fbpx
Home
|
ทั่วไป

สธ.ขอโทษบางซื่อแออัด-รอแก้แอป

Featured Image
อธิบดีกรมการแพทย์ เผย ยอมรับล่อซื้อแฮกขายสิทธิ์ฉีดวัคซีน แจ้งความแล้วฟันหากโยงเจ้าหน้าที่ – พร้อมขอโทษจุดฉีดบางซื่อแออัดพยายามปรับระบบใหม่

นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผย การ ฉีดวัคซีน โควิด-19ที่ สถานีกลางบางซื่อหลังมีประชาชนเดินทางมาฉีดวัคซีนกันจำนวนมากจนเกิดความแออัดและมีการวิพากษ์วิจารณ์ในโชเซียลมิเดียว่าสถานีกลางบางซื่อได้เปิดให้บริการฉีดวัคซีนมาตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย.ที่ผ่านมา เมื่อวันที่ 5 ก.ค.ได้เปิดให้ผู้สูงอายุ 65 ปี ขึ้นไป,12 ก.ค. เปิดให้ผู้สูงอายุ 75 ปี Walk in ,วันที่ 22 ก.ค.เปิดให้ผู้สูงอายุ 60 ปี ขึ้น หญิงตั้งครรถ์ และผู้ที่มีน้ำหนัก 100 กก.และวันนี้เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนผ่านค่ายมือ สำหรับกลุ่มอายุ 18 ปีขึ้นไป และอายุ 60 ปีขึ้นไป กลุ่มผู้ป่วยเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค โดยพบว่ามีประชาชนมารับบริการจำนวนมาก จึงได้ดำเนินการปรับเพื่อลดความแออัด เช่น จากเดิมเปิดฉีดเกือบ 09.00 น.ผู้มารับบริการลงทะเบียนโดนไม่วัดความดัน ,ปรับระบบการเข้าแถว,ย้ายที่จอดรถ จยย.(ประตู4)และรถสุขาออกนอกพื้นที่ เพื่อเพิ่มพื้นที่ให้ผู้มารับบริการ ตลอดจนเน้นให้ยืนบนสติ๊กเกอร์ 2,400 จุด

อธิบดีกรมการแพทย์ ขอโทษประชาชนแต่จะพยายามปรับปรุงและแก้ไขจัดระบบการให้บริการให้ดีที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดความแออัด พร้อมขอให้ประชาชนทำตามระบบ ยอมรับว่าปัจจุปันเตียงในระบบทั้งภารัฐและเอกชนในกทมและปริมณฑลไม่เพียงพอ ห้อง ICUบาง รพ.ล้น และรับไม่ไหวหลายแห่ง อีกทั้งยังไม่ทราบแน่ชัดว่าจำนวนผู้ติดเชื้ออยู่ในจุดพีคของการระบาดหรือไม่ ทุกภาคส่วนจึงข้องร่วมมือกันเพื่อให้ผ่านวิกฤตนี้ไปให้ได้

สำหรักรณี ระบบลงทะเบียนทางค่ายมือถือ ต้องเลื่อนจาก 09.00 น. เป็น 11.00 น. นั้น เรื่องจากต้องมีการปรับระบบภายในใหม่เนื่องจากโคว้ต้าวัคซีนที่ได้รับมามีจำนวนจำกัด ส่วนกรณีการแฮกข้อมูลเครือข่ายโทรศัพท์นั้น ยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่ข้อมูลว่ามีเจ้าหน้าที่กรมการแพทย์มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่จากการวางแผนล่อซื้อเกือบ 100 คน พบว่าเป็นลูกจ้างที่ถูกจ้างมาอีกทีของค่ายมือถือแห่งหนึ่ง ซึ่งได้มีการไปแจ้งความไว้แล้วยืนยันหากมีเจ้าหน้าที่ของกระทรวงเกี่ยวข้องจะเอาผิดถึงที่สุด

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

  • Tiktok
  • Youtube
  • Youtube