นายกฯย้ำเร่งฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน-อัดงบช่วยพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม

การเมือง ข่าว
นายกฯ ควง ครม. ลุยสงขลา ย้ำรัฐบาลเตรียมพร้อมทุกมิติ รับฤดูฝนปลายปี พร้อมเร่งฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน-อัดงบช่วยพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม ตั้งเป้าดันการค้าไทย-มาเลเซียแตะ 1 ล้านล้านบาทในปี 2570

 

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะรัฐมนตรี ลงพื้นที่พบปะประชาชนที่วัดท่าช้าง อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา ภายหลังเดินทางกลับจากประเทศมาเลเซีย ซึ่งได้ร่วมเปิดด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่และถนนเชื่อมไทย-มาเลเซีย เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการค้าการลงทุนและการเดินทางข้ามแดน

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ได้มาเพียงเพื่อพบปะประชาชน แต่เป็นการติดตามการเตรียมความพร้อมรับมือฤดูน้ำหลากในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า หลังจังหวัดสงขลา โดยเฉพาะพื้นที่หาดใหญ่ ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยอย่างหนักเมื่อปีที่ผ่านมา โดยรัฐบาลได้ถอดบทเรียนจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งก่อน และเตรียมมาตรการป้องกันอย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องประสบความเดือดร้อนซ้ำอีก ซึ่งการแก้ปัญหาครั้งนี้เป็นการบูรณาการทุกกระทรวง โดยแต่ละหน่วยงานมีหน้าที่รับผิดชอบอย่างชัดเจน ทั้งกระทรวงคมนาคมดูแลระบบคมนาคม กระทรวงการคลังสนับสนุนงบประมาณ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเร่งสร้างความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยว และกระทรวงสาธารณสุขเตรียมความพร้อมด้านการรักษาพยาบาล หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน พร้อมกล่าวติดตลกว่า “วันนี้ผมพาจำเลยมาด้วยทุกคน ผมเป็นจำเลยที่หนึ่ง และรัฐมนตรีทุกคนเป็นจำเลยร่วม เพราะต้องร่วมกันรับผิดชอบให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด”

นายกรัฐมนตรี ยอมรับว่า แม้รัฐบาลไม่สามารถควบคุมปริมาณฝนได้ แต่สามารถวางแผนบริหารจัดการน้ำและระบบช่วยเหลือประชาชนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะการจัดหาอาหาร สิ่งของจำเป็น และการเข้าถึงพื้นที่ประสบภัย ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่พบในช่วงน้ำท่วมหาดใหญ่เมื่อปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ ยังสั่งการให้กรมชลประทานเร่งซ่อมแซมคลอง ร.1 และให้กรมทางหลวงปรับปรุงถนนที่ได้รับความเสียหาย โดยใช้งบกลาง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและลดความเสี่ยงจากอุทกภัยในช่วงปลายปี

 

นายกรัฐมนตรี ยังย้ำถึงความสำคัญของจังหวัดสงขลาในฐานะประตูเศรษฐกิจภาคใต้ โดยระบุว่า ปัจจุบันการค้าระหว่างไทยกับมาเลเซียมีมูลค่ากว่า 8 แสนล้านบาท และรัฐบาลตั้งเป้าเพิ่มเป็น 1 ล้านล้านบาทภายในปี 2570 พร้อมเดินหน้าอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางและการท่องเที่ยว โดยเฉพาะการรองรับนักท่องเที่ยวจากประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นตลาดหลักของภาคใต้

ในส่วนของสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการสร้างสันติสุขในพื้นที่ โดยมีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เข้ามาช่วยขับเคลื่อนการพูดคุยและใช้ประสบการณ์ผลักดันให้เกิดสันติภาพโดยเร็ว ควบคู่กับการยกระดับเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชน และในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” โดยสอบถามประชาชนว่าใช้สิทธิ์หมดแล้วหรือไม่ เมื่อประชาชนตอบว่าใช้หมดแล้ว จึงกล่าวติดตลกว่า “โอ้โห เศรษฐกิจดี ใช้หมดแล้ว” พร้อมย้ำว่าโครงการยังเหลืออีก 2 เดือน และจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก รวมทั้งสร้างรายได้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ก่อนยืนยันว่า รัฐบาลพร้อมรับฟังทุกความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากประชาชนเพื่อนำไปแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่