กมธ.สวัสดิการสังคม จี้ รัฐบาลเคลียร์เดดไลน์อุทธรณ์บัตรคนจน

การเมือง ข่าว
กมธ.สวัสดิการสังคม จี้ รัฐบาลเคลียร์เดดไลน์อุทธรณ์บัตรคนจน เตือนสับสน 31 ก.ค. หรือ 20 ก.ย. เสี่ยงประชาชนนับล้านเสียสิทธิ ขณะตั้งคำถามถึงความพร้อมของฐานข้อมูล 54 หน่วยงานที่ใช้คัดกรองผู้มีสิทธิ

 

น.ส.รัชนก สุขประเสริฐ สส.สมุทรปราการ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน รองประธานกรรมาธิการ แถลงผลการประชุมกรณีการติดตามปัญหาการคัดกรองผู้ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งพบข้อกังวลหลายประเด็น ทั้งเรื่องกำหนดเวลายื่นอุทธรณ์และความถูกต้องของฐานข้อมูลภาครัฐ

 

น.ส.รัชนก ระบุว่า แม้รัฐบาลจะมีการประชาสัมพันธ์ผ่านหลายช่องทางว่า ผู้ที่ไม่ผ่านการพิจารณาสามารถยื่นอุทธรณ์ได้จนถึงวันที่ 20 กันยายน 2569 แต่จากข้อมูลที่กรรมาธิการได้รับจากกระทรวงการคลัง ยืนยันว่า กำหนดการตามระเบียบที่ยังมีผลบังคับใช้ในปัจจุบัน คือวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ทำให้เกิดความไม่ชัดเจน และอาจส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากเข้าใจผิดจนเสียสิทธิ พร้อมเปิดเผยว่า กระทรวงการคลังชี้แจงต่อกรรมาธิการว่า การขยายเวลาถึงวันที่ 20 กันยายน ยังเป็นเพียงแนวคิดที่ต้องรอการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อน จึงยังไม่มีผลบังคับใช้ ขณะที่หลายคนอาจเข้าใจว่า สามารถรอไปยื่นอุทธรณ์ในช่วงเดือนกันยายนได้ ทำให้เสี่ยงพลาดกำหนดเวลาตามกฎหมาย

 

น.ส.รัชนก ยังเรียกร้องให้รัฐบาลชะลอการตัดสิทธิผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิมกว่า 9 ล้านคนออกไปก่อน พร้อมขยายเวลาการยื่นอุทธรณ์อย่างเป็นทางการ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนมีเวลารวบรวมเอกสารและดำเนินการได้อย่างทั่วถึง โดยตั้งคำถามว่า หากรัฐบาลยังไม่มีความพร้อม หรือไม่มีงบประมาณ ก็ควรชี้แจงต่อประชาชนอย่างตรงไปตรงมา มากกว่าปล่อยให้เกิดความสับสนเช่นนี้

 

นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตว่า แม้รัฐบาลจะประกาศเตรียมจัดตั้งระบบ One Stop Service เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชน แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีคำสั่งอย่างเป็นทางการจากกระทรวงมหาดไทยไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทำให้มาตรการดังกล่าวยังไม่สามารถดำเนินการได้จริง

 

Screenshot

 

ด้านนายณัฐชา เปิดเผยว่า จากการประชุมกรรมาธิการ พบว่า กระทรวงการคลังใช้ฐานข้อมูลจากหน่วยงานรัฐถึง 54 หน่วยงาน มาประกอบการคัดกรองสิทธิ แต่หลายหน่วยงานยังมีข้อมูลที่ไม่เป็นปัจจุบัน ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากถูกประเมินข้อมูลคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง โดยสำนักงานเศรษฐกิจการคลังได้ชี้แจงว่า เตรียมส่งเรื่องให้กระทรวงมหาดไทยประสานกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำท้องถิ่น ทำหน้าที่รับคำร้องและอำนวยความสะดวกในการอุทธรณ์แทนประชาชน แต่เห็นว่าการแก้ปัญหาลักษณะนี้เป็นการผลักภาระไปยังเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ โดยไม่มีการสนับสนุนงบประมาณหรือบุคลากรเพิ่มเติม ทั้งที่รัฐบาลลงทุนพัฒนาระบบฐานข้อมูลและเทคโนโลยีจำนวนมาก

 

นายณัฐชา ยังวิจารณ์ว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นสะท้อนว่าระบบฐานข้อมูลภาครัฐยังขาดประสิทธิภาพ เมื่อถึงเวลานำมาใช้จริงกลับต้องย้อนกลับไปพึ่งการตรวจสอบโดยกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ในชุมชน พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลชะลอการดำเนินการทั้งหมด และเร่งปรับปรุงฐานข้อมูลของทั้ง 54 หน่วยงานให้มีความถูกต้องก่อนนำมาใช้ตัดสินสิทธิของประชาชน

 

ทั้งนี้ กรรมาธิการยังแสดงความกังวลว่า หากรัฐบาลไม่เร่งสร้างความชัดเจนเกี่ยวกับกำหนดเวลายื่นอุทธรณ์ และยังเดินหน้าตามกำหนดเดิม อาจทำให้ประชาชนจำนวนมากสูญเสียสิทธิจากความเข้าใจคลาดเคลื่อน โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ครั้งนี้

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่