ตร.ไซเบอร์ล่ามือดีแฮกเพจล้านซับฯ สตรีมคลิปเซ็กซ์โจ๋งครึ่มเย้ยกฎหมาย โฆษก ตร.ลั่นพิกัดนอกประเทศก็เอาผิดได้ วอนหยุดแชร์ระวังเจอคุก
จากกรณีที่เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักบนโลกออนไลน์ เกี่ยวกับการเผยแพร่ภาพและวิดีโอไลฟ์สดการมีเพศสัมพันธ์ผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกและเสียงสะท้อนด้านลบต่อสังคมเป็นอย่างมากนั้น
ความคืบหน้าล่าสุดในเรื่องนี้ พลตำรวจโท ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า หลังจากที่ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับทราบเรื่องดังกล่าว ได้มีการสั่งการให้กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ตำรวจไซเบอร์ เร่งประสานงานไปยังผู้ให้บริการแพลตฟอร์มอย่าง เมต้า หรือ เฟซบุ๊ก เพื่อแจ้งข้อมูลและขอความร่วมมืออย่างเร่งด่วน ซึ่งหลังจากที่ทางเมต้ารับทราบ ก็ได้ดำเนินการตรวจสอบและจัดการเช็กดาวน์เนื้อหาที่เป็นปัญหาเหล่านั้นออกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
สำหรับแนวทางการสืบสวนติดตามตัวผู้กระทำความผิด โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติระบุว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น ในส่วนของผู้ที่ปรากฏในวิดีโอหรือผู้แสดงนั้น เมื่อพิจารณาจากภาษาที่ใช้ในการพูดคุย น่าเชื่อว่าไม่ใช่ผู้แสดงชาวไทย ส่วนสถานที่ถ่ายทำยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างละเอียดต่อไป ทั้งนี้ จากรูปแบบการเผยแพร่ เจ้าหน้าที่เชื่อว่าไม่ได้เป็นการไลฟ์สด ณ เวลานั้นจริงๆ แต่เป็นการนำวิดีโอที่มีการบันทึกไว้ล่วงหน้ามาทำการสตรีมมิ่งผ่านระบบ โดยเจ้าหน้าที่กำลังเร่งขอข้อมูลจากทางเมต้าเพิ่มเติม เพื่อตรวจสอบหาตัวเจ้าของเพจที่แท้จริงที่นำวิดีโอดังกล่าวมาเผยแพร่
ต่อประเด็นคำถามเกี่ยวกับอุปสรรคและประวัติการให้ความร่วมมือของแพลตฟอร์มเฟซบุ๊ก
พลตำรวจโทไตรรงค์ อธิบายว่า หากเจ้าหน้าที่ดำเนินการขอข้อมูลอย่างถูกต้องตามขั้นตอนและข้อกำหนด ก็มักจะได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี เช่นเดียวกับกรณีล่าสุดที่ผ่านมา ที่มีการประชุมขอความร่วมมือในการเช็กดาวน์เว็บพนันออนไลน์ การหลอกลวงให้เล่นพนัน หรือเพจที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งก็ได้รับผลการตอบรับที่น่าพอใจและมีการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง
ส่วนสาเหตุที่ระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ ของเฟซบุ๊กรอดสายตาจนปล่อยให้มีเนื้อหาลามกอนาจารหลุดรอดออกมาได้นั้น ทางเมต้าได้แจ้งข้อมูลเบื้องต้นว่า
เกิดจากความตั้งใจของผู้ปล่อยเนื้อหาที่จงใจหลบเลี่ยงระบบตรวจสอบ โดยเลือกสตรีมมิ่งผ่านเพจขนาดใหญ่ที่มีผู้ติดตามหลักแสนหรือหลักล้านคน ซึ่งเพจเหล่านี้อาจเป็นเพจที่มีส่วนรู้เห็น หรือเป็นเพจที่ถูกแฮกขโมยมา เมื่อเนื้อหาถูกปล่อยออกไป ประกอบกับพฤติกรรมของผู้ใช้งานที่เมื่อเห็นเนื้อหาแปลกปลอมด้วยความตกใจแล้วกดเข้าไปดู เอไอของระบบจะตรวจจับว่าเนื้อหานี้กำลังได้รับความสนใจอย่างรวดเร็วในเวลาอันสั้น จึงทำการประเมินว่าเป็นเนื้อหาที่ดีและดันขึ้นฟีดเพื่อกระจายให้คนเห็นในวงกว้างขึ้น จนกลายเป็นไวรัล
โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังกล่าวถึงกรณีที่มีข้อสังเกตว่า เนื้อหาดังกล่าวอาจถูกตั้งค่าให้เห็นเฉพาะในประเทศไทย หรืออาจเริ่มกระจายตัวจากกลุ่มผู้ใช้งานชาวไทยว่า เป็นไปได้ทั้งสองกรณี คือ ผู้ปล่อยตั้งใจเลือกโลเคชันเฉพาะประเทศไทยตั้งแต่แรก หรือเกิดจากการที่แอดมินเพจชาวไทยที่มีผู้ติดตามจำนวนมากกดเข้าไปดู จนทำให้ระบบกระจายเนื้อหาไปยังกลุ่มสมาชิกและผู้ติดตามต่อกันเป็นทอดๆ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์
พลตำรวจโท ไตรรงค์ ระบุว่า ในส่วนการดำเนินคดี ได้มอบหมายให้ตำรวจไซเบอร์เป็นผู้รับผิดชอบหลัก โดยพลตำรวจตรีจิรภพ ภูริเดช รองผู้บัญชาการตำรวจไซเบอร์ ได้เรียกประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อวางแนวทางแล้ว แม้ว่าคดีนี้อาจมีความซับซ้อน เช่น หากผู้แสดงเป็นชาวต่างชาติ หรือสถานที่ถ่ายทำอยู่ต่างประเทศ แต่ตามกฎหมายอาญาของไทย หากมีการเผยแพร่หรือมีผลของการกระทำความผิดเกิดขึ้นในประเทศไทย ก็ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายไทยด้วย โดยเจ้าหน้าที่สามารถรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับ และดำเนินการตามขั้นตอนการส่งผู้ร้ายข้ามแดนต่อไป
โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ฝากความห่วงใยถึงพี่น้องประชาชนในการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ว่า หากพบเห็นโพสต์หรือวิดีโอที่มีลักษณะลามกอนาจารหรือผิดกฎหมาย ขอความร่วมมืออย่ากดเข้าไปดู อย่ากดไลก์ หรือกดแชร์ เนื่องจากระบบอาจตีความว่าเป็นเนื้อหาที่ได้รับความนิยมแล้วยิ่งกระจายต่อ แต่ขอให้กดปุ่มสัญลักษณ์สามจุดที่มุมโพสต์ เพื่อทำการรีพอร์ตแจ้งรายงานความไม่เหมาะสมไปยังแพลตฟอร์มทันที ซึ่งหากมีการรีพอร์ตเข้ามาพร้อมกันจำนวนมาก ระบบเอไอจะทำการระงับและเช็กดาวน์เนื้อหานั้นได้อย่างรวดเร็วที่สุด ส่วนผู้ที่ตั้งใจกดแชร์หรือส่งต่อ เจ้าหน้าที่ต้องพิจารณาต่อไป
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews