผู้จัดรายนี้เป็นการส่วนตัว และทราบเพียงว่าเป็นผู้จัดหน้าใหม่
ด้าน น.ส.พิมรดา ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ตนรู้จักผู้จัดรายดังกล่าวผ่าน น.ส.ณัทธมนกาญจน์ โดยได้ทำสัญญาร่วมลงทุนในรูปแบบเงินทุนและเงินปันผล ซึ่งระบุว่าหากลงทุนจะได้รับผลตอบแทน 30% ภายใน 10 เดือน โดยซีรีส์มีกำหนดถ่ายทำทั้งหมด 13 ตอน แต่ตั้งแต่ปี 2565 จนถึงปัจจุบันยังไม่ได้รับเงินคืนแม้แต่บาทเดียว และมีการถ่ายทำเพียง 8 ตอนเท่านั้น
ผู้เสียหายระบุว่า หลังจากนั้นพยายามติดต่อผู้จัดเพื่อสอบถามความคืบหน้าและเงินลงทุน แต่ไม่สามารถติดต่อได้ตั้งแต่ปี 2567 จนถึงปัจจุบัน อีกทั้งยังทราบว่าผู้จัดรายดังกล่าวไม่ได้ทำงานในวงการซีรีส์แล้วแต่หันไปทำธุรกิจขายปุ๋ยแทน โดยที่ผ่านมาได้รอคอยมานานกว่า 3 ปี เพราะหวังว่าจะได้เงินคืน เนื่องจากผู้จัดเคยบอกว่าหากรอก็ยังมีโอกาสได้เงินคืน แต่หากไม่รอก็สามารถไปดำเนินคดีได้เองเพราะการลงทุนมีความเสี่ยง
กระทั่งเมื่อประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมา ผู้เสียหายจึงตัดสินใจเข้าแจ้งความที่ สถานีตำรวจภูธรหนองปิง ในข้อหาฉ้อโกงประชาชน และยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพราะเชื่อว่าการกระทำ ดังกล่าวไม่ได้ทำเพียงคนเดียว นอกจากนี้ยังมีผู้เสียหายรายอื่นอีกหลายรายที่ถูกชักชวนให้ร่วมลงทุน ทั้งในรูปแบบโปรเจกต์ซีรีส์และลักษณะคล้ายแชร์ลูกโซ่ แต่หลายคนยังไม่กล้าเข้าแจ้งความ
อย่างไรก็ตาม น.ส.พิมรดา ระบุว่า จะไม่ดำเนินคดีกับ น.ส.ณัทธมนกาญจน์ เนื่องจากเชื่อว่าอีกฝ่ายถูกหลอกมาเช่นกัน
ขณะที่ จ่าคิงส์ แตงทิม เปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน และเตรียมออกหมายเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาสอบปากคำ หากไม่มาพบตามหมายเรียกก็อาจมีการออกหมายจับในขั้นตอนต่อไป
ทั้งนี้ ผู้เสียหายทั้งสองคนได้พูดคุยปรับความเข้าใจกันแล้ว ก่อนจับมือกันยืนยันว่าไม่ได้ติดใจต่อกัน และต้องการให้คดีเดินหน้าตามกระบวนการกฎหมายต่อไป
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews