“อดีตนายกภา”ไม่พูดถึงบุคคลที่3เตรียมคืนเงิน1.2ล้านให้เหยื่อสอบท้องถิ่น

ภูมิภาค ข่าว

 

“อดีตนายกภา” อ้างเงินสด 1.2 ล้านเตรียมคืนเหยื่อคดีสอบท้องถิ่น ไม่ยอมเปิดปากถึงบุคคลที่สาม ด้านทนายเผยมีความเครียดสูง ส่งตัวไปป.ป.ช.

 

 

ความคืบหน้าคดีอดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลควนกาหลง ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีฉ้อโกงที่กำลังได้รับความสนใจจากสังคม ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมตัวได้พร้อมเงินสดกว่า 1.2 ล้านบาท ภายในห้องพักแห่งหนึ่งในจังหวัดนครราชสีมา ขณะที่คำให้การระหว่างการสอบสวนยังคงสร้างข้อสงสัย เนื่องจากเจ้าตัวยืนยันว่าลงมือเพียงคนเดียว และไม่ยอมกล่าวถึงบุคคลอื่นที่อาจเกี่ยวข้อง

การจับกุมครั้งนี้นำโดย พ.ต.อ.เสกสิทธิ์ ปรากฏชื่อ ผู้กำกับการกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสตูล พร้อมชุดสืบสวน ก่อนควบคุมตัวนายณัฐภาพงศ์ สุวรรณชนะ หรือ “นายกภา” อายุ 61 ปี ชาวอำเภอควนกาหลง อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลควนกาหลง ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสตูล จำนวน 3 หมายจับ ในข้อกล่าวหาฉ้อโกง หลังหลบซ่อนตัวอยู่ภายในหอพักแห่งหนึ่งในอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา พร้อมตรวจยึดเงินสดกว่า 1.2 ล้านบาท เอกสารสำคัญ และของกลางอื่น ก่อนนำตัวกลับมาสอบสวนที่สถานีตำรวจภูธรควนกาหลง จังหวัดสตูล โดยใช้เวลาสอบปากคำนานกว่า 3 ชั่วโมง ท่ามกลางความสนใจของประชาชนและสื่อมวลชน

ด้านนายประยุทธ์ เหล่หวี ทนายความส่วนตัวของผู้ต้องหา เปิดเผยภายหลังเข้าร่วมการสอบสวนว่า คดีนี้มีรายละเอียดค่อนข้างซับซ้อน และในวันนี้ตนเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในฐานะที่ปรึกษาทางกฎหมาย ส่วนการจะได้รับการประกันตัวหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลจังหวัดสตูล พร้อมระบุว่า ภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการสอบสวนที่ สภ.ควนกาหลง เจ้าหน้าที่จะนำตัวผู้ต้องหาไปดำเนินการตามขั้นตอนของศาล ก่อนส่งต่อให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการไต่สวนในคดีนี้ ทั้งนี้ ทนายยังเปิดเผยอีกว่า ผู้ต้องหามีความเครียดสูงจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ขณะที่ข้อมูลจากชุดจับกุมของตำรวจภูธรภาค 9 ระบุว่า ระหว่างการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับว่าเป็นผู้ดำเนินการเพียงลำพัง ไม่มีบุคคลอื่นร่วมเกี่ยวข้อง และอ้างว่าเงินสดจำนวนกว่า 1.2 ล้านบาทที่พบภายในกระเป๋าเดินทางสีดำในห้องพัก เป็นเงินที่เตรียมจะนำไปคืนให้กับผู้เสียหายที่เคยนำเงินมามอบให้ โดยผู้ต้องหาอ้างว่าเคยรับปากว่าจะช่วยดำเนินการเกี่ยวกับการสอบบรรจุท้องถิ่น แต่ท้ายที่สุดไม่สามารถดำเนินการได้ตามที่รับปากไว้ จึงพยายามติดตามทวงเงินคืนจากผู้ที่ตนเองนำเงินไปมอบต่อ ทว่าถูกปฏิเสธ ทำให้ไม่สามารถหาเงินมาคืนผู้เสียหายได้ และตัดสินใจหลบหนี

อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องหายังคงปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่สาม หรือเครือข่ายที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำดังกล่าว ทำให้ประเด็นนี้ยังเป็นข้อสงสัยสำคัญของสังคมว่า คดีนี้มีผู้เกี่ยวข้องมากกว่าที่ปรากฏหรือไม่ และการสืบสวนของเจ้าหน้าที่จะสามารถขยายผลไปถึงผู้ที่อาจอยู่เบื้องหลังได้หรือไม่

ภายหลังเสร็จสิ้นการสอบสวน เจ้าหน้าที่มีรายงานว่าจะควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งให้สำนักงาน ป.ป.ช. ส่วนกลาง เพื่อดำเนินการไต่สวนตามอำนาจหน้าที่ต่อไป ท่ามกลางการจับตาของประชาชนในจังหวัดสตูล ซึ่งต่างเฝ้ารอคำตอบว่า การจับกุมอดีตนายกภาในครั้งนี้ จะนำไปสู่การคลี่คลายข้อเท็จจริงทั้งหมด และสามารถขยายผลไปถึงผู้ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องในคดีได้หรือไม่ ทั้งนี้ ผู้ต้องหายังคงได้รับสิทธิ์ตามกฎหมาย และถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดของศาล

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่