“บิ๊กโจ๊ก” ส่งทนายร้อง ป.ป.ช. 4 ประเด็นหลัก คัดค้านคืนสำนวนคดีกลับให้ตำรวจ
วันนี้ (7 ม.ค. 69) เวลา 10.00 น. ที่ สำนักงาน ป.ป.ช. นายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล (บิ๊กโจ๊ก) อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้เดินทางมายื่นหนังสือ คัดค้านการส่งสำนวนกลับมายังพนักงานสอบสวน เพื่อขอให้ ป.ป.ช. พิจารณาเหตุผลในการส่งสำนวนกลับไปยังตำรวจให้ดำเนินคดีอย่างเป็นธรรม
สืบเนื่องจากกรณีเมื่อวันที่ 6 ม.ค. 69 ที่ผ่านมา ทนายสัญญาภัชระ ได้เดินทางไปยังสถานีตำรวจนครบาลพหลโยธิน เพื่อแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีต่อคณะพนักงานสอบสวนของตำรวจทั้ง 2 ชุด ฐานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามมาตรา 157 จากการทำคดีติดสินบนทองคำหนัก 246 บาท ซึ่งในกรณีนี้มีการกล่าวโทษเมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 68
และต่อมาได้มีการยื่นร้องขอความเป็นธรรมต่อคณะพนักงานสอบสวนเมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 68 เพื่อขอให้มีการสอบสวนตามกระบวนการยุติธรรม แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีการดำเนินการใด ๆก่อนที่วันที่ 5 ม.ค. 69 จะมีการส่งสำนวนคดีไปยัง ป.ป.ช.
ทนายสัญญาภัชระ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้พนักงานสอบสวนได้เร่งรัดให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยื่นคำให้การเพิ่มเติมภายในวันที่ 15 ม.ค. 69 แต่กลับมีการส่งสำนวนไปยัง ป.ป.ช. ก่อนครบกำหนดเวลาดังกล่าวทั้งที่ได้ให้การปฏิเสธโดยเด็ดขาดตั้งแต่วันแรก ซึ่งได้ยืนยันว่าไม่มีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด และไม่ทราบถึงที่มาของเหตุการณ์แต่อย่างใด
ในส่วนของการยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมและคัดค้านการคืนสำนวนต่อ ป.ป.ช. ทนายสัญญาภัชระ ระบุว่ามีประเด็นโต้แย้ง 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1.การรวบรวมและการได้มาซึ่งพยานหลักฐานอาจมิชอบด้วยกฎหมาย 2.พยานบุคคลสำคัญอาจถูกชักจูง แนะนำ ข่มขู่ หลอกลวง หรือมีคำมั่นสัญญาขู่เข็ญ หลอกลวงโดยมิชอบ เพื่อให้ถ้อยคำปรักปรำหรือใส่ความผู้ต้องหา รวมถึง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ด้วย
3.การไม่ดำเนินคดีกับ พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย ทั้งที่ปรากฏข้อเท็จจริง และ 4.การเปิดเผยข้อมูลสำนวนการสอบสวนที่อยู่ระหว่างการดำเนินการของ ป.ป.ช. ต่อสื่อมวลชน ซึ่งขัดต่อมาตรา 36 และ 37แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 รวมถึงข้อ 6 ตามระเบียบ ป.ป.ช. ว่าด้วยการตรวจสอบและไต่สวน พ.ศ. 2561
โดยในประเด็นที่ 4 ทนายสัญญาภัชระอ้างถึงกรณีเมื่อวันที่ 6 ม.ค. 69 ที่มีการแถลงข่าวโดยผู้บริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ระบุว่าสำนวนคดีได้ส่งไปยัง ป.ป.ช.แล้วตั้งแต่วันที่ 5 ม.ค. 69 แต่ยังมีการนำรายละเอียดในสำนวนมาแถลงต่อสื่อมวลชน ซึ่งกรณีนี้อาจเข้าข่ายความผิดมาตรา 36 วรรคท้าย คือการเปิดเผยเอกสารลับของราชการและอาจเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 164
ทนายสัญญาภัชระ กล่าวว่า ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการดำเนินการของ ป.ป.ช. ซึ่งกระบวนการต่อไปควรเป็นไปตามขั้นตอนที่นำไปสู่ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองโดยจะมีการดำเนินการในการตั้งคณะกรรมการไต่สวนอิสระต่าง ๆ จนไปถึงขั้นตอนของอัยการสูงสุด พร้อมเน้นย้ำว่าไม่ควรส่งกลับไปให้ตำรวจดำเนินการใด ๆ ทั้งสิ้น
ทางด้านสภาพจิตใจของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยังคงปกติสุขดี ไม่ได้มีความกังวลใด ๆ ต่อกระบวนการดำเนินคดี รวมถึงไม่ได้มีการหนีออกนอกประเทศตามที่ทางผู้บริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้แถลงเมื่อวาน
ทั้งนี้ ทนายสัญญาภัชระ ยังตั้งข้อสังเกตถึงกรณีมีข่าวเกี่ยวกับผู้ถูกกล่าวหาบางรายและการได้มาซึ่งพยานหลักฐาน ซึ่งอาจเข้าข่ายฝ่าฝืนพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย หากพบว่าพยานหลักฐานได้มาโดยมิชอบ อาจไม่สามารถนำมาใช้ในกระบวนการยุติธรรมได้ พร้อมฝากถึง ป.ป.ช. ให้ช่วยพิจารณาและดูแลเรื่องนี้เพื่อสร้างความกระจ่างให้กับสังคม
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews