ยกเลิก MOU 44: ใครได้ ใครเสีย? ข้อพิพาททางทะเลไทย-กัมพูชา

Hot Clips Video

 

 25 ปีแห่งความพยายามเจรจา แต่กลับกลายเป็น 25 ปีแห่งความว่างเปล่า เมื่อสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. มีมติประวัติศาสตร์ในวันที่ 23 เมษายน 2569 ให้ “ยกเลิก MOU 2544”

 

บันทึกความเข้าใจที่เคยถูกตั้งความหวังว่าจะช่วยแบ่งปันทรัพยากรใต้ทะเลมหาศาล ระหว่างไทยและกัมพูชา กำลังจะถูกพับเก็บเข้าลิ้นชัก อะไรคือฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้รัฐบาลตัดสินใจหักดิบ และภายใต้การเปลี่ยนเกมครั้งนี้ ใครจะเป็นผู้ชนะที่แท้จริง?

 

ด้านนางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยเหตุผลสำคัญ 3 ประการที่ทำให้ไทยต้องถอยออกจากกรอบเจรจาเดิม

• ประการแรก: MOU นี้ “ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง” ตลอด 25 ปีมีการเจรจาเพียง 5 ครั้ง แต่ไม่มีข้อสรุปที่เป็นรูปธรรม แถมยังบานปลายเป็นข้อพิพาทเขตแดน

• ประการที่สอง: เพื่อเป็นการ “รีเซ็ต” ระบบ หากกัมพูชายังต้องการใช้ทรัพยากรร่วมกัน ต้องแสดงเจตนาใหม่ภายใต้กรอบที่ไม่รุกล้ำอธิปไตยทางทะเลของไทย

• ประการสุดท้าย: ตราบใดที่ยังตกลงเขตแดนไม่ได้ การแบ่งผลประโยชน์ก็เป็นเรื่องยาก รัฐบาลจึงเลือกที่จะ “ปิดประตู” กรอบเดิม เพื่อเปิดทางให้กรอบใหม่ที่มีความเป็นธรรมมากกว่า

 

สอดคล้องกับความเห็นของอดีตนายกรัฐมนตรี “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ที่มองว่า MOU ฉบับนี้ “ไม่ได้ใช้งานจริง” และมีปัญหาเรื่องแผนที่มาตั้งแต่ต้น การยกเลิกจึงเป็นทางออกที่รัดกุมกว่าในเชิงกฎหมาย

 

เมื่อไม่มี MOU 44 แล้ว เราจะใช้อะไรเจรจา? คำตอบอยู่ที่ “UNCLOS “อันโคลซ” 1982 หรืออนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล โดยพลเรือเอก ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล เสนาธิการทหารเรือ ยืนยันว่า ปัจจุบันทั้งไทยและกัมพูชาเป็นภาคีสมาชิก UNCLOS แล้ว ดังนั้น การพูดคุยต่อจากนี้จะใช้ “กฎหมายสากล” เป็นบรรทัดฐาน ซึ่งจะทำให้ไทยมีความชอบธรรมมากขึ้นในการปกป้องสิทธิเหนือน่านน้ำ โดยเฉพาะบริเวณเกาะกูด

 

“นพดล อินนา” กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาข้อดีข้อเสียการยกเลิก MOU 2543 และ MOU 2544 เพื่อแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา วุฒิสภา ชี้ให้เห็นถึงความผิดพลาดของ MOU 44 ที่กัมพูชาลากเส้นพาดผ่านเกาะกูดถึง 1 ใน 3 ของเกาะ สร้างพื้นที่ทับซ้อนมหาศาลถึง 16,000 ตารางกิโลเมตร

 

หากไทยยังยื้อ MOU เดิม เราอาจต้องเสียผลประโยชน์ก๊าซและปิโตรเลียมให้เพื่อนบ้านถึง 50% แต่ถ้าใช้มาตรฐานสากลลบเส้นที่ “มั่ว” ออกไป พื้นที่ทับซ้อนจะลดลงทันที และเกาะกูดที่เป็นของไทยมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1907 จะได้รับความคุ้มครองตามหลักอธิปไตยอย่างเต็มที่

 

การยกเลิก MOU 44 คือการเดิมพันครั้งสำคัญเพื่อรักษาทรัพยากรของชาติและอธิปไตยทางทะเล บทเรียนจากอดีตสอนให้รู้ว่า ความสัมพันธ์ฉันท์มิตรต้องควบคู่ไปกับความชัดเจนในเขตแดน

 

หลังจากนี้ สายตาโลกจะจับจ้องไปที่กัมพูชาว่าจะตอบโต้อย่างไร แต่สำหรับประเทศไทย นี่คือก้าวแรกสู่การเจรจาที่ยึดถือ “ความถูกต้องตามหลักสากล” เป็นที่ตั้ง เพื่อผลประโยชน์สูงสุดของประชาชนไทยอย่างแท้จริง

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่