เพื่อไทยปรับทัพ กก.บห.ส่งสัญญาณอะไร?

Video คลิปข่าวทั่วไป
 พรรคเพื่อไทย มีการประชุมใหญ่ และมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้าง กรรมการบริหารพรรคอีกครั้ง แต่ “หัวหน้า-เลขาธิการพรรค และโฆษก” ยังเป็นคนเดิม แต่ที่น่าสนใจ คือตำแหน่งที่ปรึกษาพรรค ซึ่งมีทั้งหมด 7 คน ประกอบด้วย “แพทองธาร ชินวัตร-ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์-สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ-สมศักดิ์ เทพสุทิน-ภูมิธรรม เวชยชัย-พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช และเทวัญ ลิปตพัลลภ” ซึ่งสามารถสื่อความหมาย หรือตีความได้ในหลากหลายคำตอบ

 

“จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” หัวหน้าพรรค ระบุว่า โครงสร้างพรรคใหม่ เกิดจากการสำรวจตัวเอง เพื่อสร้างพรรคให้เข้มแข็งกว่าเดิม เพื่อเดินหน้าในอีก 4 ปีข้างหน้า โดยการปรับการบริหารแบบมีเจ้าภาพที่ชัดเจน ทุกปัญหาต้องมีคนรับผิดชอบ ทุกพื้นที่ต้องมีคนดูแลอย่างใกล้ชิด

 

โดยโครงสร้างใหม่ของเพื่อไทย มีรองหัวหน้าพรรคมากถึง 13 คน และแต่ละคนก็มีภาระกิจ และความรับผิดชอบที่แตกต่างกันออกไป เพื่อประสานงานทั้งฝ่ายบริหาร และฝ่ายนิติบัญญัติ ในการทำผลงาน “ชูศักดิ์ ศิรินิล” ดูแลงานกฏหมาย, เผ่าภูมิ โรจนสกุล ด้านวิชาการ

 

ศรัณย์ ทิมสุวรรณ ด้านกิจการสภา,พงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ ดูแลด้านข้อมูลและกิจการพิเศษ,จักรพงษ์ แสงมณี ด้านต่างประเทศ,สรวงศ์ เทียนทอง ดูแลภาคกลาง,”มนพร เจริญศรี” ดูแลภาคอีสานตอนบน,สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ดูแลภาคอีสานใต้,”จิราพร สินธุไพร” ดูแลอิสานตอนกลาง,วิสุทธิ์ ไชยณรุณ ดูแลภาคเหนือตอนบน,ณัฐธิดา เทพสุทิน ภาคเหนือตอนล่าง,ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ดูแล กทม. และ ก่อแก้ว พิกุลทอง ดูแลปักษ์ใต้

 

นอกจากนี้ ในตำแหน่งรองเลขาธิการพรรค ที่มาช่วยงาน”ประเสริฐ จันทรรวงทอง” รวมถึง ในส่วนของกรรมการบริหารพรรค ยังมีสัดส่วน และมีการผสมผสาน ระหว่างรุ่นเก่า และรุ่นใหม่ รวมถึง ภาระหน้าที่ ของแต่ละคนอย่างชัดเจน รวมถึงยังมีการเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทนตำแหน่งที่ว่าง เพื่อเตรียมความพร้อมตามกฎหมาย สำหรับกรณีที่มีการเลือกตั้งซ่อม ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตด้วย

 

จากการปรับโครงสร้างใหม่ดังกล่าว เปรียบเหมือนการปรับทัพครั้งใหญ่ของเพื่อไทย เพราะการเลือกตั้งที่ผ่านมา พ่ายแพ้แบบหมดรูป จากที่เคยครองแชมป์พื้นที่ภาคเหนือ และอีสานแบบเบ็ดเสร็จมาอย่างยาวนาน กลับถูกสีน้ำเงิน สีส้ม และ สีเขียว ตีแตกสูญเสียที่มั่นไปเป็นจำนวนมาก

 

จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ที่ “จุลพันธ์” จะย้ำว่า โครงสร้างพรรคใหม่เกิดจากการสำรวจตัวเอง และบอกถึงความตั้งใจของพรรค ว่าต้องการพัฒนาพรรคเพื่อไทย ให้เติบโตเป็นพรรคแกนหลักในการจัดตั้งรัฐบาลในอนาคตอีกครั้ง ด้วยการยึดมั่นในการนำนโยบาย ไปแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน

 

อีกนัยยะหนึ่ง ของการปรับทัพ อาจเป็นการสะท้อนว่า พรรคเพื่อไทย มีการประเมินถึงสถานการณ์การเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คดีบาร์โค้ด คิวอาร์โค้ด บัตรเลือกตั้ง ที่อยู่ในชั้นการพิจารณาวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญ อาจะส่งผลให้การเลือกตั้งที่ผ่านมา กลายเป็นโมฆะ ตามที่ผู้ร้องตีความ หรือเข้าใจก็ได้

 

พรรคเพื่อไทยจึงจำเป็นต้องมีการปรับโครงสร้าง รองรับกับผลที่จะออกมา ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นบวก หรือเป็นลบก็ตาม การเตรียมความพร้อมเอาไว้ ไม่ถือเป็นเรื่องเสียหาย เพราะทุกเรื่องสำหรับเกมการเมือง ชัยชนะ มักจะอยู่ในมือของคนที่พร้อมที่สุดเสมอ นอกจากนี้ การวางชื่อของ “แพทองธาร และ ยศชนัน” ไว้ตรงที่ปรึกษาพรรค ก็บ่งบอกเป็นอย่างดี นายใหญ่ยังไม่ไปไหน ไม่วางมือแบบเด็ดขาด แต่อาจรอเวลากลับมา และนำพาเพื่อไทยก้าวไปอีกขั้น

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่