ยิ่งใกล้โค้งสุดท้าย สมรภูมิชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. ปี 2569 ยิ่งทวีความเดือดดาล โดยเฉพาะตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ตัวเต็งอันดับหนึ่งอย่าง “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ต้องเผชิญกับมรสุมลูกใหญ่จากการถูกฝ่ายตรงข้ามตั้งโต๊ะแถลงข่าวเปิดโปงข้อกล่าวหาทุจริต
ทั้งประเด็น “ระบอบอากง” และการซื้อขายตำแหน่งผู้อำนวยการเขตวงเงิน 4 ล้านบาท กลายเป็นเผือกร้อนที่ถูกแชร์สะพัดในโลกออนไลน์ ท่ามกลางคำถามจากสังคมว่า ข้อมูลที่พรั่งพรูออกมาในช่วงนี้ คือ การแฉเพื่อความถูกต้อง หรือหวังผลสะดุดขาดีสเครดิตทางการเมืองกันแน่? แต่ที่แน่ ๆ ดูเหมือนว่า พายุลูกนี้… จะทำอะไรแชมป์เก่าไม่ได้เลย
เพราะล่าสุดในวันนี้ (7 มิถุนายน 2569) ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” ได้เปิดเผยผลสำรวจโค้งแรกอย่างเป็นทางการ จากกลุ่มตัวอย่าง 2,000 คน ทั่วกรุงเทพมหานคร
ผลปรากฏว่า คะแนนนิยมของ ”ชัชชาติ สิทธิพันธุ์“ กลับพุ่งทะยานนำโด่งเป็นอันดับ 1 สูงถึง ร้อยละ 67.30 ทิ้งห่างคู่แข่งแบบไม่เห็นฝุ่น โดยอันดับ 2 ยังเป็นกลุ่มที่ “ยังไม่แน่ใจ” อยู่ที่ร้อยละ 10.20 ขณะที่ผู้สมัครจากพรรคการเมืองใหญ่ คะแนนกลับหายไปในกลีบเมฆ ตัวแทนจากพรรคประชาชนอย่าง ”ดร.โจ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร“ ตามมาห่างๆ ในอันดับ 3 ที่ร้อยละ 8.20 ด้าน ”ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข“ แคนดิเดตอิสระ ได้ร้อยละ 7.30 และ ”อนุชา บูรพชัยศรี“ จากพรรคประชาธิปัตย์ อยู่ที่ร้อยละ 3.10
ตัวเลขเกือบร้อยละ 70 นี้ สะท้อนชัดเจนว่า ข่าวส่วยและข้อครหาเรื่องทุจริต ไม่สามารถแปรเปลี่ยนความเชื่อมั่นของคนกรุงที่มีต่อตัวบุคคลอย่างชัชชาติได้
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้กระแสแฉส่วยพ่นพิษใส่เจ้าตัวไม่ได้ ส่วนหนึ่งมาจากการเดินเกมโต้แย้งที่รวดเร็วและเด็ดขาด โดย ”ชัชชาติ“ เปิดใจว่า ข้อกล่าวหาเรื่องเงิน 4 กิโลกรัมหรือระบอบอากง ไม่มีสาระสำคัญที่เป็นรูปธรรม พร้อมแซวกลับว่า อากงที่มีในทีมคือ “อากง AI” เพราะในการประชุมทุกคนต้องใช้คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีตอบคำถามประชาชน ยันชัดไม่มีการยึดมือถือเข้าเซฟเฮาส์ตามที่ถูกกล่าวอ้าง
ส่วนปมโยกย้ายข้าราชการ ดร.ทวิดา กมลเวชช อดีตรองผู้ว่าฯ ก็ออกมากางหลักเกณฑ์โปร่งใส 100 คะแนน ชัดเจนว่า ความอาวุโสเป็นเพียงส่วนหนึ่ง แต่ต้องดูผลงานและจริยธรรมควบคู่กัน
”ชัชชาติ” ย้ำด้วยว่า เรื่องทุจริตถ้ามีจริง ผมคิดว่าผมคงตายไปแล้ว เพราะทุกคนจ้องตรวจสอบอยู่ เรามาด้วยตัวคนเดียว ไม่มี ส.ก. ในมือ ซึ่งนี่คือระบบ Check and Balance ที่สมบูรณ์ ถ้าเรายืนตรง ๆ ด้วยความสุจริต เราอยู่ได้เลยโดยไม่ต้องเป็นทาสใคร”
ขณะที่ “ต่อศักดิ์ โชติมงคล” อดีตประธานที่ปรึกษาฯ หรือที่ถูกพาดพิงว่าเป็น “อากง” ยืนยัน 100% ว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการซื้อขายตำแหน่ง และไม่มีเซฟเฮาส์ย่านสุทธิสารแน่นอน พร้อมพ้อว่าที่ตกเป็นเป้าเพราะอายุเยอะ แต่ยังคงเชื่อมั่นว่าความจริงจะปกป้องตนเอง
เมื่อหันไปดูเทรนด์การเลือกสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร หรือ ส.ก. นิด้าโพล ระบุว่า คนกรุงอยากเลือก ส.ก. ในนาม “อิสระ” มาเป็นอันดับ 1 ถึงร้อยละ 29.10 เบียดพรรคประชาชนที่ตามมาติดๆ ที่ร้อยละ 26.50
บทสรุปในโค้งแรกนี้ชี้ให้เห็นว่า พฤติกรรมของคนกรุงเทพฯ ในปี 2569 ยังคงเทใจให้กับการบริหารงานท้องถิ่นในนาม “บุคคลอิสระ” ที่จับต้องได้ มากกว่ากระแสอุดมการณ์ของพรรคการเมืองใหญ่ และดูเหมือนว่า ยิ่งแชมป์เก่าโดนสกัดขาแรงเท่าไหร่ คะแนนสงสารและแรงหนุนกลับยิ่งหลั่งไหล ทิ้งห่างคู่แข่งลิ่วในตารางโพลจนยากจะตามทัน
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews