กมธ.ตำรวจ เผย ผบช.น. ยัน เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมการชุมนุมคำนึงถึงความปลอดภัยประชาชนเป็นหลัก ยึดหลักตามพ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ
นายสัญญา นิลสุพรรณ รองประธานคณะ กมธ. การตำรวจ คนที่ 2 พร้อมด้วย พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา รองประธานคณะ กมธ. คนที่ 3 และน.ส.จิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร รองประธานคณะ กมธ. คนที่ 5 แถลงข่าวผลการประชุมของคณะ กมธ. ว่า ในวันนี้คณะ กมธ. ได้พิจารณาภาพรวมการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการควบคุมฝูงชนและสลายการชุมนุมสาธารณะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยเชิญ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) มาเข้าร่วมประชุมเพื่อให้ข้อเท็จจริงต่อคณะ กมธ. โดย ผบช.น. ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติตามแผนการปฏิบัติในการรักษาความสงบเรียบร้อยในการจัดการการชุมนุม คำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก เพื่อควบคุมสถานการณ์การชุมนุมไม่ให้เกิดความรุนแรง ภายใต้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 หรือ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อควบคุมสถานการณ์การระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ Covid-19 พร้อมยึดหลักตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 มาใช้โดยอนุโลม ซึ่งต้องปฏิบัติการที่คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ รวมทั้งเหตุผลและความจำเป็นในการใช้อุปกรณ์ตามมาตรฐานสากลและมติของคณะรัฐมนตรี
สำหรับแนวทางการปฏิบัติของสื่อมวลชน ยืนยันว่า มีการกำหนดพื้นที่ความปลอดภัย และขอความร่วมมือสื่อมวลชนลงทะเบียนและสวมปลอกแขนทุกครั้งที่เข้าพื้นที่ และขอให้ฟังนโยบายของผู้บังคับบัญชาในพื้นที่เพื่อป้องกันเหตุอันไม่พึงประสงค์ ทั้งนี้ คณะ กมธ. ได้เชิญตัวแทนสื่อมวลชนที่เข้าร่วมทำข่าวการชุมนุมมาให้ข้อมูลในสัปดาห์หน้าเพื่อให้ได้ข้อมูลประกอบการพิจารณาอย่างรอบด้านมากยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม การพิจารณาในวันนี้ เป็นเพียงการทำหน้าที่ในฐานะ กมธ. การตำรวจ ซึ่งมีข้อห่วงใยต่อสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น โดยยังไม่ได้รับข้อร้องเรียนใด ๆ ในการนี้ เพื่อให้การพิจารณาเป็นไปอย่างถี่ถ้วนและรอบด้าน หากผู้ใดมีพยานและหลักฐานที่ไม่สอดคล้องกับคำชี้แจงของเจ้าหน้าที่ตำรวจ คณะ กมธ. ยินดีรับเรื่องร้องเรียนและข้อมูลจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาพิจารณาเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและเกิดความยุติธรรมต่อทุกฝ่ายต่อไป
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news