กองปราบตามล้างบางเครือข่ายค้ายาข้ามชาติ “บอล เขาวิเศษ”

ข่าว ภูมิภาค

 

กองปราบตามล้างบางเครือข่ายค้ายาข้ามชาติ “บอล เขาวิเศษ” ตามจับกุมลูกสมุนได้อีก1คน ที่จ.เชียงราย อยู่ในบัญชีดำลำดับที่ 208

 

 

ตำรวจกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกำลังของกองตำรวจกองปราบ กองกำกับการ6 นำโดยพ.ต.ท.ธนาคาร อุชณรัศมี สว.กก.6 บก.ป., พ.ต.ท.เกียรติศักดิ์ บุญทอง สว.กก.6 บก.ป., พ.ต.ท.จอมพฤทธิ์ แก้วเรือง สว.กก.6 บก.ป., ร.ต.อ.พัทธดนย์ พูลพิพัฒน์ รอง สว.กก.6 บก.ป.

เข้าปิดล้อมจับกุม นายกิตติศักดิ์ ชัยชนะ อายุ27ปี ที่บ้านพักใน ต.ริมกก อ.เมือง จ.เชียงราย ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 103/2568 ลงวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2568 และเป็นบุคคลตามบัญชีหมายจับสำคัญของ ตร. ลำดับที่ 208

โดยกล่าวหา “ร่วมกันฟอกเงิน และสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน”

และยังอยู่ในเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติแกงค์ของ”บอลเขาวิเศษ”หรือนายปราโมท ชูจันทร์ หัวหน้าแกงค์ค้ายาเสพติดข้ามชาติที่ยังหลบหนีอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน

การจับกุม นายกิตติศักดิ์ ซึ่งอยู่ในบัญชีดำลำดับที่ 208 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นการปฏิบัติการสืบสวนขยายผลต่อเนื่องมากว่า2ปี ตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2568

ซึ่งตำรวจกองปราบได้เปิดปฏิบัติการ “TAKEDOWN MAFIA ยานรก” ระดมกำลังตรวจค้นเป้าหมาย 21 จุด ในพื้นที่ 4 จังหวัด เพื่อทลายเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติรายสำคัญ ซึ่งมี นายปราโมทย์ หรือ “บอล เขาวิเศษ” (สงวน เป็นหัวหน้าขบวนการ โดยหลบหนีคดีไปกบดานอยู่ประเทศเพื่อนบ้าน

แต่ยังคงสั่งการเครือข่ายในประเทศ ครั้งนั้นศาลได้อนุมัติหมายจับผู้ร่วมขบวนการรวม 16 ราย จับกุมลูกสมุนได้ในคราวเดียว 11 ราย พร้อมตรวจยึดอายัดทรัพย์สินที่เชื่อว่าได้มาจากการกระทำความผิดมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท แต่ยังเหลือบริเวณอีก 5 ราย หนึ่งในนั้นคือ นายกิตติศักดิ ที่หลบหนีจากที่ถูกออกหมายจับประมาณ 1 ปี 5 เดือน

แต่จากการสอบสวนยังให้การภาคเสธ โดยอ้างว่าเคยรับจ้างเปิดบัญชีธนาคารพาณิชย์ให้แก่บุคคลอื่นเพื่อแลกกับค่าตอบแทนหลักพันบาทต่อบัญชี เนื่องจากขณะนั้นต้องการเงินไปใช้เลี้ยงดูครอบครัว โดยอ้างว่าไม่ทราบว่าบัญชีจะถูกนำไปใช้กระทำความผิด

ทั้งนี้ คำให้การดังกล่าวเป็นข้อต่อสู้ของผู้ต้องหา ซึ่งพนักงานสอบสวนจะได้รวบรวมพยานหลักฐานพิสูจน์ข้อเท็จจริงตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป โดยเจ้าหน้าที่จะสืบสวนขยายผลเส้นทางการเงินของเครือข่าย และติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับที่เหลือ รวมถึงหัวหน้าขบวนการซึ่งหลบหนีอยู่ประเทศเพื่อนบ้าน มาดำเนินคดีให้ได้ทุกรายต่อไป

การจับกุมครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ซึ่งกำหนดให้การทำลายโครงสร้างทางการเงินของขบวนการค้ายาเสพติด ทั้งการดำเนินคดีฟอกเงินและการยึดอายัดทรัพย์สิน เป็นมาตรการหลักในการตัดวงจรขบวนการอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการเร่งรัดติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามบัญชีหมายจับสำคัญ เพื่อคืนความสงบสุขและความปลอดภัยให้แก่ประชาชน

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

';

ประเด็นที่คุณอาจสนใจ

';