“ชูศักดิ์”ยันเพื่อไทย ยื่นแก้รธน.ต้นมิย. ชูโมเดล ส.ส.ร. 152 คน

การเมือง ข่าว

 

“ชูศักดิ์”ยันเพื่อไทย เตรียมยื่นแก้รัฐธรรมนูญต้น มิ.ย. ชูโมเดล ส.ส.ร. 152 คน ขณะ “จาตุรนต์” ชี้ ต้องยึดโยงประชาชน ไม่ปล่อยเสียงข้างมากครอบงำ

 

 

นายชูศักดิ์ ศิรินิล สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค พร้อมด้วย นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ และนางมนพร เจริญศรี รองหัวหน้าพรรค แถลงความคืบหน้าการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 เพื่อเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

โดยนายชูศักดิ์ เปิดเผยว่า พรรคเพื่อไทยได้จัดทำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเสร็จเรียบร้อยแล้ว และวันนี้เตรียมนำเข้าสู่ที่ประชุมพรรค เพื่อให้ สส. ร่วมลงชื่อ พร้อมยืนยันว่า ร่างดังกล่าวยึดโยงกับประชาชน และไม่ขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2568

 

 

สาระสำคัญของร่าง คือ การจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) จำนวน 152 คน แบ่งเป็น ส.ส.ร.จากประชาชน 100 คน ซึ่งจะมาจากการคัดเลือกเบื้องต้นระดับจังหวัดจำนวน 300 คน ก่อนให้รัฐสภาคัดเลือกเหลือ 100 คน และอีก 52 คน มาจากการเสนอชื่อของภาคส่วนต่างๆ เช่น องค์กรวิชาชีพ องค์กรการเมือง ภาคธุรกิจ สมาคม มูลนิธิ สื่อมวลชน และสภานักศึกษา เพื่อให้การร่างรัฐธรรมนูญสะท้อนความหลากหลายของสังคม

นายชูศักดิ์ ระบุว่า ร่างของพรรคยังคงหลักการห้ามเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐและระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามมาตรา 255 พร้อมกำหนดกรอบให้ ส.ส.ร. ต้องคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาค ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ มีระบบตรวจสอบอำนาจรัฐที่เข้มแข็ง ยึดหลักนิติธรรม ธรรมาภิบาล และกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น

นอกจากนี้ เมื่อ ส.ส.ร. ยกร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว จะต้องเสนอให้รัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบ โดยหากมีการส่งกลับไปแก้ไขเพิ่มเติม ต้องได้รับเสียงเห็นชอบไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 และกำหนดกรอบเวลาการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ไว้ภายใน 300 วัน

 

 

ทั้งนี้ นายชูศักดิ์ ยอมรับว่า การเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องใช้เสียง สส. ไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 หรือประมาณ 100 คน แต่พรรคเพื่อไทยมี สส. 74 คน จึงต้องขอความร่วมมือจากพรรคการเมืองอื่นร่วมลงชื่อสนับสนุน โดยมอบหมายให้นางมนพรประสานพรรคต่างๆ แล้ว และคาดว่าจะสามารถยื่นร่างต่อประธานรัฐสภาได้ในช่วงต้นเดือนมิถุนายน

ด้านนายจาตุรนต์ กล่าวว่า ที่ผ่านมามีข้อกังวลว่าการแก้รัฐธรรมนูญอาจถูกมองว่าเป็นประโยชน์ของนักการเมืองหรือพรรคการเมืองเอง ดังนั้น พรรคเพื่อไทยจึงออกแบบให้มีภาคส่วนที่เชื่อมโยงกับประชาชนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ ส.ส.ร. เพื่อไม่ให้กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญถูกกำหนดโดย “เสียงข้างมากทางการเมือง” เพียงอย่างเดียว

 

 

ด้านนายจาตุรนต์ ระบุว่า หากปล่อยให้การแก้รัฐธรรมนูญขึ้นอยู่กับเสียงข้างมากที่เกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งเพียงอย่างเดียว อาจไม่ตรงกับเจตนารมณ์ของประชาชนที่ต้องการเห็น “รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน” ที่มีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น พร้อมยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยพร้อมสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของทุกพรรค ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล หากมีเป้าหมายร่วมกันในการนำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ทั้งนี้ โอกาสสำเร็จของการแก้รัฐธรรมนูญในรัฐบาลชุดนี้ นายชูศักดิ์กล่าวว่า ที่ผ่านมาอุปสรรคสำคัญคือการถูกร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ และข้อจำกัดเรื่องเสียง สว. แต่หากทุกฝ่ายลดเงื่อนไขที่ไม่ใช่สาระสำคัญ และร่วมกันทำความเข้าใจ ก็เชื่อว่าการแก้รัฐธรรมนูญสามารถเดินหน้าต่อได้พร้อมย้ำว่า เป้าหมายสำคัญไม่ใช่เพียงการใช้เสียงข้างมากให้ผ่านร่างแก้ไข แต่ต้องทำให้ได้ “รัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น” ไม่ใช่รัฐธรรมนูญที่ถอยหลังจากเดิม

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่