“สนธิญา” ให้ข้อมูลเพิ่มเติมต่อ กกต. ปมถือหุ้นสื่อของ “พิธา”

การเมือง ข่าว
“สนธิญา” เข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติมต่อ กกต. ปมถือหุ้นสื่อของ “พิธา” ชี้ ใช้เวลาตรวจสอบไม่ต่ำหว่า 6 เดือน

 

 

 

นายสนธิญา สวัสดี อดีตที่ปรึกษากรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เดินทางมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมต่อ คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) กรณีที่ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และว่าที่นายกรัฐมนตรี ถือหุ้นITV โดยยืนยันว่า ไม่ได้เป็นคนร้องหลัก แค่สะกิดให้ กกต. สรุประยะเวลาในการตรวจสอบข้อมูลว่าใช้เวลาเท่าไหร่ และได้รับคำตอบถึงไทม์ไลน์ของ กกต. ว่า จะพิจารณา และทำคดีให้เสร็จสิ้นภายหลังการรับรอง ส.ส. 95% หรือ 476 คนจากจำนวน 500 คน จากนั้นจะส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัย

 

 

นายสนธิญา ระบุว่า หลักฐานที่นำมาประกอบการให้ข้อมูลต่อ กกต. มีอยู่ 2 อย่าง คือ ข้อมูลที่ นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แถลงว่า นายพิธา เป็นผู้ถือหุ้นITV จริง และข้อมูลที่ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคพลังประชารัฐเป็นผู้ร้อง โดยกระบวนการสอบสวนเป็นเรื่องของ กกต. ที่จะเรียกรายละเอียด ซึ่งใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 6 เดือนจึงจะสามารถสรุปเรื่องต่างๆ ได้

 

 

นายสนธิญา ยังกล่าวถึงคนที่มาวิพากษ์วิจารณ์ อาทิ พระพยอม กัลยาโณ และประชาชนคนอื่นๆ ว่า ตนมาเคลื่อนไหวก็โดนด่าโดนว่า แต่เรื่องทั้งหมดขึ้นอยู่กับรัฐธรรมนูญ ของ ส.ส. ตามรัฐธรรมนูญ 2560 ม.98 ซึ่งมีจำนวนทั้งหมด 18 ข้อบังคับในการที่ผู้ทำไม่ถูกต้องนั้นจะลงสมัคร ส.ส. ไม่ได้ และไม่ใช่เรื่องของการกลั่นแกล้ง ไม่ใช่เรื่องของความเมตตาธรรม เพราะผู้ลงสมัคร ส.ส. เมื่อได้รับเลือกตั้งจะเข้าไปโหวตนายกรัฐมนตรีเพื่อนำไปสู่การบริหารประเทศ ดังนั้นที่มาของ ส.ส. จึงจำเป็นต้องถูกต้อง และเป็นไปตามกระบวนการของกฎหมายรัฐธรรมนูญ ม.98 ทั้งหมด

 

 

นายสนธิญา เรียกร้องไปยังพรรคก้าวไกลอีกว่า หัวหน้าพรรคขาดความชอบธรรมในการถูกเสนอชื่อไปเป็นนายกรัฐมนตรี ขณะนี้ กกต. อยู่ในระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง และถ้า กกต. ส่งรายชื่อ นายพิธา ที่มีข้อร้องเรียนไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ประธานสภาฯ ไม่ว่าของพรรคเพื่อไทย หรือพรรคก้าวไกล จะกล้าเสนอชื่อ พิธา ทูลเกล้าไปเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นั่นจะทำให้ประเทศไทยจะอยู่ในช่องว่างของอำนาจ

 

 

 

เพราะการจะทูลเกล้านายกรัฐมนตรีต้องกระทำหลังจากที่การพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญเสร็จสิ้นแล้วเมื่อถามว่า บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ 2560 นั้นตามหลักนิติรัฐแล้วเป็นสิ่งที่บิดเบี้ยว นายสนธิญา กล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ประชาชนทั้ง 17 ล้านเสียง มีการรับร่างประชามติมาแล้ว ถ้าบอกว่าบิดเบี้ยว บิดเบี้ยวจากมุมมองของฝ่ายไหนมากกว่า และรัฐธรรมนูญฉบับนี้ใช้มาตั้งแต่ปี 2560 ซึ่งผ่านการใช้มาแล้ว 4 ปีในสภาฯ ถ้าบิดเบี้ยวจริง ทำไมไม่คิดแก้ หรือดำเนินการในช่วงที่ ส.ส.พรรคก้าวไกล หรือพรรคเพื่อไทย และทุกพรรค สามารถแก้ไขได้

 

 

เมื่อถามว่า กรณีการร้องเรียน นายพิธา จะนำไปสู่การลงถนนของประชาชนหรือไม่ นายสนธิญา กล่าวว่า การลงถนนนั้นสามารถทำได้ทั้งฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย และฝ่ายที่เห็นด้วยกับการที่ กกต. จะวินิจฉัยตามข้อมูล แต่บ้านเมืองนี้อยู่ด้วยกฎหมายรัฐธรรมนูญ ถ้าทุกฝ่ายยอมรับบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ หรือเคารพสิทธิและเสรีภาพก็ไม่มีปัญหาอะไร

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews