ฮั้ว สว.ที่ยืดเยื้อมากว่า 2 ปี ทั้ง คดีในมือของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่กำลังอยู่ในขั้นตอนสุดท้าย และคดีในฝั่ง DSI ที่กำลังรอดูทิศทางลม จาก กกต.ก่อน แต่ล่าสุด”ฮั้ว สว.” กลับมาเป็นประเด็นร้อน ในสภากาแฟกันอีกครั้ง เมื่อ “ไอลอว์” นำโดย “ยิ่งชีพ อัชฌานนท์” เปิดชื่อ 9 นักการเมืองภูมิใจไทย “อนุทิน ชาญวีรกูล,ทรงศักดิ์ ทองศรี,ภราดร-กรวีร์ ปริศนานันทกุล, พิพัฒน์ รัชกิจประการ,นภินทร ศรีสรรพางค์,สุขสมรวย วันทนียกุล,พิชัย ชมภูพล และ ศุภชัย โพธิ์สุ เป็นคีย์แมนสำคัญในการฮั้ว สว.และยื่นให้ฝ่ายค้านตรวจสอบ และใช้เป็นข้อมูลในการอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภา
ก่อนหน้านี้ ในโอกาสครบ 2 ปีเลือก สว. มี อดีตผู้สมัคร สว. และ สว.สำรองหลายคน แสดงตัวออกมาเป็นพยานว่า มีกระบวนการฮั้ว สว.จริง พร้อมเรียกร้องให้ กกต.ดำเนินการตรวจสอบคดีฮั้วสว.อย่างเคร่งครัดตามคำขวัญ”สุจริต โปร่งใส เป็นกลาง และเที่ยงธรรม” โดยการรีบทำสำนวน ทำคำวินิจฉัยส่งไปยังศาลฎีกา เป็นผู้ชี้ขาด
สอดรับกับ”ยิ่งชีพ” ที่กล่าวว่า กกต.ชุดนี้ไม่มีความชอบธรรมในการตรวจสอบคดีโกงเลือก สว.เพราะบางส่วนมาจากการให้ความเห็นชอบของ สว. ดังนั้นต้องการให้ กกต.ชุดนี้ไม่ต้องใช้ดุลพินิจ แต่ให้ส่งคดีฮั้ว สว.และเครือข่ายรวม 229 คน ฟ้องต่อศาลฎีกาให้เร็วที่สุด
ทั้งนี้ คดีฮั้ว สว. กกต.ชุดใหญ่ที่มี “ณรงค์ กลั่นวารินทร์” เป็นประธาน กำลังพิจารณาสำนวนคดี ในขั้นตอนสุดท้าย ซึ่งเป็นการพิจารณาไล่เรียงไปเป็นรายจังหวัด กลุ่มจังหวัด โดยคาดว่าจะพิจารณาชี้ขาด หรือมีมติได้ภายในเดือน ส.ค.หรืออย่างช้า ต้นเดือน ก.ย. ว่าจะยกตำร้อง หรือจะสงศาลฏีกาต่อไป
อย่างไรก็ตาม พรรคฝ่ายค้านก็แสดงความกังวล ต่อการทำหน้าที่ของ กกต.ว่าอาจมีการตัดตอน 3 ประการ คือ 1.ตัดตอนให้เหลือเฉพาะผู้ปฏิบัติการ เพื่อทำให้เครือข่ายนักการเมืองที่อยู่เบื้องหลังในระดับสั่งการ บริหารจัดการไปไม่ถึงศาล 2.ตัดตอนให้เรื่องไปถึงศาลแค่บางจังหวัด และ 3.ตัดตอนในลักษณะสังเวยกลุ่มน้ำเงินอ่อน เพื่อปกป้องกลุ่มน้ำเงินเข้ม ที่อยู่ใกล้ชิดศูนย์อำนาจที่แท้จริง
ทันทีที่มีการระบุชื่อ 9 นักการเมืองภูมิใจไทยออกมา ฝ่ายกฎหมายของพรรคนำโดย “ศุภชัย ใจสมุทร” ก็โต้กลับ โดยยืนยัน “อนุทิน”จะฟ้องดำเนินคดีกับ”ยิ่งชีพ-ผอ.ไอลอว์”ในข้อหาหมิ่นประมาท รวมถึงบุคคลอื่นอีก 8 คน ก็จะดำเนินคดีกับ”ยิ่งชีพ”ด้วย เพราะข้อกล่าวอ้าง ที่อ้างขึ้นมาลอยๆ อ้างเรื่องของการสืบสวน การรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ เป็นข้ออ้างที่ไม่มีพยานหลักฐานอะไรสนับสนุน แต่กลับกัน เป็นการใส่ร้ายด้วยข้อความอันเป็นเท็จ เป็นการกระทําที่ผิดทางอาญาในข้อหาหมิ่นประมาท
สำหรับการเตรียมฟ้องกลับของพรรคภูมิใจไทย จะกลายเป็นกรณี “ฟ้องปิดปาก”ตามที่ประธานศาลฎีกาได้ออกคำแนะนำให้ศาลยุติธรรมใช้ดุลพินิจปัดตก หรือยกฟ้องในชั้นตรวจฟ้อง สำหรับคดีที่มีลักษณะเป็นการ “ฟ้องปิดปาก” ที่มุ่งปกป้องประชาชน และสื่อมวลชน จากการถูกผู้มีอิทธิพล หรือองค์กร ใช้กระบวนการยุติธรรมมากลั่นแกล้งข่มขู่ ให้ได้รับความเดือดร้อน หรือยุติการตรวจสอบข้อเท็จจริง หรือไม่ ต้องติดตามคดีนี้กันต่อไป…
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news