บันเทิงไร้พรมแดน เติบโตร่วมกันทั้งระบบนิเวศ เวทีนวัตกรรมระบบนิเวศอุตสาหกรรมบันเทิงไทยจัดขึ้นอย่างสำเร็จในกรุงเทพฯ
เวทีนวัตกรรมระบบนิเวศอุตสาหกรรมบันเทิงไทย ภายใต้แนวคิด “บันเทิงไร้พรมแดน · เติบโตร่วมกันทั้งระบบนิเวศ” (Entertainment Without Borders · Ecosystem Co-creation) จัดขึ้นอย่างสำเร็จภายในงาน Bangkok International Creative Week โดยรวบรวมผู้เชี่ยวชาญและผู้นำในอุตสาหกรรมจากไทยและจีน ครอบคลุมวงการบันเทิง การตลาดแบรนด์ อีคอมเมิร์ซ ตลอดจนกฎหมายและการกำกับดูแล มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงลึกในหัวข้อหลัก “พลังความบันเทิงสู่แบรนด์: การปรับใช้ในบริบทท้องถิ่นและการสร้างมูลค่าทางธุรกิจในอุตสาหกรรมบันเทิงไทย”
“กระแสไทย” ก้าวขึ้นเป็นคลื่นวัฒนธรรมที่ไม่อาจย้อนกลับ
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมบันเทิงไทยเติบโตอย่างรวดเร็วและขยายอิทธิพลไปทั่วตลาดเอเชีย ข้อมูลระบุว่า ระหว่างปี 2566–2568 ยอดรับชมละครและภาพยนตร์ไทยบนแพลตฟอร์มวิดีโอหลักของจีนเพิ่มขึ้นมากกว่า 300% ขณะที่ยอดอ่านหัวข้อเกี่ยวกับศิลปินไทยบน Weibo สะสมเกินหนึ่งหมื่นล้านครั้ง ส่งผลให้ “กระแสไทย” กลายเป็นพลังใหม่ของการส่งออกวัฒนธรรมเอเชียต่อจากกระแสเกาหลี
อย่างไรก็ตาม โอกาสย่อมมาพร้อมความท้าทาย แม้แบรนด์ทั้งในประเทศและต่างประเทศจำนวนมากจะลงทุนสูงเพื่อเชิญศิลปินไทยร่วมกิจกรรมทางการตลาด แต่ส่วนใหญ่ยังขาดกลยุทธ์ความร่วมมือและมาตรฐานการดำเนินงานที่เป็นระบบและสอดคล้องกับบริบทท้องถิ่น เวทีครั้งนี้จึงเกิดขึ้นเพื่อเชื่อมโยงการสนทนาระดับสูงระหว่างอุตสาหกรรมบันเทิงกับภาคธุรกิจ พร้อมสำรวจศักยภาพของวงการบันเทิงไทยในการสร้างกระแสและเพิ่มคุณค่าให้แก่แบรนด์อย่างเป็นรูปธรรม


3 มิติสำคัญ 6 เวทีบรรยาย เจาะลึกระบบนิเวศบันเทิงไทยครบทุกด้าน
ตลอด 120 นาทีของการนำเสนอเนื้อหาเข้มข้น เวทีแบ่งประเด็นออกเป็น 3 มิติ ได้แก่ “โครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรม” “การสร้างรายได้จากคอนเทนต์” และ “การนำไปใช้จริงในตลาด” โดยวิทยากรชั้นนำ 6 คนร่วมถ่ายทอดมุมมองตั้งแต่การวางยุทธศาสตร์ระดับอุตสาหกรรมไปจนถึงกรณีศึกษาทางธุรกิจ เพื่อฉายภาพระบบนิเวศบันเทิงไทยอย่างรอบด้าน
มิติที่ 1: โครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรม — ยุทธศาสตร์ระดับสูงและกลไกสร้างดาวของวงการบันเทิงไทย
ซ่าง น่า ผู้อำนวยการสร้างของ Tailai Entertainment และโปรดิวเซอร์ชื่อดัง บรรยายในหัวข้อ “ยุทธศาสตร์ระดับสูงและการบูรณาการทรัพยากรคุณภาพในอุตสาหกรรมบันเทิงไทย” โดยวิเคราะห์โอกาสจากนโยบายและกลไกการจัดสรรทรัพยากรของอุตสาหกรรม พร้อมแบ่งปันแนวทางบ่มเพาะทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ชั้นนำและการประสานทรัพยากรอย่างเป็นระบบ เธอชี้ว่า การเติบโตอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมบันเทิงไทยไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นผลจากแรงสนับสนุนด้านนโยบาย การลงทุน และบุคลากรสร้างสรรค์ที่ทำงานร่วมกัน
จากนั้น Keetawa ประธาน VelCurve นำเสนอหัวข้อ “อุตสาหกรรมสร้างดาวและเศรษฐกิจภาพยนตร์: รหัสพื้นฐานของซอฟต์พาวเวอร์ไทย” โดยถอดรหัส “DNA หลัก” ของระบบการสร้างศิลปินไทย ตั้งแต่กระบวนการพัฒนาคนธรรมดาให้ก้าวสู่ศิลปินแถวหน้า ตลอดจนบทบาทของภาพยนตร์ในฐานะแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และกลไกที่ความคิดสร้างสรรค์ด้านโฆษณาช่วยเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจให้ศิลปิน Keetawa เน้นย้ำว่า ความสามารถในการแข่งขันที่สำคัญที่สุดของอุตสาหกรรมบันเทิงไทยคือ “คน” เพราะเส้นทางเติบโตของศิลปินแต่ละคนเปรียบเสมือนบททางธุรกิจที่ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน


มิติที่ 2: การสร้างรายได้จากคอนเทนต์ — การบ่มเพาะ IP ระบบนิเวศแพลตฟอร์ม และการต่อยอดเชิงพาณิชย์
Amiee Liu ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Dongcha Entertainment และ YYDS Entertainment รวมถึงโปรดิวเซอร์ นำเสนอหัวข้อ “แนวทางบ่มเพาะ IP ภาพยนตร์และโทรทัศน์กับการผสานแบรนด์เชิงพาณิชย์” โดยอธิบายกระบวนการพัฒนา IP ตั้งแต่ศูนย์สู่หนึ่ง ครอบคลุมกลยุทธ์การเลือกประเด็น การสร้างบุคลิกตัวละคร และการวางเครือข่ายคอนเทนต์ภาพยนตร์และโทรทัศน์ พร้อมแบ่งปันเทคนิคการผสานแบรนด์เข้าสู่เนื้อหาบันเทิงอย่างแนบเนียน ผ่านกรณีศึกษาที่สะท้อนโมเดลสร้างรายได้ระยะยาวจาก IP โดยเธอมองว่า การวางแบรนด์ใน IP ที่ดีไม่ใช่โฆษณาแบบยัดเยียด แต่คือการทำให้ผู้ชมรับสารของแบรนด์อย่างเป็นธรรมชาติผ่านความรู้สึกร่วม
ด้าน SHAWN ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร iBrand Media และผู้บริหารหน่วยงานพันธมิตรอย่างเป็นทางการของ TikTok Shop นำเสนอมุมมองจากข้อมูลในหัวข้อ “ข้อมูลขับเคลื่อนแนวโน้มอีคอมเมิร์ซไทย” โดยอาศัยข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซไทยเพื่อคาดการณ์แนวโน้มในอนาคต พร้อมเสนอแนวทางปฏิบัติแก่แบรนด์จีนในการเลือกแพลตฟอร์ม วางกลยุทธ์สินค้า เพิ่มประสิทธิภาพการเปลี่ยนฐานแฟนคลับเป็นยอดขาย และบริหารผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) เขาชี้ว่า ตลาดอีคอมเมิร์ซไทยกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และการผสานไลฟ์คอมเมิร์ซเข้ากับพลังของศิลปินกำลังเปลี่ยนเส้นทางการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค
มิติที่ 3: การนำไปใช้จริงในตลาด — กลยุทธ์แบรนด์และการนำวัฒนธรรมสู่ตลาดต่างประเทศ
Devin ภัณฑารักษ์การแสดงเต้น “Awakening Lion” และ “Yingge” รวมถึงนิทรรศการแสงสีแบบอิมเมอร์ซีฟ Van Gogh ในประเทศไทย นำเสนอหัวข้อ “พลังของวัฒนธรรมและเสน่ห์แห่งนิทรรศการ: เส้นทางสร้างการยอมรับให้วัฒนธรรมจีนในประเทศไทย” โดยแบ่งปันแนวคิดการจัดแสดงและการปรับสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมแต้จิ๋ว เช่น การเชิดสิงโตและการเต้น Yingge ให้เข้ากับบริบทไทย พร้อมวิเคราะห์แนวทางที่วัฒนธรรมจีนจะเข้าถึงผู้ชมไทยอย่างนุ่มนวลและสร้างความรู้สึกร่วม ตลอดจนเสนอให้เศรษฐกิจนิทรรศการเป็นช่องทางใหม่ในการเผยแพร่วัฒนธรรมและสร้างวงจรธุรกิจ Devin กล่าวว่า การนำวัฒนธรรมออกสู่ต่างประเทศไม่ใช่เพียงการย้ายเนื้อหาจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง แต่ต้องค้นหาจุดร่วมทางอารมณ์บนพื้นฐานของการเคารพบริบทวัฒนธรรมท้องถิ่น


ขณะที่ ซานหลิน ที่ปรึกษาธุรกิจองค์กรจากสำนักงานกฎหมาย SME กล่าวถึงการบริหารความเสี่ยงด้านกฎหมายและการกำกับดูแลสำหรับการตลาดบันเทิง ในหัวข้อ “กฎหมายคุ้มครองการตลาดบันเทิง: ทรัพย์สินทางปัญญา การกำกับดูแลข้อมูล และการจัดการความเสี่ยงล่วงหน้าในการร่วมมือระหว่างแบรนด์จีน–ไทย” โดยสรุปประเด็นสำคัญ ตั้งแต่การคุ้มครองเครื่องหมายการค้า การกำกับดูแลข้อมูล โครงสร้างผู้ถือหุ้น การยื่นภาษี การรับรองผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการบริหารสัญญา พร้อมย้ำว่า การปฏิบัติตามกฎหมายไม่ใช่ “ต้นทุน” แต่คือ “การลงทุน” ที่ช่วยลดความเสียหายมูลค่าหลายสิบล้านในอนาคต
ความสำเร็จของเวที “บันเทิงไร้พรมแดน · เติบโตร่วมกันทั้งระบบนิเวศ” สะท้อนว่า ความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมบันเทิงระหว่างจีนและไทยกำลังก้าวจากความร่วมมือเฉพาะจุดสู่การทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การออกแบบยุทธศาสตร์ระดับสูง การสร้างรายได้จากคอนเทนต์ การทำตลาดแบรนด์ ไปจนถึงการคุ้มครองด้านกฎหมาย เวทีนี้จึงเปรียบเสมือนคู่มือเชิงภาพรวมสำหรับแบรนด์จีนที่ต้องการเข้าสู่ตลาดไทย
งาน Bangkok International Creative Week 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23–26 กรกฎาคม 2569 นับเป็นการจัดงานในต่างประเทศครั้งแรก ภายใต้แนวคิด “Mount Bangkok – มหานครแห่งขุนเขาแห่งความคิดสร้างสรรค์” ตลอด 4 วัน ครอบคลุมเวทีสัมมนาระดับสูง นิทรรศการแบรนด์ การเรียนรู้ผ่านเมือง และการเจรจาธุรกิจ โดย SMART Resort Industry Intelligence Platform ทำหน้าที่วางแผนหลักและเป็นศูนย์กลางทรัพยากรอุตสาหกรรม เชื่อมโยงเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญหลายพันคนและองค์กรธุรกิจกว่าหนึ่งพันแห่ง ขณะที่ AIM International Competition ซึ่งดำเนินงานด้านการคัดสรรผลงานสร้างสรรค์มายาวนาน 16 ปี และมีเครือข่ายครอบคลุม 132 ประเทศ สถาบันการศึกษากว่า 700 แห่ง และองค์กรกว่า 2,000 แห่ง สนับสนุนงานด้วยกลไกวิชาชีพ ด้าน Two Tigers Culture (Thailand) เป็นกำลังสำคัญในพื้นที่ เชื่อมโยงภาคอุตสาหกรรม สื่อ และระบบนิเวศบันเทิงของไทย ส่วน IT-SIMPLE ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาดิจิทัลแบรนด์ ร่วมกับ dotnfilm studio สตูดิโอสัญชาติออสเตรเลียที่เชี่ยวชาญด้านงานภาพสำหรับตลาดต่างประเทศ สร้างสรรค์ประสบการณ์ดิจิทัลระดับสากลให้แก่งานครั้งนี้
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews