ขยี้ให้สุด! ไลน์หลุด “ช่วยน้ำเงินด้วย” กมธ.พัฒนาการเมืองฯ เรียกถกเดือด

Video คลิปข่าวทั่วไป

 

ยิ่งขุดยิ่งเจอ ยิ่งรุกยิ่งเดือด สำหรับเกมตรวจสอบฝ่ายบริหารของพรรคฝ่ายค้าน ที่กำลังเดินหน้าใช้กระบวนการทางกฎหมายถอนรากถอนโคน “ระบอบสีน้ำเงิน” ทั้งในและนอกสภา

 

ล่าสุดวันนี้ (11 มิถุนายน 69) สมรภูมิการเมืองนิติบัญญัติเดือดระอุ เมื่อ “ภคมน หนุนอนันต์” สส.พรรคประชาชน ในฐานะประธานกรรมาธิการพัฒนาการเมือง สภาผู้แทนราษฎร เปิดห้องประชุมเรียก 5 หน่วยงานใหญ่ ทั้ง ก.พ., ป.ป.ช., ผู้ตรวจการแผ่นดิน และกรมการปกครอง มาเอ็กซเรย์ปมฉาว “แชตไลน์หลุดปริศนา” ที่สั่งการข้าราชการฝ่ายปกครองในพื้นที่ภาคใต้ว่า “ช่วยน้ำเงินด้วย” ท่ามกลางกระแสตั้งคำถามถึงความเป็นกลางทางการเมืองของข้าราชการระดับสูง

 

ทันทีที่เปิดฉาก “ประธาน ภคมน” แสดงความผิดหวังอย่างชัดเจน ที่ “นฤชา โฆษาศิวิไลซ์” อธิบดีกรมการปกครอง ไม่ยอมมาเผชิญหน้าความจริงกับสังคมด้วยตนเอง แต่ส่งนายวินัย โตเจริญ รองอธิบดีมาทำหน้าที่รับกระสุนแทน

 

ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การเปิดหน้าแลกหมัดของ “รุ่งเรือง ธิมาบุตร” ปลัดจังหวัดภูเก็ต ที่เพิ่งโดนคำสั่งเด้งฟ้าผ่าเมื่อปลายเดือนพฤษภาคม โดย “รุ่งเรือง” ปลัดจังหวัดภูเก็ต แฉยับกลางห้องประชุมว่า ตนเองถูก “จัดฉากดิสเครดิต” ยัดข้อหารับส่วยสถานบันเทิงเพื่อย้ายตนออกจากพื้นที่ เหตุเพราะไปจับกุมคดีบุกรุกที่ดินสาธารณะรายใหญ่บนหาดบางเทา ซึ่งผู้ต้องหามีความสนิทสนมกับกลุ่มการเมืองในพื้นที่ พร้อมงัดหลักฐานแชตไลน์ที่คุยตรงกับอธิบดีกรมการปกครองออกมากางโชว์ต่อหน้าสื่อ

 

“รุ่งเรือง” บอกว่า คำว่าช่วยน้ำเงินด้วย ตามความเข้าใจของผม คือพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง มันคือคำสั่ง ส่วนที่ผมตอบกลับไปว่า ‘100% ครับนาย’ ผมตอบในฐานะผู้ใต้บัญชาการตามมารยาท แต่ในข้อเท็จจริง ผมพร้อมรับคำสั่ง แต่ไม่ปฏิบัติตาม ใครจะกล้าช่วย

 

บรรยากาศในการประชุมทวีความเผ็ดร้อน เมื่อ สส.ฝั่งพรรคประชาชน รุมซักฟอก ”วินัย“ รองอธิบดีกรมการปกครอง ถึงนิยามคำว่า “ไลน์สาธารณะ” ที่อธิบดีเคยอ้าง รวมถึงประเด็นการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย ซึ่ง ”วินัย“ ตอบคำถามกลับไปกลับมาและแสดงพิรุธถึง 3 ครั้ง จนสุดท้ายต้องยอมจำนนเปิดปากว่า ไม่ทราบ ว่ากระทรวงมหาดไทยมีการตั้งกรรมการสอบแล้วหรือไม่ ทั้งที่เรื่องผ่านมานานกว่า 2 สัปดาห์แล้ว

 

ขณะที่ตัวแทนจากสำนักงาน ก.พ. และ ป.ป.ช. สำทับชัดเจนกลางที่ประชุมว่า พฤติการณ์การทำโพลและสั่งให้ช่วยพรรคการเมือง เข้าข่ายความผิดวินัยร้ายแรงฐานไม่เป็นกลางทางการเมือง และหากผู้บังคับบัญชาอย่างรัฐมนตรีหรือปลัดกระทรวง ละเว้นไม่ตั้งคณะกรรมการสอบสวน จะมีความผิดทั้งทางวินัยและโทษอาญาข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ทันที

 

ด้าน “ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว” สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม สวมบทพระเอกลุกขึ้นประกาศยืนข้างความถูกต้อง จี้ให้ดำเนินการตามข้อเท็จจริงโดยไม่กลั่นแกล้งกัน เพื่อให้สังคมรับได้และให้หน่วยงานเดินหน้าต่อ

 

บทสรุปของการขยี้ปมฉาวในวันนี้ “ภคมน” ประธานกรรมาธิการฯ ลั่นวาจา เตรียมทำหนังสือด่วนถึงนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อทวงถามความคืบหน้าในการตั้งคณะกรรมการสอบสวนอธิบดี และการย้ายปลัดจังหวัดภูเก็ตอย่างไม่เป็นธรรม เพราะนี่ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นเรื่องศรัทธาของระบบราชการไทย

 

สงครามชิงความบริสุทธิ์ของระบบราชการและการตรวจสอบระบอบสีน้ำเงินระลอกนี้ ฝ่ายค้านงัดกลไกนิติบัญญัติออกมาสู้ได้อย่างดุดัน หลังจากนี้ด่านต่อไปจะไปตกอยู่ที่ตัวของนายกรัฐมนตรีและองค์กรอิสระว่า จะกล้าหาญเดินหน้าสางปมนี้อย่างโปร่งใส หรือจะปล่อยให้แชตหลุด “ช่วยน้ำเงินด้วย” กลายเป็นความเงียบเชียบค้านสายตาประชาชน

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่