เมื่อเอ่ยถึงเขากระโดง หลายคนคงได้ยินเรื่องราว ได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารว่าเป็นที่ดิน ที่มีข้อพิพาทระหว่าง การรถไฟ กับชาวบ้าน และนักการเมืองตระกูลดัง ที่จังหวัดบุรีรัมย์ ประมาณ 5,083 ไร่ เชื่อมโยงสนามฟุตบอล สนามแข่งรถ และอีกหลายอย่าง บางคนพูดว่าเป็นที่หลวง ในหลวงรัชกาลที่5 และรัชกาลที่6 พระราชทานให้การรถไฟ บางคนก็บอกว่าชาวบ้านบุกรุก และมีอีกหลายคนบอกว่ามีโฉนดถูกต้องได้มาอย่างถูกต้อง จึงกลายเป็นคดีความ แม้ศาลตัดสินแล้วบางคดี แต่ก็ยังไม่จบ กลายเป็นมาหากาพย์มาหลายสิบปี อีกทั้งยังเป็นประเด็นที่นำมาโจมตีกันทางการเมือง มีการเคลื่อนไหวของหลายกลุ่มและยังต้องรอบทสรุปสุดท้าย
แต่ในอีกมุมหนึ่งที่หลายคน โดยเฉพาะคนต่างจังหวัด ไม่รู้ คือ “เขากระโดง” หรือ “ป่าเขากระโดง” เดิมมีพื้นที่ 6,212 ไร่ กรมป่าไม้ได้ประกาศให้เป็น “วนอุทยานเขากระโดง” เนื้อที่ 1,450 ไร่ เมื่อวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ.2521 และเปิดให้เข้าเยี่ยมชมตั้งแต่ วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2526 ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของกรมอุทยานแห่งชาติ
โดย “วนอุทยานภูเขาไฟกระโดง” หรือ “ภูกระโดง” ตั้งอยู่ที่บ้านเขากระโดง ตำบลเสม็ด อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว มีปากปล่องอายุราว 3 แสนถึง 9 แสนปี ที่ยังคงสภาพดี ทะลุเห็นได้ชัดเจน มีความสูงประมาณ 265 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง
โดยปากปล่องภูเขาไฟกระโดง เป็นซากปากปล่องที่มีลักษณะคล้ายรูปพระจันทร์ครึ่งซีก แต่ในบางมุมก็มีลักษณะคล้ายกับกระดองเต่า ในอดีตชาวบ้านจึงเรียกเขากระโดงว่า “พนมกระดอง” ที่เป็นภาษาเขมร แปลว่า “ภูเขากระดอง”ก่อนที่การออกเสียงจะเพี้ยนเป็น”กระโดง”
บริเวณโดยรอบ แวดล้อมด้วยป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าขนาดเล็ก โสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น กระรอกหลากสี กระรอกบินจิ๋วท้องขาว กระแต กระเล็น อีเห็น และ พังพอน รวมถึงนกนานาชนิด เช่น นกแอ่นบ้าน นกกินปลีอกเหลือง นกเอี้ยงสาลิกา เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีพันธุ์ไม้พื้นเมืองให้ศึกษาหลายชนิด อาทิ ผลของต้นโยนีปีศาจ พันธุ์ไม้หายาก ที่จะพบได้ในบริเวณเขตภูเขาไฟเท่านั้น
บนเขากระโดง ยังมีโบราณสถานสมัยขอม “ปราสาทเขากระโดง” และพระพุทธบาทจำลอง ตั้งอยู่บนปากปล่องภูเขาไฟกระโดง เป็นศาสนสถาน สร้างขึ้นก่อนสมัยสุโขทัย ก่อบนฐานศิลาแลงองค์เดียวโดดๆ ฐานสี่เหลี่ยมจตุรัสขนาด 4X4 เมตร มีช่องทางเข้า 4 ด้าน ต่อมาหินพัง หรืออาจถูกรื้อลงมา และมีผู้นำหินมาเรียงขึ้นมาใหม่ แต่ไม่ตรงตามรูปแบบเดิม กระทั่งในสมัยรัตนโกสินทร์ “ตระกูลสิงห์เสนีย์” ได้ประดิษฐานพระพุทธบาทจำลองไว้ในองค์ปรางค์ แล้วสร้างมณฑปครอบทับ และมีพระพุทธรูปขนาดใหญ่ ชื่อว่า “พระสุภัทรบพิตร” เป็นพระพุทธรูปคู่เมืองของบุรีรัมย์ เป็นพระพุทธรูปก่ออิฐฉาบปูนขนาดใหญ่ หันหน้าไปทางทิศเหนือ ภายในเศียรบรรจุพระธาตุ สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2512 เป็นที่เคารพสักการะของคนในท้องถิ่น และจากจุดที่ตั้งขององค์พระ สามารถมองเห็นทัศนียภาพของตัวเมืองบุรีรัมย์ได้ ทำให้มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากนิยมขึ้นไปชมทิวทัศน์ของตัวเมืองบุรีรัมย์ และไหว้พระเพื่อเป็นสิริมงคล
สำหรับการขึ้นเขากระโดง สามารถทำได้ 2 วิธี คือ ใช้ สะพานพิสูจน์ศรัทธาสาธุชน หรือ บันไดนาคราช 297 ขั้น ที่สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2512 เดินขึ้นไปสักการะบูชา “พระสุภัทรบพิตร” ที่อยู่บนยอดเขา หรือใครไม่ไหว ก็สามารถขับรถขึ้นไปถึงยอดเขาได้
ทั้งนี้หากตัดเรื่องคดีความ ข้อพิพาท ระหว่างการรถไฟ ชาวบ้าน และนักการเมือง ที่นำมาเป็นประเด็นอยู่ในเวลานี้ “เขากระโดง” นับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ และน่าเที่ยวอีกสถานที่หนึ่ง
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews