“วรศิษฎ์” โต้ “ศิริกัญญา” ยัน พรก.เงินกู้ 2แสนล้าน แก้พลังงาน ปัดสอดไส้

การเมือง ข่าว
“วรศิษฎ์” โต้ “ศิริกัญญา” ยัน พ.ร.ก.เงินกู้ 2แสนล้าน ยันเปลี่ยนผ่านพลังงานไม่ใช่สอดไส้ ชี้ระบุตัวอย่างโครงการ รถEV-โซลาร์เซลล์ เพื่อแก้วิกฤติประเทศ พร้อมกางแนวทางคุมเข้มท้องถิ่นต้องโปร่งใส

 

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.4) กำกับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น( สถ.)ชี้แจงกรณีที่นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์วิจารณ์โครงการพ.ร.ก.เงินกู้ 2 แสนล้าน เปลี่ยนผ่านพลังงาน หลังศาลรัฐธรรมนูญ เห็นชอบด้วยมติ7ต่อ2 ว่าอาจเป็นการสอดไส้โครงการโดยมีแคตตาล็อกให้ท้องถิ่นเลือกนั้น ว่า ขอเรียนว่ากระทรวงมหาดไทยได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นดำเนินการประสาน รวบรวม และกลั่นกรองข้อเสนอโครงการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

 

โดยมีเจตนารมณ์เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถส่งเสริมและสนับสนุนการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพ รองรับการเปลี่ยนผ่านจากการพึ่งพิงการใช้พลังงานฟอสซิลไปสู่การใช้เทคโนโลยีพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกของภาครัฐ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยที่มุ่งส่งเสริมการใช้ยานพาหนะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและลดการใช้พลังงานฟอสซิล

 

ทั้งนี้โครงการติดตั้งระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา(Solar Rooftop) หรือโครงการครุภัณฑ์ทางการแพทย์สำหรับใช้บริการสาธารณะ ด้านการแพทย์และสาธารณสุข ซึ่งใช้พลังงานไฟฟ้า (EV) เช่น รถพยาบาล (รถตู้) พลังงานไฟฟ้า (EV) รถพยาบาลฉุกเฉิน (รถกระบะ) พลังงานไฟฟ้า (EV)หรือรถกระบะพลังงานไฟฟ้า (EV) ฯลฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อขยายความและสร้างความเข้าใจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อนำไปใช้ในการออกให้บริการด้านสาธารณสุขเชิงรุกในชุมชน ไม่ใช่การทำแคตตาล็อกบังหน้าแต่อย่างใด

 

นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า นอกจากนี้การพิจารณาโครงการยังต้องอ้างอิงตามบัญชีราคามาตรฐานครุภัณฑ์ของสำนักงบประมาณอย่างชัดเจน และเพื่อความโปร่งใส กระทรวงมหาดไทยได้กำหนดหลักเกณฑ์ข้อเสนอแผนงานหรือโครงการไว้อย่างรัดกุม เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาประชาชนตามอำนาจหน้าที่และเปลี่ยนผ่านพลังงานที่เน้นส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนและลดการพึ่งพาฟอสซิล

 

ซึ่งให้ อปท. ตรวจสอบความพร้อมของโครงการว่าต้องมีในแผนพัฒนาท้องถิ่น มีสถานที่ดำเนินการชัดเจนพร้อมเอกสารแสดงสิทธิ์ในที่ดินหรือหนังสืออนุญาตให้ใช้พื้นที่ และต้องดำเนินการได้ทันทีรวมถึงเบิกจ่ายงบประมาณให้ทันภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2570

 

นอกจากนี้รายละเอียดประกอบการเสนอแผนงาน หากเป็นงานก่อสร้างต้องมีแบบแปลน ประมาณการราคา และการรับรองด้านวิศวกรรม หรือหากเป็นรายการครุภัณฑ์นอกบัญชีมาตรฐานจะต้องมีใบเสนอราคาจากผู้ประกอบการอย่างน้อย 3 ราย โดยได้กำหนดขั้นตอนและระยะเวลาดำเนินการที่ชัดเจน และการดำเนินงานทั้งหมดจึงมีมาตรการตรวจสอบที่เข้มงวด เป็นไปเพื่อสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานระดับโครงสร้างพื้นฐานอย่างแท้จริง

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่