เปิดใจหนุ่มหัวร้อนรัวหมัดใส่กู้ชีพฯ

อาชญากรรม ข่าว

 

 

 

ครอบครัวหนุ่มหัวร้อนชกกู้ภัย เปิดใจนาทีฟิวส์ขาดหลังถูกกู้ภัยปฎิเสธรักษาชีวิตพ่อ พร้อมเจรจาไกล่เกลี่ย

 

 

 

 

ครอบครัวของชายหมดสติก่อนเสียชีวิต บริเวณห้องพักแฟลตเทพประทาน อาคาร 3 ชั้น 8 ถนนพระรามที่ 4 แขวงและเขตคลองเตย กรุงเทพ ฯ เปิดเผยกับทีมข่าว โดยลูกชายของผู้เสียชีวิตที่เป็นคนทำร้าย นายสมชาย คงแจ้ง อายุ47ปี เจ้าหน้าที่กู้ชีพ ตำแหน่งเวชกรฉุกเฉิน ศูนย์เอราวัณ ฯ และ(กู้ภัย รหัสฉลองกรุง 22)

 

เล่าว่า ในวันดังกล่าวพ่อของตนเอง ซึ่งอายุ74ปีแล้ว มีอาการหายใจติดขัดไม่ได้สติและตาลืมไม่ได้ ความดันต่ำ กล้ามเนื้ออ่อนแรง มีอาการเหงื่ออกตามข้อพับ น้องสาวจึงโทรแจ้งศูนย์เอราวัณฯ ให้เอาเครื่องรถพยาบางและอุปกรณ์กู้ชีพ เช่น เครื่องช่วยหายใจมาช่วย โดยเจ้าหน้าที่แจ้งว่าต้องเอารถจากศูนย์ประเวศน์

 

เนื่องจากรถกู้ชีพย่านคลองเตยไม่มีต้องใช้เวลาเดินทาง 30-40นาที ระหว่างที่โทรแจ้งตอน12.31น.มีเจ้าหน้าที่โทรมาติดตามอาการประมาณ3ครั้ง ทางน้องสาวก็เล่าอาการให้ฟังเป็นระยะว่ามีอาการความดันต่ำ ภาวะน้ำตาลตก หายใจอ่อนมากๆประกอบกับโรคประจำตัวเบาหวานอยากให้เตรียมอุปกรณ์มาช่วย

 

พอรถกู้ชีพมาถึงตนเองและน้องสาวได้ลงไปรับประมาณบ่ายโมง เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดประตูมามีเจ้าหน้าที่ผู้ชายและผู้หญิงสองคน ลงมาจากรถตนเองก็แจ้งว่าต้องบล๊อคหลังเพราะคนไข้เคลื่อนตัวไม่ได้กล้ามเนื้ออ่อนแรงขยับตัวและขาเดินไม่ได้ แต่เจ้าหน้าที่กลับถือมาแค่กล่องปฐมบาลกล่องเดียว อ้างว่าต้องเชคอาการก่อน ทำให้ตัวเองเริ่มหงุดหงิด

 

ทั้งที่ตอนแจ้งน้องสาวได้เล่าอาการให้ฟังแล้วว่าต้องเตรียมเรื่องช่วยหายใจ เปล เครื่องบล๊อกหลัง แต่เจ้าหน้าที่กลับไม่ยอมฟังตนเองอธิบายอาการ  อีกทั้งเจ้าหน้าที่ผู้หญิงพูดว่าเรามาช่วยไม่ได้อะไร ซึ่งตอนนั้นมีเจ้าหน้าที่ผู้ชายอีกคนพูดไม่เข้าหูทำให้ตนเองเริ่มรู้สึกโกรธ พออกจากลิฟท์จึงหันไปถกเถียง ก่อนที่เจ้าหน้าที่ผู้หญิงจะบอกว่า “ถ้าอย่างนั้นจะไม่ทำการรักษา อย่างนี้ขอกลับ” ด้วยความโมโหตนเองจึงจะเข้าไปเอาเรื่องและทำร้ายร่างกาย

 

ทั้งนี้ ลูกชายของผู้เสียชีวิต ยอมรับว่าตนเองติดใจว่าเจ้าหน้าที่ มีความรู้เรื่องการแพทย์มากแค่ไหน สามารถวินิจฉัยโรคพร้อมจะเข้ามารักษากู้ชีพได้หรือไม่ เพราะหากฟังจากที่น้องสาวโทรแจ้งอาการก็ต้องวินัยฉัยได้และเตรียมอุปกรณ์กู้ชีพเพื่อช่วยชีวิต ส่วนตอนที่อยู่ในห้องกับพ่อไม่ได้พูดอะไรแค่กอดพ่อไว้เท่านั้น เพราะพ่อไม่ได้สติจึงไม่ได้พูดคุยอะไร ลืมตาไม่ขึ้น หายใจรวยรินแล้ว

 

ส่วนที่กู้ภัยไปแจ้งความดำเนนคดีกับตนเองนั้น ทางครอบครัวก็ยินดีจะพูดคุย เพราะครอบครัวก็ยอมรับว่ามีส่วนผิดที่ไปทำร้าย แต่หน่วยกู้ชีพจะมาบอกว่าไม่รักษาผู้ป่วยและจะขอกลับได้หรือไม่ ตรงนี้ทำให้เกิดอารมณ์และทำร้ายร่างกาย โดยยอมรับว่าหลุดฟิวขาด เพราะในเวลานั้นพ่อจะสิ้นลมอยู่แล้ว และไม่เตรียมพร้อมอุปกรณ์ที่จะเข้ามารักษารักษาทั้งที่แจ้งอาการไปแล้ว

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews