สาวร้องสื่อ ตร.ยึดทองแท้แต่กลับคืนทองปลอมมาให้

Video คลิปข่าวทั่วไป

 

เรียกได้ว่า วงการสีกากี หรือวงการตำรวจ มีเรื่องไม่แผ่วกันเลยทีเดียว ล่าสุดภรรยาผู้ต้องหาคดียาเสพติด ออกมาร้องขอความเป็นธรรม ผ่านมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรม ว่าภายหลังจากสามีของเธอถูกจับในคดียาเสพติดและถูกยึดทรัพย์ แต่เมื่อไปขอรับของกลางคืน กลับพบว่าเงินสดหายไปหลักแสน ทองคำแท้กลายเป็นทองปลอม และเมื่อเธอเดินหน้าร้องเรียนกลับถูกตำรวจบุกมาข่มขู่ถึงห้องพัก

 

โดยปฐมบทของเรื่องนี้ เกิดขึ้น เมื่อช่วงเดือน เม.ย. 2568 ญาติของคุณมะนาวถูกจับคดียาเสพติด โดยตำรวจ สน.คลองตัน มีการขยายผลและขู่จะออกหมายจับ “บังอ้วน” (สามีของมะนาว) พร้อมเรียกรับเงิน 250,000 บาทเพื่อแลกกับการไม่ออกหมายจับ ซึ่งทางครอบครัวยอมจ่ายเป็นเงินสด ต่อมาตำรวจคุมตัวมะนาวไปที่ สน.คลองตัน ทั้งที่ไม่มีหมายจับ บังคับให้หาเงินมาจ่ายอีก 55,000 บาท

จากนั้น ในวันที่ 25 มิ.ย. 68 ตำรวจก็บุกเข้าจับกุม บังอ้วน สามีของเธอในคดีสมคบคิดยาเสพติด โดยทำการยึดทรัพย์สินไปหลายรายการโดยไม่มีหมายค้น อาทิ นาฬิกา โทรศัพท์ เงินสด และสร้อยคอทองคำ

 

มะนาวเล่าว่า วันที่เข้าจับกุม ตำรวจยึดเงินสดที่ห้องไป 60,000 บาท และยังยึดโทรศัพท์ของสามีไปกดโอนเงินออกอีก 55,000 บาท โดยให้ญาติไปถอนเงินสดมาให้ตำรวจ รวมเป็น 115,000 บาท ภายหลังตำรวจคืนเงินมาให้ 22,000 บาท แต่ปรากฏว่าในบันทึกรายการของกลางที่ส่งให้ ป.ป.ส. กลับระบุยอดเงินสดไว้เพียงแค่ 10,000 บาท ทำให้เงินหายไปหลักแสนบาท

 

ส่วนกรณีของทองคำ ในวันที่บังอ้วนถูกจับ ตำรวจยึดสร้อยข้อมือทองคำหนัก 3 บาท (ของมะนาว) ไปด้วย ในวันนั้นตาชั่งของตำรวจระบุชั่งได้ 42.63 กรัม มีรูปถ่ายสามีชี้ของกลางยืนยันชัดเจน ต่อมา ป.ป.ส. สั่งคืนสร้อยข้อมือเส้นนี้เพราะไม่เกี่ยวคดี แต่วันที่มะนาวไปรับของ กลับพบว่าเป็น “ทองปลอม” สีเพี้ยน ตะขอมีสลัก 100% แถม ป.ป.ส. ชั่งน้ำหนักได้ถึง 55 กรัม เจ้าหน้าที่ระดับสูงของ ป.ป.ส. ยืนยันว่าพร้อมเป็นพยานให้ผู้เสียหาย เพราะ สน.คลองตัน ส่งของชิ้นนี้มาให้ตั้งแต่แรก แถมในใบส่งของกลาง ตำรวจยังเขียนเลี่ยงบาลีระบุว่าเป็น “วัตถุคล้ายทองคำ

 

โดยมะนาว มีหลักฐานยืนยันว่าทองของเธอเป็นทองคำแท้ นั่นคือ ใบจำนำทอง” ที่เธอเอาไปจำนำก่อนสามีโดนจับแค่ 9 วัน ระบุชัดเจนว่าเป็นทองแท้ น้ำหนัก 45 กรัม ซึ่งสอดคล้องกับที่ตำรวจชั่งได้ 42 กรัมในวันแรก แต่ขัดแย้งกับทองปลอมหนัก 55 กรัมที่ได้คืนมาอย่างสิ้นเชิง

มะนาวยังระบุด้วยว่า หลังจาก ที่เธอ เดินหน้าร้องเรียน จเรตำรวจ และ ป.ป.ท. ปรากฏว่ามีตำรวจนอกเครื่องแบบถึง 8 นาย บุกมาที่ห้องพักเพื่อข่มขู่ให้ยุติการร้องเรียนและตามหาทรัพย์สิน ขู่ว่าถ้าลงจากห้องจะโดนจับ ซึ่งมะนาวได้อัดคลิปและเสียงไว้เป็นหลักฐานทั้งหมด เธอจึงตัดสินใจ ร้องขอความเป็นธรรมผ่านมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรม และร้องเรียนผ่านสื่อ

ขณะที่ กองบังคับการตำรวจนครบาล 5 ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ตามคำสั่งเลขที่ 215/2569 ลงวันที่ 4 มิ.ย. 2569 เพื่อตรวจสอบในกรณีดังกล่าวแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐาน

ทางด้าน พล.ต.ต. วิทวัฒน์ ชินคำ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 ระบุว่า ขณะนี้ตำรวจพอจะมีข้อมูลบางส่วนอยู่บ้างแล้ว แต่ประเด็นที่ต้องสอบปากคำเพิ่มเติมจะมุ่งประเด็นเกี่ยวกับที่มาและที่ไปของสร้อยข้อมือทองคำน้ำหนัก 3 บาท และข้อสงสัยต่าง ๆ แม้ว่าขณะนี้ผู้เสียหายจะยืนยันชัดเจนว่าตนมีหลักฐานถูกต้อง ในส่วนของสร้อยข้อมือทองคำที่ถูกสงสัยว่า เส้นที่ได้รับคืนมาอาจจะเป็นคนละเส้นกับที่ถูกตรวจยึดมาในตอนแรก ก็จะต้องตรวจสอบทั้งหมด โดยเจ้าหน้าที่ยืนยันว่า จะเร่งรัดในการตรวจสอบและไขข้อเท็จจริงเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. เปิดเผยถึง คดีนี้เมื่อเดือนตุลาคม 2568 เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส ได้เดินทางไปที่โรงพัก สน.คลองตัน เพื่อไปตรวจสอบทรัพย์สิน จำนวน 10 รายการ พบ 2 รายการ มีลักษณะคล้ายทองรูปพรรณ ซึ่งในขั้นตอนการทำงานของเจ้าหน้าที่ จะยังไม่เขียนรายงานว่าเป็นทองคำ หากยังไม่ได้มีการตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ว่าเป็นทองคำจริง ทำให้ของกลาง 2 รายการดังกล่าว ลงบันทึกว่าเป็นสร้อยคอลักษณะสีเหลืองคล้ายทองรูปพรรณ

 

ต่อมาของกลาง สร้อยคอลักษณะสีเหลืองคล้ายทองรูปพรรณ ถูกนำไปตรวจสอบด้วยน้ำยา ซึ่งเมื่อตรวจแล้ว 1 รายการ เป็นทองรูปพรรณ ส่วนอีก 1 รายการ เป็นทองปลอม ของลอกเลียนแบบ

 

โดยทองเส้นแรกที่เป็นสร้อยคอ ยืนยันว่า เป็นทองคำจริง แต่เส้นที่ 2 ซึ่งเป็นสร้อยข้อมือ ตรวจสอบโดยน้ำยาอย่างละเอียดแล้ว พบว่าเป็นทองลอกเลียนแบบ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. จึงแจ้งรายงานไปยังพนักงานสอบสวน สน. คลองตันเพื่อยืนยันให้ทราบ ว่า ยังไม่รับทรัพย์สินดังกล่าว นอกจากนี้ เพื่อความชัดเจน เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ได้นำสร้อยของกลางทั้ง 2 เส้น ไปทำการตรวจสอบกับผู้ชำนาญการที่ร้านทอง โดยมีการส่งตรวจตามมาตรฐานที่สำนักงาน ป.ป.ส. กำหนดไว้ เมื่อตรวจสอบก็พบว่า เส้นที่เป็นสร้อยข้อมือ คือของลอกเลียนแบบไม่ใช่ทองคำจริง

เจ้าหน้าที่จึงทำหนังสือแจ้งไปยังผู้ต้องหา ให้มารับของกลางรายการนี้กลับคืน โดยแจ้งไปเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 68 แต่ผู้ต้องหาและญาติที่อ้างว่าเป็นเจ้าของสร้อย ไม่ได้ติดต่อมาขอรับในทันที และเพิ่งมาแสดงตัวรับทรัพย์สินดังกล่าวไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา

 

สำหรับสร้อยของกลาง จะเป็นของปลอมตั้งแต่ต้นทางหรือไม่ เลขาธิการ ป.ป.ส. บอกว่า ยังไม่สามารถยืนยันได้ แต่วันที่ทรัพย์สินมาปรากฏต่อหน้าเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. นั้น สามารถตรวจสอบและยืนยันได้ว่าเป็นของลอกเลียนแบบอย่างแน่นอน

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่